เอาตะเกียบคีบปลากะพงน้ำแดงใส่ปาก แล้วตบด้วยจอนนี่วอกเกอร์ ผสมโซดา
ตามเข้าไปแก้คอแห้ง แน่นอนพ่อและแม่ของไอ้ปุ้ยเพื่อน Love
ข้าพเจ้านั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ตรงนั้น มี ท่านผู้ว่าและภรรยา
ท่านนายกสมาคมหอการค้าจังหวัดและครอบครัว ถัดไปคือท่านอัยการจังหวัดและภรรยา
ภายหลังเสร็จพิธีการ บรรดาอาหารบนโต๊ะจีนเริ่มทยอยกันเข้ามาเรื่อย ๆ
พร้อมกับเหล้าขวดใหญ่กลางโต๊ะ พร่องลงเกือบหมด ท่านผู้กำกับเรียกวิทยุ ว.12
อินทรีผงาดให้พลขับเอาเหล้าในรถมาเพิ่ม พอดีกับเสียงจังหวะเพลงคึกคัก
ดีกรีในร่างมันก็เดือดพล่าน
ภรรยาท่านผู้ว่า ชวนภรรยาท่านผู้กำกับคุยตามประสา
“คืนนี้ลูกสาวคุณน้องมาร่วมงานด้วยใช่ไหมคะ
ลูกคุณพี่ก็มาค่ะคนใส่ชุดราตรีสีชมพูตรงโน้นน่ะ” (คุณนายผู้ว่าบอก)
“อุ้ย...สวยน่ารักจริง ๆ เลยนะคะ” (คุณนายผู้กำกับตอบ)
“ค่ะ.....เพิ่งเรียนจบบริหาร จากเอแบค นี่ก็ชวนมาด้วยกันให้มาเปิดหูเปิดตาบ้าง
นั่งร่วมโต๊ะกับลูกสาวท่านอธิการน่ะค่ะ”
“อ๋อ...เหรอคะ....เด็ก ๆ สมัยนี้น่าตาจิ้มลิ้มน่ารักนะคะ” (คุณนายผู้กำกับตอบ)
“อ้าว...แล้วลูกสาวคุณน้องมาด้วยหรือเปล่าคะ” (คุณนายผู้ว่า)
“มาค่ะ” (คุณนายผู้กำกับ)
“ไม่เห็นเลย...นั่งอยู่กับใครคะ” (คุณนายผู้ว่า)
“โน่น.....ค่ะ.....นั่งร่วมกลุ่มกับสาว ๆ ที่โต๊ะใกล้เวที
ส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อเจ้าสาวค่ะ” (คุณนายผู้กำกับ)
“คนไหนคะ....คนที่ผมยาวใส่ชุดราตรีสีเงินชมพู หรือคนที่ใส่ชุดราตรีสีฟ้าคะ
สงสัยจะเป็นคนนี้แน่ ๆ เลย ผมยาว ผิวสวยน่ารักเหมือนคุณแม่เลย ใช่ไหมคะ”
(คุณนายผู้ว่ายอ)
“ค่ะ...ค่ะ”
แม่ไอ้ปุ้ยตอบแล้วหันไปมองพ่อไอ้ปุ้ยที่ดอดไปร้องเพลงอยู่บนเวทีตามคำเชิญของเจ้าภาพเสียตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“คุณนายผู้ว่าเมื่อเห็นท่านผู้กำกับกำลังร้องเพลงอย่างสนุก
ก็หันมาตบมือให้กำลังใจ เจ้าภาพขอให้ท่านผู้กำกับร้องอีกเพลง เสียงเพลงจังหวะ
ช่ะ....ช่ะ...ช่า ดังขึ้นอีกครั้งในเพลง “เป็นโสดทำไม”
บรรดาท่านและเมียท่านทั้งหลายต่างร่วมตบมือเชียร์และให้กำลังใจท่านผู้กำกับกันอย่างแข็งขัน
ทันใดนั้นเอง มีหญิงสาวนางหนึ่ง ไม่ทราบสังกัดแน่ชัดว่ามาจากตระกูลใด
เธอลุกขึ้นเต้นเหยง ๆ รำอยู่หน้าเวที เธอใส่ชุดเสื้อกล้าม กางเกงลายพราง
ท่าทางทะมัดทะแมง โยกย้ายส่ายสะโพกไปกับจังหวะสามช่า หน้าเธอแดงยังกะลูกตำลึง
แววตามีความสุข มือหนึ่งถือแก้วเหล้าอีกมือหนึ่งถือดอกกุหลาบสีแดง
ทรงผมที่กุดสั้นย้อมด้วยสีทองของเธอ
มันสะท้อนแสงวูบวาบเป็นประกายทำให้เธอดูโดดเด่นขึ้นมา
เธอเต้นต่อไปพร้อมเดินขึ้นไปหาท่านผู้กำกับบนเวที
ที่กำลังขยับแว่นสายตาอ่านเนื้อร้องจากจอคอมพิวเตอร์
เธอยื่นดอกไม้ให้ พร้อมกับบรรจงจูบแก้มท่านผู้กำกับและสวมกอดอย่างแนบสนิท
ท่านผู้กำกับยิ้มไม่ได้ถือสา แสดงอาการแต่อย่างใด
เด็กผู้หญิงคนนั้นยังคงเต้นอยู่ข้าง ๆ ต่อไป และไม่ยอมหนีไปไหน
คุณนายผู้ว่าและทุกคนที่โต๊ะต่างตกใจกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ตายแล้ว...คุณน้องขา...นั่นเด็กที่ไหนไม่รู้ ขึ้นไปหอมท่านผู้กำกับใหญ่แล้ว”
(ทุกคนที่โต๊ะต่างตกตะลึง)
คุณนายผู้ว่าหันกลับมาจ้องหน้าคุณนายท่านผู้กำกับด้วยสีหน้ากังวลใจ
ส่วนคุณนายผู้กำกับยิ้มเล็กน้อย แล้วหันไปมองสามีของตนอีกครั้ง
ยังไม่ทันหายใจได้ทั่วท้อง ....เด็กผู้หญิงคนนั้น...เธอตะโกนว่า....”
