ความลับเรื่องที่ 5
เรียนไฟฟ้ายังไง..ถึงซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เป็น
จากเด็กสาวขี้อายริอาจหาญไปเรียนต่อในวิทยาลัยเทคนิคฯ
ได้อย่างไรกัน? จากหัวข้อนี้เอง ที่พี่จ๊ะ
เจ้าของการบ้าน tag
ความลับของฉัน...มีมากกว่าห้าแต่...ที่ได้ส่งต่อการบ้านต่อมายังฉันได้
request มา เธอบอกว่า.."ต้องเล่าให้ได้นะ
เรื่องนี้"

ก็พราะความขี้อายในระดับเว่อร์นั่นล่ะค่ะ ทำให้ชีวิตของฉันได้พลิกผันไปได้มากขนาดนี้ ฉันจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโดยได้รับโควต้าเรียนต่อหลายที่ แต่ที่ไม่มีใครรู้ก็คือ..ฉันเป็นหนึ่งในจำนวนน้อย(หรือแทบจะไม่มีเลย)ที่สอบสัมภาษณ์ตก ฉันบอกแล้วไงว่าขี้อาย และก็เลยไม่ยอมคุยกับคนแปลกหน้า อย่างเช่น ฉันได้โควต้าเรียนวิชาเอกภาษาอังกฤษ แต่กลับไม่ยอมคุยกับอาจารย์ฝรั่งที่มาสอบสัมภาษณ์ เขาถามคำถามอะไรมา..ฉันก็ตอบไปคนละเรื่อง แถมยังมีหน้าถามอาจารย์ฝรั่งไปว่า "ขอคำถามเป็นภาษาไทยได้ไหมคะ?" อีกทั้งไม่ยอมไปสอบเอนทรานซ์เพราะกลัวสอบติดและต้องไปเจอผู้คนมากมาย
และพอดีที่ญาติฉันมีสามีเป็นอาจารย์หัวหน้าคณะช่างก่อสร้าง-สถาปัตยกรรม ที่วิทยาลัยเทคนิคฯ แวะมาคุยด้วย และแนะนำให้ฉันไปสอบที่นั่น และแล้วฉันก็สอบผ่านเข้าไปเป็นนักศึกษาหญิงจำนวนน้อย(มากๆ)ในนั้น สาขาวิชาช่างเทคนิควิศวกรรมไฟฟ้า
ช่วงเดือนแรกที่ไปเรียนก็ร้องไห้ทุกวัน ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงมาเรียนที่นี่ เดินไปทางไหนก็มีแต่นักศึกษาชายเต็มไปหมด มองมาที่ฉันทำไม?..ไม่รู้หรือไงว่าฉันขี้อาย แงๆๆ พอที่บ้านรู้ก็เลยบอกให้ออกจากที่นั่น แล้วปีหน้าค่อยหาที่เรียนใหม่ เจอคำนี้ก็เลย "ฮึด" บอกตัวเองว่า..จะต้องอยู่ในนี้ให้ได้ครบสองปี และบังเอิญว่าฉันมีญาติเป็นอาจารย์สอนคณะสถาปัตยกรรม และคณะช่างยนต์ รวมไปถึงที่ใครๆ ต่างเข้าใจว่าฉันเป็นหลานสาวอาจารย์ที่เป็นหัวหน้าคณะก่อสร้าง+สถาปัตยกรรม ก็เลยสบายแฮ และฉันโชคดีที่เพื่อนๆ ในห้องดีกับฉัน พวกเขาซึ่งส่วนใหญ่มีอายุมากกว่าฉัน (บางคนก็ทำงานแล้ว)ก็ดูแลและเอาใจใส่ฉันดีพอสมควร ไม่เคยล่วงเกินทางสายตาและวาจาหยาบโลนเหมือนที่ผู้หญิง (นักเรียนหญิง)คนอื่นมักจะเจอ
