แป้งนอนโรงพยาบาล

            เมื่อวาน วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2551 สุกงอมไปด้วยหลายเหตุการณ์ที่ต้องจำจดไป

            ประการแรกก็คือ เป็นวันแรกของเดือน ฮ่า ฮ่า รู้แล้ว แล้วมันน่าจดจำตรงไหนวะ คำตอบที่แอบซ่อนอยู่ก็คือ มันเป็นวันแรกที่สายการทำงานในภาควิชาสูติฯอันเป็นที่รักของกระผม สายของผมเปลี่ยนจากสาย 5 เป็นสาย 2 และตารางการทำงานก็เปลี่ยนไปจนหมดสิ้น เริ่มจากวันจันทร์จะเป็นวันที่ดูแลห้องคลอด วันอังคารตรวจคนไข้ที่คลินิกนรีเวช วันพุธเป็นวัน grand round ดูแลคนไข้ที่จะผ่าตัดทั้งหมด ซึ่งต่อไปนี้ก็จะเรียกว่าวันพุธเดือด ซึ่งเหล่าบรรดาแพทย์ใช้ทุน แพทย์ประจำบ้านจะรู้ดี ว่า grand round สายผมนั้นเข้มข้นเคร่งเครียดสักแค่ไหน (ฮา) วันพฤหัสก็จะกลายเป็นวันผ่าตัด และวันศุกร์ก็จะตรวจคนไข้ที่คลินิกฝากครรภ์

            ประการที่สองก็คือ สืบเนื่องจากการที่ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนใจเร็ว เคยไปวิ่งเล่นบนสายพานให้เขาตรวจคลื่นหัวใจมาแล้ว คราวนี้ได้ติด Holter เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจตลอดทั้งวันทั้งคืน

            ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากหรอกครับ แต่ว่ายุ่งเหยิงพอใช้ ทั้งนี้ผมต้องมาที่ศูนย์หัวใจของโรงพยาบาล จากนั้นเขาก็ติดสติ๊กเกอร์ที่หน้าอก 7 ตำแหน่ง แล้วเอาสายตรวจมาติดเข้าไป ต่อไปเข้าเครื่องที่เหน็บอยู่ที่สะเอวอีกที ตรงนี้แหละที่เรียกว่ายุ่งเหยิง เพราะสายพะรุงพะรัง ผมต้องร้อยมันไว้กับกระดุมเสื้อ ลอดกระดุมเสื้อมาต่อที่เครื่อง Holter และไอ้เครื่องนี้มันก็ค่อนข้างสำออย เพราะถูกน้ำก็ไม่ได้ ตกไม่ได้ กระแทกแรงๆไม่ได้ เป็นอันว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาก็เลยต้องเดินตัวทื่อๆ จะอึก็ต้องระวัง จะแปรงฟันก็ต้องระวัง น้ำช่วงบนก็ไม่ได้อาบ อาบแต่ช่วงล่างแทน อันนี้ ทำอย่างไรนะเหรอ อันนี้เทคนิคใครก็เทคนิคมันคร๊าบ ฮ่า ฮ่า

            และความยุ่งเหยิงก็ไม่จบลงตรงนี้ เพราะว่าผมดันไปแพ้พลาสเตอร์ที่ติดหน้าอก ดันนั้นกลางคืนก็ไม่ต้องนอน เพราะว่ามันคันนมยิกๆ ตื่นแทบทั้งคืน บางช่วงที่หลับจิ๋มก็บอกว่า กรนมากกว่าปกติ

            มาวันศุกร์ครบ 24 ชั่วโมงก็เลยไปเอามันออก แล้วไปดูกับพี่วัลลาคร่าวๆ ก็ไม่พบความผิดปกติอื่นๆ นอกจากใจเร็ว เรียกว่าไม่ฟิต เหมือนตอนที่มาวิ่งสายพานนั้นแหละ

            สุกงอมประการต่อมาก็คือ สุข ผมได้ไปนวดที่คณะพยาบาลเป็นครั้งแรก หลังจากที่ตั้งท่าอยู่นาน ผมรู้ว่าที่นี่มีการนวดแผนโบราณมานานนมแล้ว แต่ไม่รู้ว่าไปติดต่อที่ไหน (แบบว่าโง่ครับ) จนวันนี้ช่วงบ่ายผมว่างครับ และให้พี่ศิริรัตน์ นักวิชาการเจ้าหน้าที่ที่ภาควิชาอาวุโสของกระผมโทรศัพท์ติดต่อให้ ก็ได้เวลาช่วง 3 โมง ผมชวนพี่ดิ๊ก (อ.รักชาย) ไปด้วยกัน เพราะติดอาการเขินที่จะไปนวดคนเดียวครับ แต่ว่าถ้ารู้ที่รู้ทางแล้ว ครั้งต่อไปก็ฉายเดี่ยวได้ และก็เป็นที่น่าประทับใจครับ เพราะว่าการนวดได้แรง ได้มาตรฐาน และบอกได้เลยว่า วันนี้ (เสาร์) สบายกล้ามเนื้อไปได้อย่างมาก

