ความพร้อมของบุคลากรจึงเป็นสิ่งสำคัญ เตรียมเขาให้พร้อม เพียงครึ่งเดียวของเป้าหมายที่ตั้งไว้เสียก่อนก็ยังดี แล้วค่อยพัฒนาต่อ ดีกว่ามีไม่ถึงหนึ่งในสี่ มันเป็นเรื่องอันตรายและต้องทำใจหากจะซีเรียสและจริงจัง

competency เป็นคำฮิตและฮอทในปัจจุบัน บางครั้งผู้เขียนก็ไม่เข้าใจว่า ระหว่างแฟชั่นฮอตฮิตกับความเป็นจริงนั้นมันเป็นอย่างไร

ผู้บริหารบางคน คิดได้ เห็นเขาทำ ก็อยากทำบ้าง เขาพูดก็พูดตามเขาไป แต่ในความจริงหรือบริบทของตนเองอาจจะลืมพิจารณาไป

ในเรื่องของการพัฒนา ผู้เขียนคิดว่า competency มีบทบาทอย่างมากมาย ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่า competency สามารถพัฒนาได้ หากขาด compentency ซึ่งจำเป็นที่องค์การต้องประเมินว่าขาดไม่ขาด เมื่อขาดต้องพัฒนาจนได้ competency ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

แต่ในความเป็นจริงบางเรื่อง ทั้งๆที่รู้ว่าขาดแน่นอนแต่กลับไม่พัฒนา นี่มันดูจะขัดๆๆกันชอบกล competency บางอย่าง มันลงมือทำจึงจะเกิดทักษะ ใช่ว่าไปยืนดูๆเขาทำแล้วจะเกิดทักษะเกิดความเก่งกาจสามารถนำมาปฏิบัติได้ก็หาไม่

นี่เป็นประสบการณ์ของผู้เขียน กับการก่อตั้งหน่วยงานใหม่ ที่ทีมงานขาดความคุ้นเคย ขาดการได้ฝึกฝึนอย่างจริงจังก่อนลงปฏิบัติจริงในหน้างาน หลายคนอาจจะมองว่า เก่งอยู่แล้วความรู้ก็แน่น แต่ว่ามีความรู้แต่ไม่มีทักษะ ไม่สามารถดึงความมาใช้ คิดไม่ออก ทำไม่เป็น ก็แค่นั้น อวสานลงด้วย การไม่ แฮปปี้เอนดิ้ง

เพราะฉะนั้น การฝึกฝนจนเกิดทักษะ จึงเป็นสิ่งจำเป็น บางครั้งรู้แค่หลักการเท่านั้น แต่ไม่รู้เลยว่าขั้นตอนปฏิบัติเป็นอย่างไร

ความพร้อมของบุคลากรจึงเป็นสิ่งสำคัญ เตรียมเขาให้พร้อม เพียงครึ่งเดียวของเป้าหมายที่ตั้งไว้เสียก่อนก็ยังดี แล้วค่อยพัฒนาต่อ ดีกว่ามีไม่ถึงหนึ่งในสี่ มันเป็นเรื่องอันตรายและต้องทำใจหากจะซีเรียสและจริงจัง