เมื่อวานได้คุยกับอ.เฮ็ง หะยีสาอิ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมมาคิดต่อ เราคุยกันเรื่องของคำว่า ความฝันและอนาคตของคนแต่ละคน ผมว่าทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตครับ แล้วผมก็ว่าทุกคนก็วิ่งหาความฝันของแต่ละคนกันอยู่ครับ
แล้วความฝันของผมอยู่ที่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลาหรือเปล่า?
แฮะแฮะ คำถามนี้เกิดขึ้นเมื่ออาจารย์เสียงเล็กๆ ถามผมในบันทึกหนึ่งว่า "อาจารย์ครับการทำงานในที่ๆเราไม่มีความสุขเลย อาจารย์จะทำมันอีกไหมครับ"
ระหว่างเรียนผมได้สัมผัสมาหลายที่ทำงานครับ ช่วงนั้นผมเป็นหนุ่มไฟแรง (ตอนนี้ก็น่าจะยังแรงอยู่ ฮิฮิ) ผมเฝ้าสังเกตว่าที่ที่ผมทำงานมีอุดมการณ์ขององค์กรอย่างที่ผมต้องการหรือเปล่า ผมจะทำงานที่นี้ต่อดีหรือเปล่า ดังนั้นทุกที่ที่ผมเข้าทำงาน ผมจะบอกหัวหน้าให้ทราบก่อนว่า "ผมอยู่ทำงานที่นี้ไม่นานนะครับ" และส่วนใหญ่ก่อนที่ผมจะจากที่นั่นไป ผมจะฝากสิ่งดีๆ ให้กับเขาไว้อย่างหนึ่งเสมอ เพื่อการระลึกถึงกัน
ผมตัดสินใจมาทำงานที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ในตอนที่ยังเรียกว่า วิทยาลัย การติดสินใจของผมครั้งนั้นทำอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้พิจารณาถึงตัวเลือกอื่นเลย อันเนื่องจากคำพูดของอาจารย์สองท่าน คือ ผศ.วิชัย นภาพงศ์ และอ.จีระพันธ์ เดมะ สองท่านนี้คุยกับผมตลอดเวลาว่า ผมต้องทำงานให้สังคม ผมก็บอกใช่ นั่นมันคือหน้าที่ของผมและของทุกคน
สิ่งแรกที่ผมเจอ ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้คือ ที่นี้ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเอกชนที่มุ่งหากำไร และไม่เคยมีการพูดถึงคำว่า กำไรมาตั้งแต่ตั้งมหาวิทยาลัยจนถึงบัดนี้ (สิบปีแล้วครับ)
สิ่งต่อมาผมก็เจอว่า ที่นี้สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับคนในสามจังหวัดที่ยิ่งใหญ่ สามสี่ปีที่เปิดมา นักศึกษาเรียนฟรี โดยที่ผู้บริหารวิทยาลัยในขณะนั้นพยายามแสวงหาทุนการศึกษามาให้อย่างจริงจัง แล้วพวกเขาก็ทำสำเร็จ
สิ่งต่อมาที่ผมเจอคือ ที่นี้สร้างทางเลือกใหม่ให้กับสังคมไทย มีองค์ความรู้มากมายที่คนไทยไม่เคยได้รับรู้ และที่นี้กำลังแสวงหาแนวทางในการนำเสนอความรู้ดังกล่าวออกสู่สังคม
แน่นอนครับ ผมคิดว่าผมประทับใจในแรกพบแล้ว เพียงแต่เนื้อในอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด มีบ้างที่องค์กรแห่งนี้สร้างความสุขให้ผม และก็มีบางเรื่องเหมือนกันที่ที่นี้สร้างความขืนขมให้ผม แต่มันไม่ใช่สาระสำคัญของผม สาระสำคัญของผมคือ ผมกำลังทำอะไรมากกว่า
ผมมีความสุขมัย? มีครับ ผมมีความสุข แต่แน่นอนครับ ยังไม่ใช่ความสุขทั้งหมด ฮิฮิ ยังไม่ถึงขั้นความสุขล้น แล้วคงต้องถามต่อแหละครับว่า จะมีที่ไหนให้ความสุขได้เต็มร้อย
ออ. เมื่อวานก่อนอีกเหมือนกัน อาจารย์หลายท่านที่ไปเรียนต่อ บ่นกันจังเลยว่า แหม่ เมื่อเทียบสิ่งที่มหาวิทยาลัยให้กับเราในการไปเรียนต่อกับมหาวิทยาลัยอื่นแล้ว เราอายเขาจัง ฮิฮิ ผมก็เลยตอบไปว่า ทั้งหมดที่คุณรู้สึกนะ ผมก็เจอมาแล้ว ก็ผมกำลังเรียนต่ออยู่เหมือนกัน แต่จะให้ผมคิดเรียกร้องนะหรือ? ผมว่าผมคิดจะเลือกใช้คำว่า "อดทน" ไว้ดีกว่า
สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครูจ๋า