ยังจำได้ว่าวิชาแรกที่เจอคือ วิชาการติดตั้งไฟฟ้า ช่วงเรียนทฤษฎีนั้น..เนื่องจากเป็นคาบแรก อาจารย์ก็อธิบายและพูดถึงเนื้อหาในวิชานี้ พอช่วงบ่ายก็เป็นภาคปฏิบัติ..อาจารย์สั่งงานไว้ให้ "รีดสายไฟ" ฉันซึ่งเป็นเด็กสาวตัวเล็กๆ (ในตอนนั้น) ได้แต่ทำหน้างงๆ เพื่อนผู้หญิงอีกคนที่เรียนห้องเดียวกันก็ยังไม่มา แล้วฉันจะทำอย่างไรดี ได้แต่หยิบสายไฟฟ้าที่ถูกใช้แล้วจนมีสภาพหงิกๆ งอๆ ขึ้นมามองดู ทำหน้าแหยๆ ถามเพื่อนชายในห้องว่า "เขารีดกันยังไงเหรอ?" เขาคนนั้นหันหน้ามาแล้วพูดใส่หน้าฉันว่า.."ตกลงมาเรียนทำไม ไม่รู้อะไรเลยเหรอ?" ...................ฉันเงียบ.................จนเขาเห็นฉันนิ่งๆ โอ๊ะ ยังไม่ร้องไห้ค่ะ แค่เม้มริมฝีปากเอง ก้มหน้า น้ำตาปริ่มๆ เขาคนนั้นเห็นท่าจะไม่ดีก็เลยรีบเอาไปทำให้ อิอิ ^^
ที่พี่จ๊ะ อยากรู้ว่าฉันเรียนไฟฟ้ายังไงถึงจบออกมาโดยที่ซ่อมเครื่องใฟฟ้าอะไรไม่เป็นเลยนั้น คำตอบก็มีอยู่ว่า..ก็เพราะไม่ค่อยได้เข้าเรียนนะสิ ไม่นะ..ฉันไม่ใช่เด็กเกเรแน่นอน เป็นเด็กสาวที่เรียบร้อย หน้าตาบ๊องแบ๊ว หากแต่เพราะความที่เป็นคนขี้อายก็เลยไม่ค่อยเข้าเรียนในวันที่ต้องมีคาบเรียนช่วงเที่ยงๆ ที่นักศึกษาภาคเช้ายังอยู่กันเต็มวิทยาลัย บวกกับที่ฉันไม่ชอบวิชาเลขแล้วมาเรียนไฟฟ้า รู้ไหมวิชาที่ฉันต้องเจอมีอะไรบ้าง?.. คณิตศาสตร์ เครื่องกลไฟฟ้า วงจรไฟฟ้า เครื่องวัดไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กลศาสตร์วิศวกรรม พัลซ์และดิจิตอลเทคนิค ฯลฯ ก็ตัวเลขทั้งนั้น
วิชาวงจรไฟฟ้าที่ต้องมีการพันหม้อแปลงไฟฟ้าด้วย แล้วก็ปรากฏว่า..ระเบิดตู้ม เฮ้! ก็มีระเบิดหลายคนนะ มันก็แค่เรื่องที่ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย ต้องมานั่งเสียเวลาทำใหม่อีก แย่จัง! วิชาการติดตั้งไฟฟ้าในวันที่มีการสอบปฏิบัติที่ต้องขึ้นไปติดตั้งถ้วย ฉันปีนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าได้ครึ่งทางก็ไม่สามารถขึ้นไปต่อได้ เพราะท่อนเหล็กที่มัดติดรองเท้าฉันเกิดติดอยู่ในรู (ที่ข้างๆ เสาไฟฟ้า คุณจะเห็นรู -- อืม เคยเห็นพนักงานของการไฟฟ้าปีนเสาไฟฟ้าไหม? จะมีเหล็กที่เราต้องมัดติดรองเท้า แล้วนั่นล่ะ ก็ปีนขึ้นไปอย่างนั้น