วันที่ ๑  สิงหาคม ๒๕๔๘  สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา  หรือ สพบ.  ได้เข้าพบหารือกับ สคส.  เรื่องการจัดตลาดนัดในวันที่ ๒๕-๒๗  สิงหาคม นี้ ณ  โรงแรมรอยัล ซิตี้   ปิ่นเกล้า  กรุงเทพฯ   ซึ่งผลการพูดคุยสรุปได้ว่า  หัวปลาในครั้งนี้ คือ  ครูเพื่อศิษย์ :  ประสบการณ์ความสำเร็จเพื่อเด็กไทยวัยใส (ฝ่าวิกฤติวัยรุ่น) เนื่องจากเห็นว่า หัวปลาที่ทาง สพบ.  นำเสนอมา คือ  การบริหารสถานศึกษาเพื่อการบริหารการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปการเรียนรู้ นั้น ค่อนข้างกว้าง  ซึ่งอาจจะทำให้การเล่าเรื่อง, การแลกเปลี่ยน, การถอดขุมความรู้ และการสังเคราะห์แก่นความรู้จะกว้างตามไปด้วย  จนไม่สามารถจับความรู้ในเชิงปฏิบัติ (Tacit Knowledge) ได้ เราเลย Focus   การพูดคุยที่เจาะจงเฉพาะเรื่องลงมา  ซึ่งการบ้านชิ้นใหญ่ของ สพบ. หลังจากที่ได้หัวปลานี้แล้ว  คือ 
          ๑. สพบ. จะต้องเฟ้นหา  “คุณกิจ”  ตัวจริง หรือครู/อาจารย์ที่มีประสบการณ์ ความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติจริงในการทำให้เด็กนักเรียนของตนเองผ่านพ้นช่วงวิกฤติวัยรุ่นมาได้  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหายาเสพติด, ปัญหาอารมณ์วัยรุ่น, ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม,  ปัญหาเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน, ปัญหาการหนีเรียน/เบื่อเรียน, ปัญหายกพวกตีกัน เป็นต้น เน้นว่า ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น  และหากได้ “คุณกิจ” ตัวจริง  ที่มีแนวทางการปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวที่หลากหลาย จะยิ่งดี  จะช่วยทำให้การเล่าเรื่องและการแลกเปลี่ยนมีพลังมาก  โดยเฉพาะหากเป็นครู/อาจารย์ที่ใช้วิธีการปฏิบัติที่ฝังกลืนเข้าไปในการเรียนการสอนในชั้นด้วย จะยิ่งดีมากขึ้นไปอีก  
         ๒. สัดส่วนของผู้เข้าร่วม  มี ๒  กลุ่ม คือ  ครู/อาจารย์  และผู้บริหารโรงเรียน  ในสัดส่วน  ๒ : ๑  ซึ่งรวมแล้วจำนวนไม่ควรเกิน ๔๐  คน 
         ๓. ควรจะคัดเลือกโรงเรียนที่สมัครใจจะเข้าร่วมโครงการจริงๆ  ต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนจริงๆ  และต้องเป็นโรงเรียนที่มีศักยภาพในการขยายเครือข่ายต่อได้จริง
ซึ่งทาง สพบ.  แจ้งกับทาง สคส. ว่าไม่มีปัญหา เนื่องจาก สพบ. มีทีม KM  ถึง ๑๕  คน  สามารถกระจายไปเสาะหา/ค้นหาครูหรือโรงเรียนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวได้ไม่ยาก
        ๔.ต้องให้ผู้เข้าร่วมทุกคน ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการความรู้มาก่อน  โดยศึกษาทั้งจากเอกสารที่ สคส.  จัดส่งให้ , Website ของ สคส., Blog  :  gotoknow.org, หนังสือต่างๆ   เป็นต้น
        ๕. คุณกิจหรือผู้เข้าร่วมทั้งหมดจะต้องเตรียมเรื่องเล่าที่ได้ปฏิบัติจริงตามหัวปลาดังกล่าวมาก่อนล่วงหน้า ทั้งจากเอกสารต่างๆ และ  Website ของ สคส.    อย่างน้อยที่สุด  คือ  CD  Narrated  เรื่องการจัดการความรู้จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ  บรรยายโดย ดร.ประพนธ์  ผาสุขยืด  และหนังสือ  “การจัดการความรู้ฉบับมือใหม่หัดขับ” เขียนโดย ดร.ประพนธ์  ผาสุขยืด  เนื่องจากจะไม่มีการบรรยายให้ความรู้ เรื่องของการจัดการความรู้ ในการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้
        ๖. จะต้องมีการเลือกตัว “คุณอำนวย”  และ “คุณลิขิต”  ประจำกลุ่มด้วย  เดิมทีเราคิดว่า  ควรจะเป็นคนภายในกลุ่มนั้นๆ  เอง  แต่เมื่อ สคส. มีการประชุมภายในกัน  (ในวันที่ ๓  สิงหาคม) อ.วิจารณ์ เลยเสนอว่า “คุณลิขิต”  ควรมี ๒ คน และมาจาก ๒ ส่วน คือ  จาก “คุณกิจ”  ตัวจริง  และจากเจ้าหน้าที่ของ สพบ. เอง  เพื่อได้ช่วยกันจดบันทึกและสกัดขุมความรู้  อีกทั้งยังเป็นการฝึกทักษะการจับประเด็นให้กับคนที่ทำหน้าที่เป็น “คุณลิขิต” ประจำกลุ่มไปในตัว
        ๗. สพบ. จะต้องมีการกำหนดแผนงานในช่วง ๓ เดือน, ๖  เดือน  และ ๑  ปี หลังจากตลาดนัดใน ๒ วันนี้เสร็จสิ้น  และที่สำคัญจะต้องมีตัววัดความสำเร็จเหล่านั้นด้วย
        ๘. สพบ.  ควรจะเชิญนักจิตวิทยาวัยรุ่น มาให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีกับผู้เข้าร่วม
        ๙. สพบ. เตรียมจัดสถานที่, อุปกรณ์ต่างๆ  เช่น  Flipchart, กระดาษขนาด A๔  แบ่งครึ่งตามยาว  (Card Technique), ปากกาสีเส้นใหญ่  เป็นต้น ให้พร้อมและเพียงพอต่อการใช้งาน
      ๑๐. ควรจะมีคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมต่อ Internet ได้  เพราะจะต้องมีการแนะนำและทดลองใช้ Blog  ให้กับผู้เข้าร่วม
        นอกจากนั้น สคส. เสนอว่า ควรจะขอให้ทางประชาสัมพันธ์ของ สคส.  เชิญสื่อมวลชนสายการศึกษา  เข้าร่วมสังเกตการณ์ในตลาดนัดครั้งนี้ด้วย 

        เตรียมตัวเตรียมใจกันเป็นอย่างดีขนาดนี้  ผลจะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามต่อไปค่ะ