"ดอกไม้มันก็มีชีวิต มันพยายามทักทายเรา"

     ที่นี่ไม่มีห้องเรียนสี่เหลี่ยม..........ที่นี่ไม่มีโต๊ะเก้าอี้    แต่ที่นี่มีผืนป่า   มีออกซิเจน  มีแสงแดด

ที่ห้องเรียนแห่งนี้ไม่มีเสียงระฆังบอกเวลา............แต่ที่นี่มีเสียงนก  เสียงไก่ขานขัน บอกเวลาแทน

 อาคารเรียน  ตึกสูง  คอมพิวเตอร์ มีเงินเมื่อไหร่เราก็ก็สร้างได้.......แต่ธรรมชาติ  อากาศบริสุทธิ์เงินเท่าไหร่จะซื้อได้

     นั่นคือ  "มหาชีวาลัยอีสาน" มหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่กว่ามหาวิทยาลัย  ที่นี่ไม่เปิดสอนหลักสูตร ดร. รศ. แต่ที่นี่มีชีวิตจริง

     พื้นที่ป่าอันเขียวขจี ที่แวดล้อมบ้านหลังโตไว้กลายเป็นมหาวิทยาลัยธรรมชาติ ของพ่อครูบาสุทธินันท์  ผู้เป็นครูของอีสาน  ปราชญ์เดินดินที่ยิ่งใหญ่ด้วยอุดมการณ์ และคุณงามความดี

     ความประทับใจที่ผมได้จากที่นี่คือ พืชพันธ์ และมวลหมู่ธรรมชาติที่เป็นมิตร  พ่อครูบาบอกกับเราว่า  "ดอกไม้มันก็มีชีวิต  มันพยายามทักทายเรา" นั่นคือความลึกซึ้งที่พ่อมีให้ต้นไม้ต้นหญ้าทุกต้น  ผมเองสังเกตเห็นว่า  ในยามเช้า เมื่อแสงอรุโณทัยจับขอบฟ้าทิศบูรพา  คูนพ่อตื่นแต่เช้ามาเดินลูบคลำใบไม้ที่อยู่บริเวณบ้าน ต้นแล้วต้นเล่า  นั่นคงเป็นวิธีการทักทายกันระหว่างผู้เป็นพ่อกับลูกๆ เพราะว่าพ่อครูบาเล่าว่าต้นไม้ทุกต้นในสวนเกิดจากการปลูกทั้งสิ้น

     หลักการเรียนที่นี่คือ การได้ลงมือทำ  การปฐมนิเทศที่พาผู้เรียนเดินรอบสวน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ  หลักสูตรนี้คงไม่มีมหาวิทยาลัยไหนเขียนไว้  แต่ที่นี่กลับใช้ได้จริง

     นี่แหล่ะเสน่ห์ของ "มหาชีวาลัย" มหาวิทยาลัยชีวิตที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก  พื้นที่ตรงนี้ ๑ ตารางเมตร อาจจะมีความหลากหลายทางกายภาพมากกว่าประเทศบางประเทศทั้งผืนก็เป็นได้...................