แต่ไม่แน่ใจเขาเรียกเหล็กนั้นว่าอะไร? อิอิ) พอเพื่อนๆ เรียก ฉันก็ก้มลงมามองเพื่อน หมวกนิรภัยก็หล่นตุ๊บให้เพื่อนๆ ตกใจ เพื่อนรีบวิ่งไปบังอาจารย์ไว้ไม่ให้มองมาที่ฉันด้วยการชวนอาจารย์คุย ส่วนอีกหลายๆ คนก็โยนหมวกนิรภัยขึ้นไปให้ฉันใหม่ ขลุกขลักและทุลักทุเลดีแท้ แต่ฉันก็ผ่านมาได้ วิชาเครื่องทำความเย็น..แรกๆ ฉันก็นั่งหน้าห้องดีหรอก แต่พอนานๆ ไปก็ชักจะมาเรียนสาย ก็เพราะเพื่อนมารับฉันช้านะสิ และเรียนตอนบ่ายๆ นี่ก็ง่วงแสนง่วงนะ แอบหลับตลอด แต่ก็วางท่าเสียเนียน จนเพื่อนชายทั้งหลายหมั่นไส้
คืนหนึ่งที่ฉันไปนั่งเขียนแบบในห้องนอนของเพื่อนชายร่วมห้อง (ฉันไม่มีโต๊ะเขียนแบบ).. เพื่อนก็เข้าไปอาบน้ำเพราะมันดึกแล้วไง แล้วระหว่างที่ฉันกำลังนั่งเขียนแบบอยู่นั้น โทรศัพท์ก็ดังกริ๊ง! ฉันก็รับสายและทางปลายสายพอรู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงก็เงียบกริบ ก่อนจะส่งเสียงถามว่า "...อยู่ไหน?" ฉันก็บอกไปว่า.."อาบน้ำอยู่ค่ะ" เธอคนนั้นวางหูใส่ฉัน โอ้! ได้ข่าวว่าเพื่อนต้องเคลียร์กับแฟนตั้งหลายวัน อิอิ ให้พวกฉันเอามาล้อเป็นที่สนุกสนาน
บ่อยๆ ที่ฉันต้องไปนั่งเฝ้าเพื่อนชายในห้องที่ร้านยาดองใกล้ๆ กับวิทยาลัย ก็ไม่ได้อยากไปเลยแต่ในที่สุดก็ต้องตามใจพวกเขา และหลายๆ ครั้งที่เพื่อนๆ มีเรื่องกับนักศึกษาชายแผนกช่างอื่น พวกเขาก็จะยื่นกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ให้ฉันและบอกว่า.. "มีอะไรเกิดขึ้น ต้อมรีบเอารถหนีไปเลยนะ ไม่ต้องห่วงพวกผม" เออนะ พูดอะไรไม่คิดกันเลย จนป่านนี้จะรู้กันไหมเนี่ยว่าฉันขี่รถมอเตอร์ไซค์มีคลัชไม่เป็น
หลายๆ ครั้งที่ฉันวิ่งมาเรียนที่อาคารไฟฟ้า มาก็สายแถมยังไม่พอก็มาถึงแล้วถอดเสื้อ.. ค่ะ ถอดเสื้อช้อฟโยนให้เพื่อนชายซักให้โดยไม่อายต่อสายตารุ่นน้องรุ่นพี่แถวนั้นเลย (เอ๊ะ หรือว่าอยู่ๆ นานๆ ไปก็ชิน) ก็เพื่อนฉัน(ครึ่งห้อง)เรียนปฏิบัติซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าอุตสาหกรรมนี่ พวกเขาซ่อมเครื่องซักผ้า/เครื่องรีดผ้าอุตสาหกรรม หรือไม่ก็เข็นมอเตอร์ไซค์มาที่หน้าอาคารเรียนให้เพื่อนชายทั้งหลายช่วยล้างให้ในวิชาที่เกี่ยวกับการซ่อมเครื่องล้างอัดฉีด
