“ผมจะเป็นคนดี” วิกรม กรมดิษฐ์November 28th, 2007 at 12:49amมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ ผมมักพูดกับเพื่อนสนิทและคนที่ผมรัก ไว้ว่า เมื่อชีวิตผมประสบความสำเร็จ และหากมีครอบครัว ครอบครัวผมสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างไม่ลำบาก ผมก็จะจบชีวิตตัวเองเพื่อค้นหาทางสงบ เช่น อยู่ป่าหรือบวชไปเลยสำหรับเพื่อนที่ฟัง ก็ไม่มีอะไร นอกจากแสดงทัศนะกันไป สำหรับคนที่รัก ก็จะถามถึงความรู้สึกของคนข้างกายว่าเขาจะคิดอย่างไรแต่ผมจะบอกคนที่ผมรักต่อไปว่า ทางสงบของผมไม่ได้หมายถึง ทิ้งให้คนรักต้องอยู่เพียงคนเดียว หรือ ทิ้งครอบครัวให้เผชิญชะตากรรมอย่างโดดเดี่ยว อย่างที่คิด ผมก็ยังใช้ชีวิตปกติ เพียงแต่มันคงเป็นช่วงที่ผมควรจะทำอะไรเพื่อตนเอง เพื่อสังคม และพร้อมจะตายอย่างมีความสุขเมื่อต้นปี ในร้าน 7-11 ผมเห็น DVD เรื่องหนึ่งชื่อ “ผมจะเป็นคนดี” โดย วิกรม กรมดิษฐ์ ผมไม่รู้จักเขา และสงสัยว่าคืออะไร และหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ผมได้ยินชื่อ วิกรม กรมดิษฐ์ อีกครั้ง ว่าเขาเป็นเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ใช้ชีวิตอยู่ในป่าที่เขาใหญ่ แต่สามารถจัดการชีวิตได้อย่างดีหลังจากที่ได้รู้ มันทำให้ผมรู้สึกนึกถึงความคิดของผม ภาพในอนาคตที่ผมเคยวาดไว้ วิกรม กรมดิษฐ์ ทำได้แล้วจริงๆ และ วิกรม กรมดิษฐ์ ก็ทำให้ภาพนั้นของผมชัดเจนขึ้นอย่างมาก แต่ผมก็หยุดความรู้ตัวเองไว้แค่นั้นจนเมื่อ 2 วันก่อนผมนึกถึงชื่อ วิกรม กรมดิษฐ์ ในขณะอยู่ที่หน้า Google พอดี จึงได้มีโอกาสทำการค้นหาข้อมูเกี่ยวกับบุคคลท่านนี้วิกรม กรมดิษฐ์ Think Tank ที่ไม่ทำงาน?“ผมสร้างอมตะมาแล้วเกือบ 20 ปี ก็พอแล้วสำหรับผม ตอนนี้สิ่งสำคัญก็คือ เราต้องมาแยกให้เป็นรูปองค์กรที่ไม่ผูกติดกับตัวบุคคล ถ้าคนคิดว่า อมตะคือวิกรม วิกรมคืออมตะ บริษัทอย่างนี้ก็เตรียมตัวตาย ฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องการก็คือ อมตะต้องเป็นอมตะ ต้องไม่ผูกติดกับบุคคล ทุกคนต้องร่วมกันสร้างระบบและระเบียบ คนมาใหม่ก็ต้องทำตามระบบและระเบียบนั้น นี่ต่างหากคือ Art of Management แบบมืออาชีพจริงๆ”I’m a Dreamer!!