น้องจิแวะมาเยี่ยมเจ้าค่ะ อิอิ สบายดีหรือเปล่าเจ้าค่ะ คิดถึงเจ้าค่ะ กอดๆๆ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ *----->น้องจิ ^_^
ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ที่จะเลือกที่จะ อดทน เพราะผมก็ยังเลือกทางออกนี้ แต่สิ่งที่เด็กคนนึงเจอกับอาจารย์บางเรื่องราวมันต่างกันครับ อาจารย์จำได้ไหมครับวันที่ผมมาที่นี่ อาจารย์ให้ผมสอนแทนอาจารย์ท่านนึงแค่ 2 เดือนผมก็รับปาก ไปๆมาๆอาจารย์จะให้บรรจุทั้งๆที่ผมไม่ได้พูดอะไร ณ วันนั้นกับวันนี้ นี่อาจเป็นเหตุผลกระมั้งว่าทำไมผมจึงมีคำถามกับที่นี่ มันอาจเป้นเพราะผมมาที่นี่เพราะความรู้จักกับผู้เชิญ ทั้งๆที่ผมไม่ได้ศึกษาอะไรมาก่อน แต่พอมาอยู่ก้ได้เรียนรู้อะไรมากมาย แต่ที่ผมประทับใจคือผมได้รู้จักและเรียนรู้วิถีคิดของทีมบริหารคณะ โดยเฉพาะอาจารย์กับคณบดี(ดร.สุกรี) เลยทำให้ผมมีมุมมองอะไรใหม่ หากถามว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบอกได้เลยครับ 10 แรงที่มีมันใช้ได้แค่ครึ่งนึง จึงทำให้หงุดหงิด ความเกรงใจ ระบบอาวุโส มันยังฝังอยู่ในใจของคนๆนี้ ผมเองไม่อยากขึ้นชื่อว่าพอเรียนจบก็ไปจากที่นี่ แต่ ณ ตอนนั้นเราไม่รู้หรอกครับว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกไหม แม้ไม่มีใครอยากให้เป็นไป หรืออยากให้เป็นไป อย่างน้อยการได้มีลมหายใจของพระองค์ใช้มันก็น่าจะเรียนรุ้และใช้ชีวิตที่คุ้มค่า (วัลลอฮฺอะลัม) ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งครับ ขออัลลออิตอบแทน
ขอบคุณครับน้อง โก๊ะจิจัง แซ่เฮ ^๐^!
การสอบกลางภาคเป็นงัยบ้าง รักษาสุขภาพด้วย ร่างกายดี จิตใจดี การเรียนเป็นเลิศครับ
ขอบคุณครับอาจารย์เสียงเล็กๆ
ผมมั่นใจว่า มีคนที่คิดและทำเหมือนผมหลายคน (หนึ่งในนั่นคืออาจารย์นั่นแหละ)และผมก็คิดว่า อนาคตมหาวิทยาลัยก็จะไม่ขาดคนที่จะสู้ไปพร้อมๆ กับมหาวิทยาลัยในการสร้างสรรค์สังคมที่สันติสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของคน
ความเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งดีๆ ต้องเริ่มที่เราครับ
มาเยี่ยม คุณจารุวัจน์
ถ้าถามผม ผมคงตอบว่า...ถ้าที่นี้ให้โอกาสเรา เราก็อยู่ต่อนะนี่ ฮิ ฮิ ฮิ
ขอบคุณครับอาจารย์umi
เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญครับ การสร้างโอกาส
ผมไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน ตั้งแต่เล็กจนโตทำงานเกินตัวมาตลอด ผมอาจชอบความท้าทาย แต่สุดท้ายก็อยากทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง ผมมีความสุขกับที่นี่ แต่ไม่มีความสุขกับการทำงานที่นี่ มันอึดอัดหลายเรื่อง ผมเจอปัญหาแทบทุกอาทิตย์ พูดบ้างไม่พูดบ้าง ก็มีบังแอลที่ผมขอความช่วยเหลือ อาจารย์ครับอุดมการณ์กับความฝันมันอาจต่างกันนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ครับถึงผมจะเป็นอย่างไร
ขอบคุณครับอาจารย์เสียงเล็กๆ
ไม่มีใครรู้อนาคตครับ เพียงแต่ในเวลานี้ก็ทำเวลานี้ให้ดีที่สุด เพื่อตอบการสอบสวนในอนาคตก็พอครับ
สำหรับเส้นทางอนาคต ผมไม่คิดจะห้ามใครไว้ เพียงแต่อยากให้การจากไปนั้นเป็นไปด้วยความรู้สึกดีระหว่างกัน และยังคงมีสายใยแห่งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันตลอดไปครับ
การจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไปยังที่อื่น ไม่ใช่เรื่องผิดครับ และผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่า ผมจะอยู่ที่นี้นานขนาดไหน