  

             เรื่องสุกงอมต่อมาก็คือ แป้งป่วย

           

             วันนี้หลังจากที่เราเข้านอนตอนกลางคืน แป้งหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมงก็แสดงอาการอึดอัด ไอ้เราตอนแรกก็คิดว่าลูกสาวฝันร้าย จึงอุ้มให้ขึ้นมานอนด้วยกันแล้วนอนกอดสักพัก พอผมงีบหลับไปได้แป๊บหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงดัง คร่อก รีบหันไปดูก็พบว่าเจ้าแป้งอาเจียนออกมาเต็มปาก จึงรีบอุ้มขึ้นมา พาเข้าห้องน้ำเพื่ออ๊วกต่อ ส่วนจิ๋มก็รีบเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ถูพื้นบ้าน เพราะเธอเอาออกมามากจริงๆ กุ้ง ผัก หมู ที่กินไปเมื่อตอนเย็นออกมาจนแทบหมดพุง และแป้งก็ยังอ๊วกออกมาเรื่อยๆอีกหลายครั้งจนตาเริมโบ๋ หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้น จึงตัดสินใจพาลูกไปโรงพยาบาลเพื่อวัดความดัน และปรึกษาหมอเด็กให้ช่วยมาดูลูกสาว แล้วแป้งก็ได้นอนโรงพยาบาล

           

                 ปัญหาต่อมาก็คือห้องพิเศษเต็ม ยังคงเหลือก็หอผู้ป่วยเด็กสามัญและหอผู้ป่วย ฉบ.12 ซึ่งเป็นหอผู้ป่วย very VIP ซึ่งผมต้องเสียเงินส่วนเกินค่าห้องคืนละ 2,800 บาท เลยบอกแป้งไปว่า นอนห้องสามัญไหม นอนกับเด็กๆคนอื่นๆ พ่อนอนใต้เตียง เธอมองผมตาละห้อยเชียว คงคิดว่าพ่อจะทำจริงๆกระมัง

           

                    เมื่อเอกสารทุกอย่างเรียบร้อย ผมก็ขับรถที่จอดอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินเพื่อไปจอดบนตึกจอดรถ แล้วสองพ่อลูกก็แบกกันขึ้นมาบน ฉบ.12

          

                 ห้องพักบนนี้เป็นห้องพักชนิด executive รวมสองห้องเป็นห้องเดียว สำหรับรับแขกส่วนหนึ่ง คนไข้นอนส่วนหนึ่ง ห้องน้ำมี 2 ห้อง ทีวี 2 เครื่อง ผมได้ห้องที่หันออกไปหาเขา มองเห็นอ่างน้ำและตำแหน่งของบ้านเราพอสังเขป ส่งแรงใจไปที่บ้านซึ่งจิ๋มนอนเฝ้าคุณจ้าอยู่ ท่าทางจะไปถึงเร็ว เพราะไม่นานนักเธอก็โทรมาถามอาการลูกสาวคนโตทันที

           

                   กว่าน้องแพทย์ใช้ทุน (ซึ่งก็เป็นลูกศิษย์ผมทั้งนั้น) จะได้มาดูก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง เพราะเขากำลังยุ่งอยู่กับเด็กโรคหัวใจที่หัวใจหยุดเต้นและถูกส่งตัวมารักษาต่อที่นี่ แป้งถูกเจาะเลือด แทงน้ำเกลือ จากนั้นก็หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ส่วนผมนั้นกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตี 4 เข้าไปแล้ว เพราะว่าผิดที่ผิดทาง พยาบาลเข้าออก และต้องเหลือบตาดูลูกเป็นพักๆ

 

           นานๆเธอจะได้ป่วยกับเขาสักครั้ง แต่เป็นทีไรก็เล่นเอาเจ็บตัวไปซะเกือบทุกที รอบนี้วินิจฉัยว่าเป็น acute viral gastroenteritis คิดว่าพรุ่งนี้น่าจะดีขึ้นนะลูก