วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551

            เช้าวันนี้ผมตื่นขึ้นมาตอน 6 โมงเช้า เพราะผู้ช่วยพยาบาลเข้ามาดูลูกสาว เมื่อเขาออกไปเพียงนิดเดียว เครื่องหยดน้ำเกลือมันก็ร้องตี๊ดๆๆๆ เลยกระเด้งตัวมาดูทันที ก็พบว่า เลือดเจ้าแป้งละเลงเปื้อนที่นอน หมอนและพื้นห้อง ใจหายวาบว่ามันเกิดอะไรขึ้น รีบเปิดที่แขนดูก็พบว่า สายน้ำเกลือมันหลุดออกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และที่เสียงเครื่องมันดังก็เพราะน้องคนเมื่อกี้เธอปิดน้ำเกลือเอาไว้ แล้วคงไปรายงานคุณพยาบาล ส่วนที่ต้นทางน้ำเกลือที่มือแป้งนั้นมันตันไปแล้ว กดปุ่มเรียกคุณพยาบาลให้รีบเข้ามาเพื่อจัดการ ผมบอกให้เขาเอามันออกไปเลย ไม่ต้องหาเส้นใหม่ สงสารลูกสาว

            เช้านี้แป้งฉี่ออกมาได้ราว 300 ซีซี นั่นเป็นสัญญาณที่ดีครับ ไอ้ตาที่โบ๋ ตอนนี้มันก็ดูชุ่มชื่นขึ้น แต่เรี่ยวแรงเธอยังไม่มี ผมโทรฯไปหาจิ๋มเพื่อรายงานอาการของลูกสาว เสียงที่โผล่มาตามสายแสดงให้เห็นว่า จิ๋มก็คงจะนอนไม่หลับทั้งคืนเช่นเดียวกัน

            วันนี้จิ๋มต้องไปทำงานครึ่งวัน คุณจ้าต้องมาอยู่กับผมก่อนในช่วงที่พี่เลี้ยงยังมาไม่ถึงบ้าน แล้วเหตุการณ์ก็กลับคืนมาตามปกติ เพราะเมื่อแป้งเห็นน้องเข้ามา เรี่ยวแรงก็ดูมีขึ้นมา จ้าถามผมว่า ทำไมเมื่อคืนจ้าไม่ได้ยินเสียงพี่แป้งอ๊วก

            ส่วนตัวผม เช้าขึ้นมาก็มองหากาแฟตามปกติเป็นกิจวัตร ที่ห้องพักนี้มีกาแฟสำเร็จรูปและน้ำร้อนเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว เสียแต่ว่ามันเป็นกาแฟซองชนิดฉีกตับอ่อน กล่าวคือเป็นกาแฟสำเร็จรูป 3 in 1 ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูงถึง 56% กินเข้าไปก็หวานชุ่มอก ตามมาด้วยการหลั่งสาร insulin ออกมาจากตับอ่อนเป็นปริมาณมากเพื่อจัดการน้ำตาล กินไปนานวันก็จะเป็นโรคอ้วนและเบาหวานตามมา เชื่อผมเถอะครับ จะกินกาแฟก็กินกาแฟดำ อยากได้ประโยชน์จากกาแฟก็กินชนิดที่มีคาเฟอีน

            ภาระการเลี้ยงลูก 2 คนในขณะที่คนหนึ่งกำลังป่วยนี่ลำบากพอใช้ครับ เพราะช่วงหนึ่งที่ผมกำลังเข้าส้วม จ้าก็ตะโกนบอกมาว่า ปวดอึจังเลยพ่อจ๋า”“ทนก่อนนะลูกเดี๋ยวพ่อออกไป ตอนนี้ยังไม่ได้ แป้งก็ไม่น้อยหน้า พี่แป้งก็ปวดอึเหมือนกัน ตายๆๆๆ ห้องน้ำมีตั้ง 2 ห้อง แต่มันแทบจะไร้ประโยชน์ไปเลยในตอนนี้ ผมจึงเร่งเครื่องสุดแรงเกิด แล้วไปเอาเจ้าจ้ามาจัดการก่อน ซึ่งก็แค่ทำท่าเบ่งๆแล้วฉี่ก็ไหลออกมา แล้วไปพาพี่แป้งมาจัดการต่อไป รายนี้ลำบากหน่อย เพราะต้องลากสายน้ำเกลือเข้ามาด้วย เสียบปลั๊กไฟฟ้าของเครื่องหยดน้ำเกลือ แล้วแป้งก็ท้องเสีย ซึ่งไม่น่าแปลกใจนัก เพราะเมื่ออาหารที่มีเชื้อโรคหรือสารพิษ เดินทางมาถึงลำไส้ มันก็ทำให้ท้องเสียได้สบายๆ จึงเป็นที่มาของคำว่า gastroenteritis อย่างไรเล่า gastro หรือ gastric แปลว่ากระเพาะอาหาร enteric แปลว่าลำไส้ ส่วนคำที่ลงท้ายด้วย itis แปลว่าอักเสบ แสดงว่า มันควรจะมีทั้ง อ๊วกและขี้รั่ว

 

           ไม่นานนักพี่เลี้ยงก็มาถึง พี่เปิ้ลพาแตงกวากับต้นข้าวมาเยี่ยม ถึงตอนนี้จ้าบ่นอยากกินโดนัท พี่เปิ้ลและอีก 2 สาวจึงพาคุณจ้าลงไปหาซื้อ และกลับขึ้นมาพร้อมพี่หน่วย เมื่อกลุ่มนี้กลับไปเจ๊จินก็เข้ามาเยี่ยม แบบว่าต่างคนต่างเจอกันคนละวาระ แล้วจึงทราบเรื่องกัน

