ผมคงไม่มีโอกาสได้ไปจัดกิจกรรมที่นั่นหรอกกระมัง ถ้าผมไม่สัญจรมาใช้ชีวิตใน G2K แห่งนี้ ...

สองถึงสามวันมานี้  ผมแทบจะเรียกได้ว่า  กินนอนอยู่ในที่ทำงานเลยก็ว่าได้   บางวันนอนอยู่บนเก้าอี้   หรือไม่ก็ปูสื่อผืนบางนอนอยู่ข้าง ๆ  โต๊ะทำงาน  หรือไม่ก็พาตัวเองเข้าไปนอนในห้องรับรองของสำนักงาน

 

ผมมีอะไรต้องสะสางเยอะแยะไปหมด   ยิ่งสะสางยิ่งรู้สึกราวกับว่ามันทบทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ โต๊ะทำงานเกลื่อนเต็มไปด้วยเอกสารและสื่อต่าง ๆ   อย่างรกรุงรัง  นโยบาย 5  ส. แทนที่จะเป็นการสะสางจัดระเบียบสิ่งเหล่านี้  ตรงกันข้ามผมกลับยังเอาชนะมันไม่ได้  จนกลายมาเป็น สะสมอย่างโหดฮา

 

การสร้างงานใหม่  ดูหนักหน่วงเกินกว่าที่ผมคาดการณ์เอาไว้มาก   ทำเอาทั้งผมและขุนพลข้างกายล้มลุกคลุกฝุ่นกันอย่างมอมแมม   แต่ก็ยังถือว่าโชคดี  เพราะเราเองก็พอที่จะเข้าใจในกันและกันอยู่บ้าง  และรู้ดีว่า ..เราต่างเกิดมาเพื่องานในทำนองนี้

 

ผมค่อนข้างยุ่ง.. และในความยุ่งเหยิงของการงานนั้น  ผมก็มีความสุขกับการสู้รบปรบมือกับมันเป็นที่สุด  เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา  ผมเชื่อและศรัทธาอย่างแรงกล้าว่า  งานหนัก  คือต้นทุนอันรื่นรมย์ของชีวิต

 

และในเวลาอันบีบรัดเช่นนี้  ผมเองก็แทบไม่มีเวลาเขียนบันทึกว่าด้วยการงานของตนเองเท่าใดนัก  ไม่มีแม้กระทั่งเวลาการเขียนบันทึกบอกข่าวการกลับไปเยือน เด็กรักป่า  อีกรอบ

 

ผมกำลังจะออกเดินทางไปยังศูนย์ศึกษาศิลปะเด็กรักป่า  จ.สุรินทร์   โดยเป็นการเดินทางไปตามพันธะทางใจของผมที่มีต่อเด็ก . ต่อพี่หน่อย พี่จืด  หรือแม้แต่ต่อพันธะทางใจของผมเอง

ผมเองยุ่งและวุ่นวายมาก  ซึ่งหมายถึงการงานอันมากล้นได้โถมทับมาทักทายผมอยู่อย่างต่อเนื่อง  จนไม่สามารถที่จะจัดวางเวลาอันเป็นส่วนตัว  ทั้งเพื่อคนที่บ้าน  และทั้งการใช้ชีวิตใน G2K แห่งนี้

หลายคืนแล้วที่ผมไม่ได้นอนกกกอดเจ้าตัวเล็ก  ทำดีที่สุดก็เพียงแค่การหอบสังขารอันอิดโรยของตัวเองกลับเข้าบ้านในรุ่งสาง  พร้อม ๆ กับทิ้งตัวลงนอนราวกับนักเดินทางที่อ่อนล้า   แต่ในทุก ๆ เช้า  ลูกชายคนโตก็จะย่องมาปลุกผมอย่างเงียบ ๆ  ด้วยการจุ๊บแก้มผมเบา ๆ  พร้อม ๆ  กับการโถมทับอยู่บนร่างกายของผม  และนั่นคือการบอกกล่าวให้รู้ว่า  ทั้งผมและเขา ได้เวลาอาบกันแล้ว-

ขณะที่บางที  ผมยังกายลุกไม่ไหว  ก็จะได้ยินเสียงของเพื่อนชีวิตแว่วมาอย่างแผ่วเบาว่า ...อย่ากวนพ่อ...พ่อเหนื่อย ...