ฉันเคยต้องซ่อมกิจกรรมด้วยในตอนก่อนจบภาคการศึกษา ด้วยความที่ฉันเรียนภาคบ่าย ดังนั้นฉันจึงมีเรียนอาทิตย์ละหกวันและในวันเสาร์จะมีเรียนทั้งวัน หมายความว่าในเช้าวันเสาร์จะต้องมีการยืนเคารพธงชาติ เพื่อนหญิงร่วมห้องฉัน..เธอจะติดการ์ตูนโดราเอมอนมาก การ์ตูนจบเมื่อไหร่..เธอจึงจะมาเรียนเมื่อนั้น แล้วจะให้ฉันซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวไปยืนเข้าแถวนี่นะ โอย..ไม่เอาล่ะ ก็เลยต้องตกกิจกรรมทั้งคู่ไง แถมอาจารย์ผู้หญิงยังแซวฉันอีกว่า.. "สาวเชียงใหม่ชวนสาวชาวกรุงเที่ยวจนตกกิจกรรมล่ะสิ" แหม..อาจารย์ก็..หนูอายนะเนี่ย
ที่ชอบมากกับการเป็นนักเรียนช่าง ก็คือ การได้สวมเครื่องแบบนักเรียนช่างไปเรียนไง เสื้อชอฟสีแดงเลือดหมู กางเกงสีกรมท่า รองเท้าหนัง ทำให้สาวๆ หลายคนชอบมองเพราะคิดว่าฉันเป็นทอม ไม่รู้หรือไงว่าฉันแทบจะเดินขาขวิดอยู่แล้วนะ T_T
จนกระทั่ง ณ วันนี้ก็ไม่มีใครเคยเชื่อว่าฉันคนนี้จบอะไรมา และก็มักจะมีคนถามกันอยู่เรื่อยว่าฉันได้อะไรจากตรงนั้น ฉันก็ตอบได้ทันทีว่า.. "ได้เรียนรู้ชีวิตในอีกแง่มุมยังไงล่ะ" จริงไหมคะ? ชีวิตนอกลู่นอกรอยที่จะไม่มีวันได้สัมผัสหากฉันได้เลือกอีกเส้นทางหนึ่ง
ฉันไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตในห้องเรียนสักเท่าไหร่หรอกนะ ก็ไปเรียนเท่าที่อยากจะไป ส่วนใหญ่ฉันก็จะนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง พอจบปุ๊บ..ทุกวิชาที่ได้เรียนรู้มาก็คืนให้ครูบาอาจารย์ปั๊บ แล้วฉันจะซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นได้อย่างไร???????
พยายามโพส ความลับเรื่องที่ 5 ตั้งแต่ 10 มงเช้า แต่สงสัยเนื้อที่จะเยอะไปก็เลยโพสได้ไม่หมด เนี่ย..เลยแยกมาเขียนในบันทึกอีกหน้าเลย อิอิ
โพส..หาย..โพส..หาย..จนเหนื่อยและโมโหแล้วนะ ไม่ชอบเซฟเก็บไว้ด้วย ในที่สุดก็ขึ้นเสียที ไม่อยากบอกเลยว่าอันแรกที่หายไปน่ะ ยาวมากๆๆๆๆๆๆๆ
อย่ามาแซวนะ จะงอนจริงๆ ด้วย ^^
ต๊ายแล้ว เป็นความลับที่แปลกประหลาดที่สุดเลยค่ะ
* ... แต่เท่ห์สุดๆ เลยนะคะ ... มันเหมือนกับเรื่อง
Sliding Door ... คือ หากไม่ได้ไปเส้นทางนั้น เราก็จะไม่มีวันรู้
* ... แล้ว เวลาก็ไม่สามารถย้อนกลับไปอีกแล้ว ....
