การเขียนคำที่ประสมสระ

ชื่อเรื่อง                              รายงานผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมสระ

                                             มีตัวสะกดแล้วเปลี่ยนรูป  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

ผู้ศึกษาค้นคว้า                  นางพิน    เสมานุกูล

หน่วยงาน                         โรงเรียนบ้านท่าช้าง  อำเภอทองแสนขัน  จังหวัดอุตรดิตถ์

 

บทคัดย่อ

 

ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติที่คนไทยทุกคนจำเป็นต้องใช้ในการติดต่อสื่อสาร  นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการอ่านและการเขียน  โดยเฉพาะการสะกดคำ  ดังนั้นผู้รายงานจึงได้จัดทำแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนที่ประสมสระมีตัวสะกดแล้วเปลี่ยนรูป ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โดยมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนในการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมสระมีตัวสะกดแล้วเปลี่ยนรูป กลุ่มตัวอย่างนักเรียนที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 7 คน โรงเรียนบ้านท่าช้าง ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 /2550 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  เครื่องมือที่ใช้ แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมสระมีตัวสะกดแล้วเปลี่ยนรูป จำนวน 30 ชุด ใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ 20 แผน  แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ  จำนวน 3 ตัวเลือกจำนวน 30 ข้อ มีค่าจำแนกรายข้อตั้งแต่ 0.25 ถึง 0.75  ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาค่าดัชนีประสิทธิผล

ผลการศึกษาพบว่า  แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมสระมีตัวสะกดแล้วเปลี่ยนรูป ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.00/84.76 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ และดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.71 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมาก

โดยสรุป แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมสระมีตัวสะกดแล้วเปลี่ยนรูป ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ที่ผู้รายงานได้พัฒนาขึ้นในครั้งนี้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้  ดังนั้นจึงสามารถนำแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมสระมีตัวสะกดแล้วเปลี่ยนรูป ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  เพื่อแก้ปัญหาการสะกดคำ และการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

.................................