ทอมกลับใจ

ไอ้ปุ้ย
 
คุณคงไม่ปฏิเสธหรอกนะว่า ยังไม่เคยลอง ลองแล้วก็ให้รู้สึกมึน ๆ
มึนแล้วก็มีความสุข มีความสุขแล้วก็ให้รู้สึกปลดปล่อย สนุกสนาน
 
โซดา หรือโค้ก ดีคะพี่เสียงหญิงสาวหน้าตาดี
ในชุดกระโปรงสั้นเหนือเขาใส่เสื้อคอกลมแนบเนื้อรัดรูป รัดทรง องเอว
จนทะลักทะล้น กลัวใจเสียเหลือเกินว่ามันจะระเบิดแตกออกมาเป็นเสี่ยง ๆ
 
เธอคงมีหน้าที่...ริน...ริน...ริน ส่วนเขากวาดยำสามกรอบเข้าปากอย่างออกรส
เปรี้ยว, หวาน, มัน กรอบ แล้วซดน้ำต้มยำกุ้งร้อน ๆ ผ่านลำคอ
น้ำสีเหลืองอำพันที่ถูกน้ำแข็งในแก้ว ถ่วงจนแห้ง เธอจัดแจงรินให้อีกครั้ง
ด้วยรู้อกรู้ใจ กันไปเสียทุกอย่าง
 
สุรา นั้นแปลว่าเหล้า กินแล้วเมา..ก็เดินโซเซแค่นี้ชีวิตเขา
และเพื่อนก็มีความสุขอยู่มากโข ด้วยเซ..ไป...เซ...มา ถึงบ้านนอนหลับเป็นตาย
พรุ่งนี้ตื่นไปทำงาน สิ้นเดือนก็รับเงิน เจอกันก็สังสรรค์ เป็นอย่างนี้ประจำ
 
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วซิ หลายชีวิต โซเซ จนถึง เซZZZZZ เหมือนอย่างในโฆษณาทีวี
เพราะพิษเศรษฐกิจตกต่ำ จนมีคำพูดติดปากทั่วไปว่า
จน........เครียด............กิน...........เหล้า..........มันชั่งโดนใจใคร
ๆ ตอนนี้เสียเหลือเกิน เหมือนจะบอกว่า ช่างหัวตู คนอื่นอย่ามายุ่งเพราะตู
จน...เครียด...กิน...เหล้า……..”
 
ก่อนหน้านั้นการดื่มเหล้าเป็นเพียงเพื่อต้องการตอบสนองความสุขในการเข้าสังคม
หรือเป็นเพียงการเพิ่มรสชาติของอาหาร หรือกับแกล้มให้อร่อยปากยิ่งขึ้น
และใช้เป็นข้ออ้างในการเชื่อมความสัมพันธ์ และมิตรภาพให้แน่นแฟ้น
หรือจะเพราะบรรยากาศมันพาไปก็สุดแล้วแต่
 
แต่ตอนนี้สังคมเราน่าเป็นห่วง ก็หลายคนดื่มเหล้าเพราะรู้สึกว่า จน และเครียด
เช่นนี้
มันจะมีความสุขได้อย่างไร
มันต่างกับ รวย....Happy.....กิน...เหล้า.....ไม่ได้เลย
 
ใช่ว่าการดื่มสุราเป็นสิ่งดี ก็แค่อยากจะบอกถึงความพอดีในการดื่ม
เมื่อได้ดื่มแล้วก็อยากให้รู้สึกดี ๆ กับสิ่งที่ได้ทำลงไป
มันอาจเป็นการทำร้ายสุขภาพ นั่นก็ใช่
แต่เมื่อดื่มแล้วไม่ถึงขนาดทำให้สิ้นสภาพ(ความเป็นคน)
มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจและน่ากลัว
หากทุกคนต่างรู้จักความพอดีที่จะหาความสุขจากมัน
 
ดังนั้นคำว่า พอดีจึงขึ้นอยู่กับมาตรฐานของแต่ละคน เช่น พอดีมึน ๆ หรือ
พอดีกึ่ม ๆ หรือ สามแก้วพอดี! พอแล้ว หรือ พอดีลูกโทรมาตาม ขอตัวกลับก่อน
เหล่านี้เป็นต้น มันก็ต่างเหตุผลกันไป สุดแท้แต่ความ พอดีของแต่ละบุคคล
ทุกวันนี้หลายคนกลับดื่มกันอย่าง หมดพอดีคือไม่มีความพอ...ไม่เมาก็ไม่เลิก
ไม่ยอมเดินกลับบ้าน ชอบคลานสี่ขา หรือให้มีคนแบกไปส่ง มีหวังอีกหน่อยเถอะ
ก็ต้องมานั่งตะโกนคำว่า จน.....เครียด...กิน...เหล้า.....ไม่มีจะแดก...
ถึงเวลานั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไง
 
ท่านทั้งหลายก็ดื่มไปเถอะ นี่ไม่ได้ห้ามแต่ขอให้ดื่มกันด้วยความ พอดี
อย่าให้ถึงกับขาดสติ และขาดสตางค์
 