* อารมณ์ บรรยากาศ อะไร ก็จะต่างออกไป โอกาสก็ครั้งเดียว
* .... แต่พี่ชอบ มากๆ เลยค่ะ ... ขนาดตอนทำงานแล้ว
* ยังอยากจะอยากรู้อยากเห็นพวกช่างเค้าทำอะไรกันนะ ...
* ...
อ้ะ เหมือนพี่เลยค่ะ คิดว่าเป็นคนเดียวนะคะเนี่ย ..
วันนี้ตั้งแต่เช้า ขนาดจะลงความเห็น ยังแว้บหายๆ .. แปลกจังเลยค่ะ
* .... พอจบปุ๊บ..ทุกวิชาที่ได้เรียนรู้มาก็คืนให้ครูบาอาจารย์ปั๊บ แล้วฉันจะซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นได้อย่าง
.. ดีแล้วล่ะ ที่น้องนางเอก ซ่อมไม่เป็น ไม่งั้นจะไปแย่งงานหนุ่มๆ เค้า .. เฮอๆ ...
* พี่ก็คิดว่า ชุดพละ เห็นเมื่อตอนตี 1 เอ ลับข้อ 5 อะไรหว่า ... งง
* ที่ไหนได้ ... เท่ห์มากค่ะ ชอบๆ ขอบอก ... น้อยรายนะที่เป็นอย่างนี้ ...
http://www.ijigg.com/songs/V2B7EFAPAD
เพลงนี้ แด่ น้องนางเอกต้อม ค่ะ ...
คลิกไปดูอีกรอบ มีวิชา เครื่องทำความเย็น และ เครื่องทำความร้อน ด้วยนะคะ
.... แล้วต้องเรียนไฟฟ้า เครื่องแอร์ น้ำอุ่น ด้วยนะสิคะ ... ว้าว คิดถึงสปาบ้าน เลย ...
... น้องนางเอกจ้ะ ... เด็กๆ เอาจักรยานมาให้ช่วยซ่อมหน่อยค่ะ ...
เหมือนฝันไปน่ะค่ะ เหมือนเป็นภาพความทรงจำลางๆ เลือนๆ ไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นจริงๆ ไหม เพราะแทบจะไม่มีหลักฐานอะไรที่ยืนยันได้ว่าต้อมได้ผ่านเรื่องราวตรงนั้นมาได้
ณ ปัจจุบัน ต้อมไม่ได้ติดต่อเพื่อนๆ เหล่านั้นเลย หลังจากที่เพื่อนชายที่สนิทกับต้อมที่สุดได้จากไปในภพไหนก็ไม่รู้ ภาพความทรงจำก็เลย..คล้ายเหมือนความฝันมากกว่า แต่ต้อมก็ชอบนะคะ ไม่เสียใจเลยที่ได้ไปอยู่ตรงนั้น และที่วันนี้เป็นแบบนี้ เพราะทั้งหมดนั้นคือประสบการณ์ชีวิตที่มีค่า ที่ทำให้ต้อมโตขึ้น
มีวิชาเครื่องทำความเย็น วิชาเครื่องปรับอากาศ นะคะ พี่ปู ^^ และขอขอบคุณสำหรับเพลงสาวเทคนิคนี้ด้วย นึกถึงว่าตอนเรียนชอบมีหนุ่มๆ ร้องเพลงนี้แซวตอนเดินผ่าน อิอิ ต้อมแทบจะก้าวขาไม่ออกเลย ก็เขินนี่
ขอบคุณค่ะ ที่แวะเวียนมาทักทายกันสม่ำเสมอ ^^ ท่าน ผอ.สบายดีนะคะ?
