ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ฉันคิดว่าจะต้องเขียนถึงหนังเรื่องนี้ หนังที่ฉันบังเอิญได้ดูหลายครั้ง และแต่ละครั้ง..ก็เรียกน้ำตาฉันได้สม่ำเสมอ ฉันกำลังพูดถึงหนังดราม่าเรื่อง Pay It Forward เป็นเรื่องราวของเทรเวอร์ แมคเคนนี่ (Haley Joel Osment) เด็กชายวัยสิบสองขวบที่อาศัยอยู่กับแม่ (Helen Hunt) ที่ติดเหล้าและไม่มีเวลาให้เขา
วันหนึ่ง..ในชั้นเรียนวิชาสังคมศึกษาของเด็กมัธยมต้น มิสเตอร์ยูจีน ซิมโมเน็ต (Kevin Spacey) ครูสอนวิชาสังคมศึกษาที่ย้ายมาใหม่ได้ให้การบ้านแก่เด็กๆ โดยให้นักเรียน "คิดวิธีที่จะทำให้โลกดีขึ้น" และให้นำไปปฏิบัติด้วย แล้วเด็กชายที่ชื่อเทรเวอร์ ก็คิดทฤษฎีหนึ่งขึ้นมาเพื่อที่อยากจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งรอบๆ ตัวเขาให้ดีขึ้น คือถ้าเขาช่วยคนสามคนและทั้งสามคนนั้นก็ไปช่วยใครอีกคนละสามคนต่อไปเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ก็จะมีคนทำความดีมากขึ้นเรื่อยๆ ทวีคูณ

เทรเวอร์ช่วยเหลือเจอร์รี่ ชายจรจัด ด้วยการพามาทานอาหารที่บ้านและสละเงินเก็บของตัวเองให้เจอร์รี่ไปซื้อเสื้อผ้า เจอร์รี่ก็มีเสื้อผ้าสะอาดไปสมัครงานและได้มีงานทำในที่สุด แล้ววันหนึ่งเขาก็แอบมาซ่อมรถที่บ้านของเทรเวอร์และแม่ของเด็กชายมาเจอ เขาก็เลยบอกว่าเขาได้รับการช่วยเหลือจากเทรเวอร์ก็เลยคิดอยากจะตอบแทน หากแต่เด็กชายให้เขาทำความดีด้วยการช่วยเหลือคนอื่นอีกต่อไป แต่แล้วในที่สุดเจอร์รี่ก็กลับไปเสพยาอีก เทรเวอร์เลยขีดชื่อของเจอร์รี่ออกจากแผนการของเขา ซึ่งจริงๆ แล้วเจอร์รี่ก็ได้ไปช่วยเหลือผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายให้เปลี่ยนใจ
คนต่อไปที่เทรเวอร์คิดจะช่วยก็คือครูผู้ให้การบ้านชิ้นนี้แก่เขานั่นเอง ครูซิมโมเน็ตที่มีแผลเป็นเต็มไปหมดและไม่ยอมบอกว่าได้แผลเหล่านั้นมาได้อย่างไร เด็กชายชักพาให้ครูมารู้จักกับแม่ แต่แล้วพ่อของเขาก็กลับเข้ามาอยู่ในบ้านและสัญญากับแม่ว่าจะเลิกดื่มเหล้า แม่ของเขาก็ให้โอกาสพ่อ.. ครูซิมโมเน็ตโกรธแม่ของเทรเวอร์มากเพราะเขาเชื่อว่าพ่อของเทรเวอร์จะต้องทำร้ายเด็กชายเหมือนที่พ่อของเขาทำร้ายเขา พ่อชอบทำร้ายลูกเมียก็เลยทำให้เขาตัดสินใจหนีออกจากบ้านเมื่ออายุได้สิบสามปี และสามปีต่อมา..เขาก็กลับไปรับแม่มาอยู่ด้วย ทำให้พ่อโกรธเขามาก ทำร้ายเขาจนหมดสติ ราดน้ำมัน จุดไฟเผาเขา เป็นเหตุให้เขามีแผลเป็นอยู่เต็มตัว และเขาไม่มีวันลืมสายตาที่พ่อจ้องมองมายังเขาด้วยความสะใจหลังจากที่เขาตื่นฟื้นสติจากการถูกเผาทั้งเป็น
และแล้วทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่ครูซิมโมเน็ตคาดคิด พ่อของเทรเวอร์ก็แสดงธาตุแท้ออกมาจนได้ และแม่ก็ตัดสินใจไล่พ่อออกจากบ้าน
เด็กชายขอให้ครูช่วยแม่ของเขา "..เพื่อการบ้านของผม..เพื่อผม.."