เมื่อพูดถึงคนชอบดื่มทีไร ก็อดคิดถึงเพื่อนคนนี้ไม่ได้
เธอเป็นหญิงแต่หัวใจเป็นชาย
และพยายามทำทุกอย่างให้ร่างกายภายนอกดูงามสมชายชาตรี
 
ปีที่แล้วข้าพเจ้าได้ข่าวมันว่า ไอ้เพื่อนคนนี้ได้เมียเป็นผู้หญิง
แต่อีกปีถัดมา ก็ได้ข่าวมันว่า ตอนนี้มันกลายเป็นเมีย...ผู้ชายไปแล้ว
 
เมื่อก่อนมองมันผ่าน ๆ ก็เหมือนจับผู้ชายมาเขียนคิ้วทาปาก แต่พอช่วงหลัง ๆ
มันตามแฟชั่น
ไอ้เพื่อนสติแตกของข้าพเจ้าไปสักรูปมังกรตัวใหญ่เลื้อยพันอยู่ตรงหัวไหล่
ใส่เสื้อหนังสายเดี่ยวสีแดงรัดรูป นุ่งกระโปรงบาน สวมรองเท้าบู๊ดส้นตึกสูง 5
นิ้ว สีดำมันวับ ทาเล็บสีขาว ทาปากสีดำ ทั้งกัดสีผมเป็นสีทองทั่วทั้งหัว
ใส่เจลปียก ๆ หัวมันวับ ผมตั้งเหมือนหนามทุเรียน มันว่าเป็นแฟชั่นแนวพั้งก์
 
พอมาสมัยนี้เขาเรียกกันว่าแนว เจ-ร็อค (J-Rock)
อย่างที่วัยรุ่นชาวญี่ปุ่นแต่งตัวกันบ้า ๆ บอ ๆ
แล้วนัดกันไปโชว์ความแปลกที่ถนนฮาราจูกุ
ส่วนเพื่อนข้าพเจ้ามันก็เดินอยู่แถวคลองเตย หรือไม่ก็ปากซอย 53 รามคำแหง
 
ข้าพเจ้าจำได้ว่า เคยเรียกไอ้แนวการแต่งตัวแบบนี้ว่า แนวพั้งเผลอคือ
เผลอแต่งไปได้ยังไง ทั้งดูไปดูมารวม ๆ
แล้วมันก็เหมือนกับนกกระจอกทอดเสียมากกว่า
 
แต่มาวันนี้พบหล่อนอีกครั้ง หล่อนเปลี่ยนไปแล้ว ไม่รู้อะไรมาเข้าฝัน
จึงเปลี่ยนได้สุดขั้วเช่นนี้ จากทอมสุดเท่ห์ มาเป็นสาวพั้งก์ นกกระจอกทอด
และเกือบสุดท้ายมาเป็นทหารพรานหญิง 35 ดีกรี ก่อนจะแต่งงาน
แล้วเปลี่ยนมาเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง ดูอบอุ่นสมวัย 34 เศษ ๆ จนข้าพเจ้าแทบช็อคตาย
ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ใคร ๆ ต่างก็เรียกมันว่า เจ้ปุ้ย
ขายส่งสุราต่างประเทศ ข้าพเจ้าดีใจกับมันด้วยที่มันได้ค้นพบอาชีพที่ถนัด
และได้ค้นพบวิธีใช้อวัยวะในร่างกายทุกส่วนให้เหมาะสมกับหน้าที่ของมัน
 
ข้าพเจ้าเห็นรูปแต่งงานของเพื่อน กับตอนนี้
มองยังไงก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาดูในรูป
ดูให้ตายมันก็มีแค่รูปเจ้าบ่าวถ่ายรูปคู่กับเพื่อนเจ้าบ่าวเสียมากกว่า
 
ข้าพเจ้าส่งรูปถ่ายคืนมันไป
พร้อมกับนั่งลงที่โต๊ะอาหารด้วยความดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง
ขณะที่เพื่อนสนิทตรงหน้ากำลังรินเบียร์ใส่แก้วแล้วยื่นให้
มันว่าพบกันคราวนี้มีข่าวดีจะบอก
 
ข้าพเจ้าฟังแล้วก็ตื่นเต้นอีกครั้ง
หลังจากพบกับความประหลาดใจในรูปลักษณ์กัลยาของเจ้าเพื่อน Love คนเดิม
นาน...น๊าน.........จะได้เจอกันทีก็มีความสุข นี้แถมข่าวดีมาด้วย
ยิ่งทำให้รู้สึกมีความสุขเข้าไปอีก เป็นไง ?” ข้าพเจ้าถาม
(
ในใจก็คิดว่ามันต้องเปลี่ยนรถใหม่ หรือไม่ก็หมดหนี้สิน
หรือไม่ก็ต้องเป็นวันพิเศษอะไรสักวันแน่ ๆ ) แต่นั่นกลับไม่ใช่คำตอบ
 