 

ด้วยความที่ว่าผมไม่มีเวลาบอกข่าวคราวการไปเด็กรักป่าอีกรอบต่อใคร ๆ ..  บันทึกนี้  จึงเป็นเสมือนบันทึกขอโทษขอโพยจากหัวใจของผมที่เขียนถึงมิ่งมิตร  ด้วยหวังว่า  จะให้อภัยต่อการเดินทางอันนิ่งเงียบและเย็นชาของผมเป็นที่สุด

 

ก่อนหน้านี้สักประมาณวันจันทร์ ดร.กะปุ๋ม  คนตัวเล็กแต่หัวใจดวงดีงามแสนใหญ่โตนัก  ได้ขับรถนำหนังสือส่วนหนึ่งมามอบให้กับผมถึงที่ทำงาน  เพื่อให้ผมนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม  และเมื่อวานนี้เอง  ดร.กะปุ๋ม  ก็สู้อุตส่าห์ขับรถมาจากขอนแก่นอีกรอบ  โดยมาพร้อมกับหนังสืออีกกองใหญ่  เพียงเพื่อเจตนารมณ์เดิม  คือการฝากให้ผมได้ช่วยนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

 

 

จะว่าไปแล้ว.  ผมรู้สึกผิดและกล่าวโทษตัวเองอยู่อย่างเงียบ ๆ   เป็นการกล่าวโทษในทำนองของการสนทนากับตัวเองมากกว่าการพิพากษาทางจิตใจ  เพียงเพราะไม่มีเวลาพอที่จะบอกกล่าวเล่าความนี้ต่อมิ่งมิตรในพื้นที่หลายท่าน   ทั้ง หนูนิด  สายลม  พี่หมู  ครูกั๊ต  พี่พิทักษ์  และอื่น ๆ  อีกมากมายที่เคยได้ร่วมวงแห่งความฝันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

 

การเดินทางไปครั้งนี้   ผมไม่รู้หรอกว่าจะทำอะไรได้บ้าง  รู้แต่ว่าจะไปให้กำลังใจกับชาวบ้านที่กำลังสร้างโรงอาหารให้กับลูก ๆ หลาน ๆ  ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  ผมและน้องนิสิต  ไม่รู้จะทำอะไรได้บ้าง  ก็ได้แต่ระดมทุนกันอย่างเงียบ ๆ  ..  และเร่งรบกับการงานรอบตัวกันอย่างยกใหญ่  เพื่อให้สามารถเดินทางไปสู่เด็กรักป่าอย่างไม่ต้องพะวงกับเบื้องหลังอันเป็นชีวิตในอีกมุมหนึ่งของเราเอง

 

 

ผมและนิสิต  กำลังจะออกเดินทางอย่างเงียบ ๆ ...  ไปสู่พื้นที่แห่งชีวิตที่เราคิดเสมอว่า  มีอะไรที่ช่วยได้  เราก็พร้อมที่จะช่วยอย่างไม่อิดออด

 

และเหนือสิ่งอื่นใด   ผมขออภัยที่ก่อนหน้านี้  ไม่สามารถจัดการกับเวลาแห่งการสื่อสารนี้ได้อย่างที่ควรจะเป็น  แต่ก็อยากให้มิ่งมิตรทั้งหลายได้รับรู้ว่า   ผมคงไม่มีโอกาสได้ไปจัดกิจกรรมที่นั่นหรอกกระมัง  ถ้าผมไม่สัญจรมาใช้ชีวิตใน G2K  แห่งนี้ ...