คริส แซนด์เลอร์ ได้รับอุบัติเหตุการจากที่ถูกรถคนร้ายพุ่งชนและเขาได้รับการช่วยเหลือจากชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ยื่นกุญแจรถสปอร์ตสุดหรูให้ พร้อมกับบอกให้ทำความดีด้วยการช่วยเหลือคนอื่นต่อไปอีกสามคน และต่อมา..เขาก็ตามหาเจ้าของรถคันนี้และได้รับรู้เรื่องราวเพิ่มเติมว่าลูกสาวของชายผู้นี้ก็เคยได้รับการช่วยเหลือจากชายแปลกหน้าผิวดำ ก็เลยทำความดีต่อเนื่องแบบที่เขาทำ คริส แซนด์เลอร์ก็เลยเดินทางไปหาเจ้าของความคิดทฤษฎีส่งต่อความดีนี้ ในเวลาต่อมา..มีรายการโทรทัศน์มาขอสัมภาษณ์เทรเวอร์ เพราะกระแส Pay It Forward แพร่ไปในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเทรเวอร์คิดว่าเป็นผลงานของแม่ที่ช่วยยาย และยายก็ไปช่วยคนอื่นต่อๆ ไป จริงๆ แล้วก็คือทุกคนมีส่วนช่วยในการแพร่กระแสการส่งต่อความดีนี้
ประโยคหนึ่งที่เทรเวอร์ให้สัมภาษณ์และตรึงใจฉันตลอดจนใครๆ อีกหลายคน "....ผมคิดว่ายากที่เราจะเปลี่ยนคนที่คุ้นชินกับบางอย่างแม้จะรู้ว่าสิ่งนั้นไม่ดี เขาก็เลยยอมแพ้ ทุกคนก็เลยพ่ายแพ้...." แล้วในเวลาต่อมา..เทรเวอร์ก็ถูกแทงจนเสียชีวิตเพราะไปช่วยเหลือเพื่อนที่ถูกรุมทำร้าย

กี่ครั้งที่ได้ดูหนังเรื่องนี้..ฉันก็ร้องไห้ ฉันไม่อายด้วยที่จะร้องไห้ให้กับหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะฉากที่ผู้คนมากมายรู้ข่าวการตายเทรเวอร์ต่างก็ถือโคมไฟ และถือเทียนที่จุดวับแวมมาเคารพศพเด็กชายคนนี้ในยามค่ำคืนนั้น ฉากนี้บีบคั้นความรู้สึกของฉันเหลือเกิน และคุณเคยตั้งคำถามกับตัวเองบ้างไหม..ว่า..ได้เคยทำความดีเพื่อใครบ้างแล้วหรือยัง? หรือเพียงแต่ใช้ชีวิตบนหอคอยงาช้าง บนเส้นทางเดินที่ไม่เคยจะสนใจคนรอบข้าง หรือดำเนินชีวิตบนเส้นทางที่ต้องประหัตประหารหรือโค่นล้มใครๆ หากเป็นเช่นนี้..แล้วสังคมจะเป็นอย่างไร? ทำไมเราไม่เริ่มที่ตัวเอง..เพราะถึงแม้เราจะเปลี่ยนโลกไม่ได้ หากแต่เราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้..ใช่ไหมคะ
ใครเป็นใครใน Pay It Forward <คลิกที่นี่>
คิด..คิด..คิด..ต้อมคิดอยู่เรื่อยว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไร? เกิดมาแล้วทำอะไรเพื่อคนอื่นหรือสังคมบ้าง? ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะเปลี่ยนโลกได้ไหม..แต่เราเปลี่ยนแปลงตัวเราได้ ใช่ไหมคะ?