ไอ้ปุ้ยมันบอกข่าวดี กูท้องได้ 3 เดือนแล้ว
เพื่อนกระเทยอีกคนที่ไปด้วยกันฟังแล้วอุทานจนเกือบตกเก้าอี้
อุ้ยตาย...อีหอยหลอด...อีผัดพริกสด......อกอีนังบอยจะแตก...ทอมมีลูก....กูจะบ้าตาย
ใช่แล้วแถมเป็นลูกคนที่สองอีกด้วย กระเทยอย่างมึงอีบอยไม่มีปัญญาทำหรอก
(
ข้าพเจ้าแกล้งสัพยอกอีกระเทยเฒ่า)
 
ส่วนเจ้ปุ้ยยังมีหน้ามานั่งดวดเบียร์ท้องโย้อย่างนี้ใช้ได้ที่ไหน
ข้าพเจ้าก็เอ็ดเพื่อนเข้าให้บ้าง เพราะกลัวลูกในท้องมันเกิดมาจะร้องได้แต่
ไฮเนเก้น...ไฮเนเก้น.... ข้าพเจ้ากับอีนางบอย
จึงต้องรีบแย่งกันดื่มเบียร์บนโต๊ะที่ยังเหลืออยู่อีกเกือบสองเหยือกให้หมดเสียโดยเร็ว
เพื่อจะได้นำตัวไอ้คุณแม่สติแตกส่งบ้าน แจ้งผู้ปกครอง ทั้งให้กักบริเวณโดยเร็ว
 
สมน้ำหน้ามัน งานนี้คงไม่ถึงกับลงแดงหรอกนะคุณ
เพราะไอ้ปุ้ยคนเดียววันนี้ทำให้ข้าพเจ้าต้องเกือบเสียท่าเป็นผัวกระเทยโดยไม่ตั้งใจ
เคราะห์ดีที่เบียร์มันสร่างเมาเร็ว พอมีสติให้ป้องกันตัวและเตะต่อยได้
ด้วยเห็นแก่เพื่อนและของฟรีแท้ ๆ
เกือบจะเสียเชิงชายถูกกระเทยเฒ่าเจาะไข่ดำเสียแล้วไหมล่ะ เพราะฤทธิ์สุราแท้ ๆ
เรื่องนี้จึงเป็นอุทาหรณ์สอนใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลายว่า
การดื่มสุราก็ควรดื่มให้มันพอดี ๆ อย่าให้ถึงกับเมามายจนขาดสติ
และจงอย่าได้ไว้ใจทาง อย่าวางใจ
กระเทย (เฒ่า)
 
คืนนั้น ข้าพเจ้ากลับมานอนบ้านได้อย่างปลอดภัย และคิดถึงเพื่อนคนนี้
ในชีวิตของมันมักชอบทำอะไรต่อมิอะไรแปลกประหลาด ที่ชาวบ้านชาวเมืองเขาไม่ทำกัน
ทั้งที่ตัวเองเป็นลูกสาวนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่
ส่วนแม่มันคนทั่วไปก็เรียกว่าคุณนายผู้กำกับ
เอาเป็นว่าระดับพ่อกับแม่มันออกงานทีต้องเดินคู่กับผู้ว่าฯ
หรือผู้ใหญ่ระดับบิ๊กก็แล้วกัน เผลอ ๆ
บางทีพ่อมันนั่นแหละเป็นประธานในพิธีเสียเอง
 
วันนั้นเป็นงานแต่งงานระหว่างลูกสาวและลูกชายนักธุรกิจอภิมหาโครตรวยในจังหวัด
เอาวงดนตรีจากกรุงเทพฯ ไปเล่น งานเขาจัดได้หรูหรา เลิศสะแมนแตน
มีทั้งบรรดาลูกท่านหลานเธอทั้งหลายแต่งตัวประชันความโก้หรู
ไปในงานกันอย่างคึกคัก แต่ดูอีกทีก็เหมือนตลาดนัดวัวควาย
ที่ต่างคนต่างมาเล็งหาคู่ในงานนี้ นัยว่าจะได้สมศักดิ์ สมศรี
ฐานะทัดหน้าเทียมตา กลายเป็นงานนัดบอดหาคู่ไปซะอย่างงั้น
 
ขอให้แขกผู้มีเกียรติโปรดดื่มอวยพรแก่คู่บ่าวสาว.............(กรึบ)........ไช......โย....ไช......โย....ไช......โย....
 
ส่วนเจ้าสาวก็ขอบพระคุณคำอวยพรนั้นในใจว่า แสนยินดีวันนี้ที่มีผัว
เคยเสียตัวมาแล้วก็หลายหน มาวันนี้มีผัวเป็นตัวตน
ส่วนเป็นคนที่เท่าไหร่ไม่ได้จำ
 
ฮ่า..ฮ่า...ฮ่า.....ข้าพเจ้าล้อเล่น พอดีนึกกลอนบทนี้ขึ้นมาได้
เคยฟังมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว
พอไปงานแต่งทีไรก็นึกอุตริให้งานไหนสักงานมีเจ้าสาวกล้าอ่านกลอนบทนี้บ้างคงสนุกพิลึกดี
 
ท่านผู้ว่ากล่าวคำอวยพรเสร็จก็เดินกลับมานั่งโต๊ะ