            ผมโทรฯไปหาพี่หนึ่ง พ่อของหนุน วันนี้นั้น แรกเริ่มเดิมที เรามีนัดจะไปกินมื้อเที่ยงกัน นัยว่าเป็นการฉลองที่ลูกสาวสอบเสร็จ เมื่อรู้ว่าแป้งป่วยก็เลิกนัดกันก่อนและบอกว่าจะหาโอกาสมาเยี่ยม

            มื้อเช้านี้แป้งไม่กินอะไรเลย เพราะยังอ๊วกอีก 1 หน แต่เมื่อผมบอกว่ามื้อเที่ยงจะไปซื้อไก่ทอดของลุงเคน เธอกระดี๊กระด๊ากันยกใหญ่ ดูร่าเริงและมีพลังเพิ่มขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ น้องใช้ทุนเด็กมาดูคนหนึ่ง เราคุยกันว่าน่าจะให้น้ำเกลือต่อสักหน่อย เพราะดูๆไปแล้ว แป้งยังคงขาดน้ำอยู่นิดๆและกินไม่ได้ แทงน้ำเกลืออีกครั้ง

   (ทำท่าอยากอ๊วกเต็มที)

            อากาศที่หาดใหญ่วันนี้ห่วยแตกชะมัด มันคงเป็นเพราะฝุ่นควันปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ผมเองก็ไม่แน่ใจนักว่าเกิดจากไฟป่าที่อินโดนีเซียหรือไม่ เพราะไม่ได้ตามข่าว แค่ได้ยินแว่วๆเท่านั้น แป้งกินมื้อเที่ยงได้เล็กน้อย จากนั้นก็เล่นกับน้องสาว ช่วงบ่ายหนุน เพื่อนซี้ของเธอมาเยี่ยมพร้อมพี่ดี้ (แม่หนุน) แต่ตอนนั้นแป้งเพิ่งหลับ ปลุกก็ไม่ยอมตื่น หนุนจึงเล่นอยู่กับจ้าได้พักหนึ่ง แป้งจึงลืมตาขึ้นมานั่งดูเขาเล่น รู้สึกว่าลูกตัวรุมๆ แต่ใช้ปรอทวัดไข้ก็ไม่มีไข้ เย็นนี้น้องใช้ทุน 3 คนมาดูอาการ (คนหนึ่งน้องรหัสผม อีกคนหนึ่งน้องรหัสเมีย) ผมจึงบอกว่าน่าจะเอาน้ำเกลือออกได้นะ เมื่อเห็นดีด้วยกัน แป้งจึงมีอิสระ ขยับแขนขาได้โล่งหน่อย

            เริ่มกินได้บ้าง แต่นั่นแหละ ผมต้องบังคับและป้อนเอง จากนั้นก็พากันอาบน้ำ คุณจ้าเธออยากใส่ชุดของโรงพยาบาล ผมก็เลยสนองครับ น่ารักดีจริงๆ พี่แป้งมีไข้ต่ำๆ ราว 38 องศา เลยได้กิน paracetamol และจากนั้นก็เริ่มซึมๆเล็กน้อย

            คืนนี้แย่หน่อยครับ ลูกไม่อาเจียน แต่ไข้ขึ้น อันนี้น่าเบื่อกว่าอ๊วก เพราะไข้ขึ้นนั้นกับผมไม่ค่อยถูกโรคกันสักเท่าไหร่ คืนนี้ที่กว่าจะได้นอนก็คงตื่นทั้งคืนอีกแล้ว เลยโทรฯไปปรึกษาปุ๊ก เพื่อนกันที่เป็นหมอเด็ก เธอบอกว่าพรุ่งนี้จะขึ้นมาเยี่ยม

            เฮ้อ เหนื่อยใจ

 

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551

            วันนี้เป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ท้องฟ้าดูสดใสกว่าเมื่อวาน แต่ก็ยังพอเห็นเค้าของหมอกควันอยู่บ้าง

            (มุมนี้ถ่ายจากห้องพักชั้น 12)

            เมื่อคืนก็ไม่ค่อยได้นอน เพราะแป้งไข้ขึ้น 38.5 องศา ผมกลับไปที่บ้านเพื่อเอาแผ่นเจลแปะหน้าผากมาติดให้ลูก เช็ดตัว แป้งท่าทางจะเพลียจัด เพราะว่าเช็ดตัวก็ไม่ตื่น แปะเจลก็ไม่ตื่น ส่วนคุณจ้านั้นหลับสบายหายห่วง มาตื่นเอาอีกทีก็เที่ยงคืนอุ้มๆๆๆสักพักก็หลับต่อได้ ช่วงก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย น้องๆใช้ทุนเวรเด็กมาดูแป้ง เขาก็รายงานว่ามีระเบิดที่สงขลาและหาดใหญ่ เลยรีบเปิดดูข่าว

              ราวตี 2 คุณแป้งก็เริ่มมีเหงื่อออก ไข้ก็เริ่มลง เมื่อนั้นผมก็หลับได้ยาวจนถึง 7 โมงเช้าเลย

            แล้ววันนี้เราก็ได้กลับบ้านกันสักที ผมต้องจ่ายเงินค่าส่วนเกินของห้องพักระดับ executive ไปในราคา 5500 กว่าบาท ฮ่า ฮ่า ฮ่า .......เฮ้อ.....