หน้าตาแบบนี้ พี่นารี บอกว่า เหมือนแม้ว เหมือนไทยใหญ่ น่ะค่ะ อิอิ
น่าจะประมาณนั้นล่ะนะ จำไม่ได้ น่าจะอายุ 18 บ๊องแบ๊ว ^^ น่า "ตกหลุมรัก" น้องสาวคนนี้ไหมคะ? เดี๋ยวแจกบัตรคิวให้เป็นคนแรกเลย
ก็ท่านพี่ว่าเองนี่ ว่าต้อมหน้าเหมือนแม้ว เหมือนไทยใหญ่ เหมือนอะไรอีกนะ เมื่อช่วงแรกๆ ที่เราคุยกันทางโทรฯ ไงล่ะ จำได้ไหม? ต้อมก็เลยบอกว่า.. "ก็ หนูลูกเสี้ยวพม่านิ" ^^
อย่าว่านะคะหากพี่อ่านความลับคุณต้อมข้อนี้แล้วหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว น้องสาวพี่ทำไมถึงได้ตลกอย่างนี้(อุ๊บส ขอโทษค่ะ คิก คิก คิก คิก)แต่หน้าตาใสอย่างสาวญี่ปุ่นเลย
คุณต้อม
เพราะความลับที่เปิดเผย ทำให้รู้จักคุณต้อมมากขึ้น อ่านไปก็ยิ้มไปด้วย
ผมคิดว่าอะไรหลายอย่างที่ตรงข้ามในตัวหลายอย่างเลยนะครับ แต่ก็ดีครับ ท้าทายและน่าสนใจดี
สาวเทคนิค ผมหยิก ตาคม
น้องจ๊ะ...จ๊ะ
น่ารักมากเรื่องนี้ อ่านแล้วได้หัวเราะ
จะขำมากตอนรูด เอ้ย..ปีนเสาค่ะ นึกภาพๆ ดูสิคะ
อยากกลับไปเป็นนักศึกษาอีกจัง จะได้เก็บรายละเอียดเวลาที่อยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ ให้ได้มากมายแบบนี้ (ตอนเรียนของพี่ทำไมมีแต่เรียนๆ แล้วก็...ออกเดท(อิอิ แต่ไม่ได้มีแฟนนะจ๊ะ) ว้าเสียดายเวลาเก่าๆ กับเพื่อนร่วมชั้นเรียน
น่ารักค่ะ รูปที่เอามือบังก็น่ารัก
สวัสดีค่ะ
มาร่วมอ่านความลับด้วยคน
อ่านแล้วก้ขำๆดีค่ะ อิอิ
เป็นคนที่สวยที่สุดในห้องหรือเปล่าค่ะ
(ผู้ชายเยอะกว่า อิอิ)
ขอบคุณค่ะ....
เพลงเพราะครับ นึกถึงวันเวลาเก่าๆ
สวัสดีครับน้องต้อม
นี่แหละนักเรียนช่างเต็มร้อย...อิอิ...สนุกใช่ไหมครับ ยังดีที่รู้ว่าทำไม่ได้ บางคนเรียนจบแล้วยังนึกไม่ออกเลยว่าที่ผ่านมาเรียนวิชาอะไรบ้าง....หึหึ...ดีที่ไม่ใช่ลูกศิษย์ผม....จะให้รีดสายไฟฟ้าสัก 3 วัน...