พ่อกู...พ่อกู......” พร้อมชี้ไปที่ท่านผู้กำกับ แล้วเข้าไปกอดและหอมอีกหนึ่งที
ทุกคนที่โต๊ะและคุณนายท่านผู้ว่าต่างตกตะลึง หันกลับมามองหน้าแม่ไอ้ปุ้ย
เป็นสายตาเดียวกัน พร้อมกับทำอาการเลิกคิ้วทั้งสองข้างอย่าง...ฉงน!
ส่วนคุณนายผู้กำกับ...ยิ้ม...และตอบว่า “ค่ะ...นั่นแหละค่ะ ลูกสาวอีฉัน”
เห็นไหมครับลีลาของเพื่อนข้าพเจ้าต้องเรียกว่า “จ๊าบ” เสียจนไม่มีคู่แข่ง
พอเมาทีไรขึ้นไปเต้นบนเวทีทุกที
ข้าพเจ้าเคยแอบถามมันว่า ไม่กลัวพ่อกับแม่อายบ้างหรือทีมีลูกสาวบ้า ๆ บอ ๆ
อย่างนี้ เจ้าเพื่อนตัวแสบตอบกลับมาว่า “เขาชินแล้ว”
ส่วนท่านผู้กับกำ เคยเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า
ไอ้เรื้องขึ้นไปเต้นกับพ่ออย่างนี้ไอ้ปุ้ยมันทำมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก
โตขึ้นมันก็ยังชอบมาเต้นกับพ่ออย่างนี้ประจำ ถ้ามาด้วยกัน
ตำรวจในกองร้อยต.ช.ด.รู้ดี ไอ้ปุ้ยมันเป็นขวัญใจประจำกองร้อยมาตั้งนานแล้ว
คนอื่นไม่เคยเห็นก็จะนึกว่ามันบ้าๆบอๆ แต่สำหรับพ่อ
...ไอ้ปุ้ยมันจะอายุเท่าไหร่, มันชอบทำอะไร มันก็ยังน่ารักเสมอในสายตาของพ่อ
สมแล้วที่ไอ้ปุ้ยมันเป็นลูกรักของพ่อและของเพื่อน ๆ
ทั้งเหมาะสมแล้วอีกเช่นกันที่ข้าพเจ้าตั้งชื่อใหม่ให้มันว่า “รจนาไฉน”
ซึ่งแปลว่า ..........“ผู้หญิงหรือนี่”
นี่คือความรัก ความอบอุ่นในครอบครัวเป็นยาวิเศษคงทนถาวร ต่อให้ลูกจะทำอะไรบ้า ๆ
บอๆ อย่างไอ้ปุ้ย พ่อแม่มันไม่เคยห่วงภาพพจน์ หน้าตาในสังคม
มิหนำซ้ำยังภูมิใจที่ได้นำเสนอความแปลกของลูกตัวเองอีก
ตอนนี้ไอ้ปุ้ยมันเบื่อชีวิตพิสดารแล้วมั้ง มันลงเอยด้วยดีมีครอบครัวเล็ก ๆ
ของมันที่พร้อมด้วยความอบอุ่นและเข้าใจ “นี่แหละ..เขาเรียกว่า
ความรักชนะทุกสิ่ง”
คราวหน้าไปงานแต่งงานเห็นผู้หญิงตัวใหญ่ ๆ ตัดผมเกลียน ๆ
พาเด็กขึ้นไปเต้นบนเวทีอย่างเมามัน ก็ไม่ต้องตกใจ นั่นแหละไอ้ปุ้ยและครอบครัว
...เพื่อน Love ของข้าพเจ้าเอง