หน่าๆๆ ตรวจการบ้านให้น้องดีๆ ผลบุญจะส่งให้ได้มีแฟน ^^
สวัสดีวันแม่ค่ะ ท่าน ^^
ขอบคุณที่แบ่งปัน - เป็นความเมตตา
เอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ประทับใจ >>>>
"..เพื่อการบ้านของผม..เพื่อผม.."
"..เพื่อการบ้านของผม..เพื่อผม.." นั้นมาจากตอนที่เทรเวอร์อยากขอให้ครูช่วยแม่เขา แต่ครูบอกว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากค่ะ...
ตอนนี้ต้อมก็ร้องไห้ T_T
มาเยี่ยมค่ะ วันนี้มีความสุขจังค่ะ
พักนี้ อยากจัดบ้าน จัดดอกไม้ ลองไปดูนะคะhttp://lanpanya.net/goodthings/
สวัสดีค่ะ น้องเนปาลี
ชอบความคิด อารมณ์และความรู้สึก ของเนปาลี อ่านบทความแล้ว ชอบนะคะ เปลี่ยนใครไม่ได้ เปลี่ยนที่ตัวเราล่ะกันนะคะ
สวัสดีค่ะน้องต้อม
การทำเพื่อคนอื่นแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังมีคุณค่าเสมอค่ะ
สวัสดีวันแม่ค่ะ ^^ เชื่อว่าคุณพี่ศศินันท์มีความสุข เพราะรอยยิ้มเปล่งประกายฉายออกมาทางตัวหนังสือ
วันนี้ต้องเป็นอีกหนึ่งวันที่คุณพี่ศศินันท์มีความสุขแน่ๆ ด้วยมีลูกชายแสนดี มีหลานชายน่ารัก มีครอบครัวอันแสนจะอบอุ่น ^^ น่าชื่นใจไปด้วยค่ะ
ป.ล. ต้อมแวะไปอ่านบทความ/บันทึกที่ลานปัญญาบ่อยๆ ชอบที่เขียนค่ะ ^^
ขอบพระคุณที่แวะมาทักทายกันในวันดีๆ นะคะ ^^ และ..ไม่ว่าจะอะไรหรืออย่างไร เราเริ่มที่ตัวเรานั้น..ดีที่สุดค่ะ การที่จะไปบอกคนโน้นให้ทำอย่างนั้น-อย่างนี้ มันยากนะคะ เพราะขนาดเราเอง..ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเปลี่ยน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า..เราจะเปลี่ยนไม่ได้(เนอะ)
การทำเพื่อคนอื่น..แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กับหัวใจอีกดวง..อาจจะมีความรู้สึกว่าช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน การทำดี..นี่จะทำให้เรามีความสุขและอิ่มเอมใจนะคะ
ทำไม อ.สร้อย หายไปหลายวันๆๆๆๆๆๆๆ....และดีใจที่ได้เห็นในบันทึกนี้ค่ะ ^^
ภาษารื่นรมย์
กรุงเทบ นี่ได้ตั้งใจพิมพ์หรอกนะ แต่ต้องการให้อ่านเป็นสำเนียงทองแดง ภาษาปักษ์ใต้บ้านเราครับ
งวดนี้ขอยกเว้นไม่ต้องหยอดกระปุกนะ
พี่ไข่คิดดี และทำดี ทุกลมหายใจ สำหรับคนไทยทุกคนและเพื่อนร่วมโลกครับ
แหม ไม่ยอมให้กะตังค์กระเด็นหล่นมาใส่กระปุกของพี่จ๊ะเลยนะๆๆๆๆๆๆๆ T_T ((งอน..เดินไปเก็บประปุกคืน)) ฝากไว้ก่อนๆๆ
ทำความดี..แค่คิดก็เจ๋งแล้วนะคะ และที่ดีที่สุดก็คือเราได้ลงมือทำ ^^
ป.ล. พี่ไข่คะ พี่จ๊ะลืมเราแล้วหรือยัง???????