โชคดีครับ
สวัสดีครับ
เท่มากๆๆๆ
อ่านจบแล้วก็คลิกอีกสองรอบ ว่าเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคหรือเปล่า ทำให้เนื้อหาของคนอื่นมาโผล่ในบล็อกคุณต้อม อิๆๆๆ
เรื่องไฟฟ้านี่ใช้คณิตศาสตร์เยอะจริงๆ แต่ยังดี เพราะไม่ต้องออกแรงมากอย่างพวกเครื่องกล
แต่คุณต้อมก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี (ไม่เห็นบอกว่าโดนไฟดูดไฟช็อตกี่ครั้ง)
: คลัตช์/คลัช
ดีใจค่ะ ที่ความลับเรื่องที่ 5 ทำให้พี่นุชหัวเราะได้ ^^ การหัวเราะมีผลต่อสุขภาพ(ใจ) นะคะ และจริงๆ แล้วมีเรื่องตลกๆ ในช่วงสมัยเรียนเทคนิคอีกเยอะ แต่กลัวเล่ามาแล้วจะทำพี่ๆ อึ้งเป็นแถว เพราะฉะนั้นอุบไว้ดีกว่าเนอะ
ป.ล. ตอนนั้นหน้าใส แต่ตอนนี้หน้าเหี้ยมค่ะ ^^
จากที่เมื่อตอนเด็กๆ ต้อมคิดว่าชีวิตตัวเองในวันข้างหน้าจะต้องราบเรียบ กลับกลายเป็นว่า..พลิกผัน และผิดจากที่คาดตลอด มักเลือกเส้นทางที่..ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ตัวเองต้องการมาโดยตลอดค่ะ ^^
มาดูสาวเทคนิคตากลมผมยาว
อ้อ...คน"อาชีวะ"เหมือนกันนี่เรา
อิอิ
เดี๋ยวมาใหม่นะ
รู้นะ คิดอะไรอยู่ T_T นึกสภาพจากน้องตัวกลมที่เห็นแล้วขำกิ้กล่ะสิ เมื่อนึกถึงตอนรูด เอ๊ย! ปีนเสาไฟฟ้า แหม..นักศึกษาช่างไฟฟ้าทุกคนต้องได้ปีนนะ จะบอกให้
จริงๆ แล้วมีเรื่องเล่าอีกเยอะ แต่อารมณ์เสียเมื่อวานไงที่บอกว่าโพสยังไงก็ไม่ติด และขี้เกียจพิมพ์ใหม่แล้วด้วย นั่งรอพี่จ๊ะก็นานเหลือเกิน แล้วมีเวลาจะย้อนรอยช่วงวัยเรียนมาเล่าสู่กันฟังอีก มีหมดนะ หนีระเบิดขวด เมาจนกลิ้ง ทะเลาะกับเพื่อน ฯลฯ
พี่จ๊ะอยากอ่านไหม? แต่เสียดายที่..เวลาช่วงนั้นของต้อมกลับขาดหายไป เพราะเพื่อนชายที่สนิทกันเสียชีวิต และเขาคนนี้เหมือนเป็นศูนย์กลางของเพื่อนๆ น่ะจ๊ะ เลยทำให้ขาดการติดต่อจากเพื่อนๆ ค่ะ เหลือเพียงภาพความทรงจำสีจางๆ
ค่ะ ถูกต้องนะค๊า เป็นคนที่สวยที่สุด 1 ใน 2 ของห้อง (เพราะทั้งห้องมีผู้หญิงสองคน ภาคค่ำ..มีรุ่นพี่อีก 2 คน และรุ่นน้องไม่ค่อยมีเลย อิอิ นี่พูดถึงช่างไฟนะคะ)
น้องๆ ชอบเรียกต้อมว่า "พี่ดาว-น้องดาว" ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ^^
ค่ะ ฟังเพลงนี้แล้วก็นึกถึงเพื่อนๆ และเรื่องราวสมัยเรียนนะคะ ^^
ชีวิตนักเรียนช่างนี่เต็มไปด้วย..รสชาติของชีวิตจริงๆ ค่ะ สนุกดีค่ะ เขียนบันทึกนี้ก็เลยนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ อย่างตอนวิ่งหลบระเบิดขวด ตอนเมากลิ้ง ตอนซ้อนมอเตอร์ไซค์เพื่อนไปลำปาง(แถมต้อมหลับเกือบตลอดทาง) และอื่นๆ อีกมากมาย
โหย ให้รีดสายไฟ 3 วันนี่ ใช้ให้ไปปีนเสาไฟฟ้าหรือพันหม้อแปลงดีกว่าเน้อ อิอิ ^^ ต้อมล้อเล่นนะคะ รีดสายไฟนี่ง่ายที่สุดแล้วเนอะ