“ผมเป็นคนชอบหลอกตัวเองด้วยการสร้างความรู้สึกในแง่ดีบ่อยๆ กระทำจนเป็นนิสัยในการล่อหลอกตัวเองให้ทำในสิ่งที่ “ฝัน” ไว้ เพราะความฝันคือเข็มทิศ เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิต เป็นน้ำหล่อเลี้ยงมนุษย์ และที่สำคัญ ความฝันไม่เสียสตางค์”Great Image Creator“มีผู้บริหารบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ไหนบ้างในประเทศไทยที่จะมาเขียนเล่าว่าเคยจะเอาปืนไปยิงพ่อตัวเอง ไม่มีหรอก พอหนังสือออกมาหุ้นร่วงเลย เห็นผลทันตา (หัวเราะ) เพราะอะไร อย่างเหรียญมี 2 ด้าน คนไทยชอบเอาด้านหัวออก หมกด้านก้อยไว้ที่บ้าน แต่ผมนี่เปิดหมดทั้ง 2 ด้าน”Profit Organization“ทุกอย่างมันสร้างมาจากเงินส่วนตัวผม พอไปถึงจุดหนึ่ง ทุกอย่างต้องสานต่อให้มันไปด้วยตัวมันเองเหมือนบริษัทผม ต่อไปมูลนิธิฯ ก็ต้องเปลี่ยนเป็น NGO นี่คือคอนเซ็ปต์ที่ผมจะต้องสร้าง เพราะคนเราอยู่ไม่นาน แต่พอตายไป ความเป็นองค์กรต่างหากที่ต้องทำให้อยู่เป็น “อมตะ”Simple Life“มีคนมองว่าผมไม่ปกติ แต่ผมว่าผมเป็นคนปกติ เพราะกำเนิดของมนุษย์คือธรรมชาติ ผมกำลัง back to the nature แต่คนที่มองผมไม่ปกติเพราะเขาถูกสิ่งแวดล้อมที่เป็นป่าคอนกรีต ถูกสังคมพาไป จึงไม่คุ้นเคยกับธรรมชาติ ไม่คุ้นเคยกับชีวิต simple ที่ไม่ต้องแอบแฝง ไม่ต้องตีไข่ใส่สีอย่างนี้”ผมกลัวว่าผมจะมอง คุณ วิกรม กรมดิษฐ์ เพียงด้านเดียววันนี้เลยไปหาหนังสือที่เขาเขียนมาสามเล่ม “ผมจะเป็นคนดี”, “มองโลกแบบวิกรม” และ “CEO มองซีอีโอโลก”ถึงแม้ว่าการที่เขาออกตัวแบบนี้จนทำให้ใครหลายคนดูเหมือนว่าเขาจัดฉากและ เสแสร้ง แต่ผมก็คงไม่อยากให้ไปมองในเรื่องนั้น แต่อยากให้ลองมองในแนวคิดของเขาดูสุดท้าย เขาก็เป็นภาพหนึ่งในอนาคตที่ผมอยากเป็น
เข้ามาเก็บเกี่ยวในรอยประสบการณ์...ครับ
เห็นดวยในการชื่นชอบความคิดของเค้า ส่วนตัวตนเค้าไม่สามารถบอกได้ว่าเค้าจัดฉากหรือเสแสร้าง แต่เท่าที่รู้จัก ณ วันนี้ เค้าได้ปฏิบัติตัวตามที่เค้าคิด การอยู่อย่างเงียบ ๆ เรียบ ๆ (ตามสถานะเศรษฐี) การกินอยู่การใช้ ก็ใช้เท่าทีจำเป็น (มนุษย์เงินเดือนแบบเรายังฟุ่มเฟือยกว่าเค้าอีกรู้ไหม) ความเว่อร์ของเค้าในอมตะ คาสเซิล ก็จะเป็นสถาปัตยกรรมของแผ่นดินไทยต่อไป (ดีกว่าหลายคนไม่คิดทำอะไรให้แผ่นดินจริง ๆ) และเค้ายังฝันต่อไปเรื่อย ๆ จริง ๆ (จนเราว่า เค้าช่างฝันจริง ๆ )
แต่ท้ายที่สุด ...เค้าและทุกคนก็ไปสู่ศุนย์ ใช้ชีวิตตามพื้นฐานของแต่ละคน ไม่มากไม่น้อยพอเพียง เลือกในสิ่งที่ตนชอบ เมื่อเราพร้อมเราก็เดินไปสู่ความฝันได้เช่นเดียวกัน
รวยมาก ฝันมาก รวยน้อย ฝันน้อย
ชีวิตเรา เลียนแบบ ชีวิตเค้า ตามพื้นฐานของเรา...ไม่น่าเชื่อเรามีความสบายใจที่สุดทุกวันนี้