น้องต้อมค่ะ
ต้อมชอบทฤษฎีส่งต่อความดีของเด็กชายเทรเวอร์คนนี้มากๆๆๆๆๆๆๆ+++++++ เลยนะคะ คิดว่าจะลงมือเขียนเรื่องราวโดยย่อของเนื้อหาหนัง และความคิดของตัวเองที่มีต่อเรื่องนี้ หากแต่ก็..ไม่ได้ลงมือเขียนเสียที
ความดีนั้น..ไม่ได้ทำยากเลย และกับการที่เราจะช่วยเหลือใครสักคนก็อาจจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับเขาแล้ว..มันอาจจะหมายถึงโอกาส หมายถึงกำลังใจ
อา(จารย์)จ๊ะว่าไหมคะ?
ก็ต้อมคิดว่าภาษาทองแดงต้อง "กรุงเต๊บ" นี่นา ^^ ครั้งหนึ่งนะ เพื่อนพูดภาษาใต้ ต้อมก็อู้คำเมือง คุยกันไปสักพักก็..ปรากฏว่าที่คุยๆ มานั่น เราต่างก็ไม่รู้เรื่องเลย อิอิ
พี่จ๊ะ..ป่านนี้จะเป็นอย่างไร (ประโยคนี้อยากครวญเป็นเพลงนะเนี่ย)....คงแอ่วสนุกสนานไปแล้วมั้ง
ด้วยความยินดีค่ะ ^^ อยากให้น้องๆ ได้ดูหนังเรื่องนี้ด้วย เพราะมีแง่คิดดีๆ เยอะ ว่าแต่ถ้าให้น้องๆ ดู..แม่หมูต้องเตรียมทิชชู่แจกด้วยนะคะ เป็นหนังดราม่าที่สะเทือนอารมณ์/ใจ สุดๆ คงเพราะนักแสดงถ่ายทอดบทบาทของตัวละครออกมาได้ชัดเจน
ถ้าอยากได้รายละเอียดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ หรือเรื่องย่อ ก็ลองเสริช์หาในอินเตอร์เน็ตดูนะคะ มีคนเขียนถึงหนังเรื่องนี้เยอะเหมือนกันค่ะ
ครั้งหนึ่ง..ที่งอนพี่เซ็กซี่มาก+++ แล้วเธอบอกว่าจะบินมาหาพร้อมหิ้วเค้กของคาเฟ่ เดอ ตูร์ มาให้ด้วย น้องกะเหรี่ยงขี้งอนตอบไปเสียงสะบัดว่า.. "ไม่เอาหรอก ไม่ต้องมาด้วย เค้กที่ไหนก็เหมือนกันนั่นล่ะ ฮึๆๆๆ".... ก็งอนนี่
เธอตอบกลับมาด้วยเสียงนิ่งๆ แบบระงับอารมณ์เต็มที่ (ถ้าอยู่ใกล้ๆ ต้อมคงถูกบีบคอแน่ๆ -- เพราะเวลาอารมณ์เสีย เธอจะโหดมาก) ว่า.. "ไม่เหมือนกันหรอกค่ะ ต้อม ไม่เหมือนกัน......."
ไม่เหมือนกันจริงๆ ด้วย เพราะเค้กคาเฟ่ เดอ ตูร์ มีความรู้สึกดีๆ ของพี่กับน้องซุกซ่อนอยู่ แต่เค้กบ้านเรา..ก็คือบ้านเราไง อิอิ ตอบอา(จารย์)จ๊ะแบบกำปั้นทุบดิน
หวัดดีครับ
บันทึกนี้ดีจังครับ
คิดๆๆๆ
ทำดีกับคนอื่นๆ ได้ถึงสามคนหรือยัง
น่าจะเกินเนาะ...
เฮ้อ...ใช้หมองมาก..หิวข้าวแระ!!
อิอิ