เมื่อก่อนคนเราเชื่อกันว่าท้องฟ้าครอบคลุมผืนแผ่นดิน ที่ผู้คนอยู่อาศัย บนท้องฟ้านั่นคือสวรรค์ที่อยู่ของเหล่าเทวดา อินทร์พรหมทั้งหลาย ต่อมาวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามีกล้องถ่ายภาพท้องฟ้า ทำให้พบว่า ในห้วงอวกาศมีกลุ่มดาวรวมกันเป็นสุริยจักรวาลมากมาย นอกจากระบบสุริยจักรวาลที่เราอยู่กันนี้แล้ว ยังมีจักรวาลอื่นๆไกลออกไปอีกนับไม่ถ้วนยิ่งนักวิทยาศาสตร์หรือนักดาราศาสตร์ค้นพบจักรวาลอื่นๆมากเท่าไดยิ่งเป็นการพิสูจน์ว่า ความจริงที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในพระไตรปิฎกนั้นเป็นความจริงที่เที่ยงแท้และกลุ่มดาวสุริยะอื่นนั้นยังมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ดังโลกใบนี้เช่นกัน เพราะพระพุทธองค์ทรงพบโดยทิพยจักษุหรือตาทิพย์ส่องเห็นด้วยจิตได้กล่าวไว้มานานแล้วกว่า 2500 ปี ดังที่ไอสไตร์นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกได้ค้นพบจักรวาลต่างๆเช่นเดียวกันกับที่พระพุทธองค์ค้นพบและอ้างอิงถึงพระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสนาแห่งจักรวาล คือทรงเห็นกลุ่มจักรวาลอื่นๆไกลโพ้นนับไม่ถ้วนและทรงกล่าวไว้แล้วในพระไตรปิฎกเพื่อรอการค้นคว้าให้ผู้คนได้ค้นพบนั่นเอง
แต่หลายๆคนยังต่อต้านและไม่มีความเชื่อที่ว่าท้องฟ้านั้นมีดวงดาวอื่นๆที่มีชีวิตอาศัยอยู่ เพราะพวกเขามีความเชื่อตามหลักวิทยาศาสตร์เพียงที่ตาเนื้อหยาบและเครื่องมือวิทยาศาสตร์มองเห็นว่าท้องฟ้ามีเพียงแต่ดาวที่เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ ลอยเคว้งคว้างหมุนรอบดวงอาทิตย์ในห้วงสุริยจักรวาลโดยไร้สิ่งที่มีชีวิตเท่านั้น
อย่างไรก็ตามในผู้คนที่อาศัยในเมืองล้านนาส่วนหนึ่งยังมีความเชื่อว่าบนท้องฟ้านั้นยังมีสิ่งที่มีชีวิตหรือเทวดา อินทร์พรหมอาศัยอยู่อย่างแน่นอน และเมื่อสิ่งที่มีชีวิตจะลงมาเกิดเป็นผู้คนในโลกจะพุ่งลงมาจากท้องฟ้าเรียกกันว่า"ผีปุ้งส้าว"(ผีพุ่งส้าว) โดยเป็นแสงทางยาวบ้าง สั้นบ้างพุ่งถั่งลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบนแล้วหายวูบดับไป นั่นแสดงว่าจิตวิญญาณจากท้องฟ้าได้พุ่งเข้าสู่ท้องผู้หญิงคนใดคนหนึ่งแล้วและต่อไปก็จะเกิดเป็นมนุษย์ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ แต่หากมีคนเห็นและชี้ทักวิญญาณจะเหหันเข้าท้องสัตว์เกิดเป็นสัตว์ตามที่วิญญาณเข้าท้องสัตว์ชนิดนั้นๆ เช่น อาจเป็น ควาย หมู หมา ซะป๊ะอย่างแล้วแต่โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์
อาจมีผู้อ่านหลายๆท่านยังไม่เข้าใจว่า "ส้าว "มันคืออะไรกันแน่ ? ส้าวหมายถึงไม้ยาวๆที่ใช้สอยผลไม้ หรือใช้ปลิดสอยสิ่งที่อยู่สูงๆลงมาเรียกกันว่า ไม้ส้าว นั่นเอง
ในทางวิชาการเรียกกันว่าดาวตกหรือลูกอุกาบาต ภาษาไทยกลางบางครั้งเรียกกันว่า ผึพุ่งไต้ ที่เป็นเศษดาวต่างๆหลุดหล่นผ่านลงมาจากท้องฟ้าในแต่ละวันเวลานั้นแท้จริงแล้วมันตกลงมานับไม่ถ้วนเพียงแต่เราไม่สามารถมองเห็นเพราะมันสลายก่อนที่ตกสู่พื้นดิน หากใครโชคดีอาจได้เห็นหรือพบก้อนเศษหินสีดำนำมาเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่า โอ...นี่หรือสิ่งที่มาจากนอกโลกมนุษย์หรือมาจากสวรรค์ไกลโพ้น
ตำนานผีล้านนตอนผีปุ้งส้าวก็จบลงเพียงเท่านี้ เท่าอี้เนอเฮา....ลุงหนานขอลาไปก่อนแล
สัวสดีหลานคำแสนดอยและคุณเอื้องแซะเจ้า......
ขอบคุณที่เป๋นห่วงสุขภาพ....
*ผีปุ้งส้าวที่ดอยเจียงดาวนั่นแหล้ะมีมากหลายเพราะที่หั้นมีขี้เหล็กไหลที่สามารถอยู่บนดอยและมีพลังพิเศษดึงดูดสะเก็ดดวงดาวอื่นๆ
*คุณเอื้องแซะครับนั่นคือดวงพระธาตุครับ ..เป๋นบุญแต๊ๆครับที่ได้หัน
*ผมหันดวงสีน้ำเงินอย่างว่าราวสามครั้งครับ..หันแล้วขนคิงลุกและมีความสุขอิ่มเอิบอย่างอธิบายบ่ได้ครับ
*แถวที่ดวงแก้วออกนั้นจะมีพระธาตุฝังอยู่ครับ..
*ลองอ่านเรื่องผีย้ายสมบัติของผมที่เล่าครับจะหันเรื่องที่กล่าวชัดยิ่งขึ้นครับ
*ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน...พรหมมา
สวัสดีหลานคำแสนดอย....
ยินดีเจ้าที่ห่วงสุขภาพลุงหนาน
ขอหมู่เฮาฮักษาสุขภาพเหมือนกั๋นเน่อเจ้า...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
ไหว้สาป้อหนานเจ้า ข้าเจ้าสนใจผีปุ้งส้าวเจ้า ข้าเจ้ามีกัอนดาวตก หรือตี้เปิ้นว่า สะเก็ดดาว อยู่สามก้อน สวยงามมาก มันมีพลังในตัวเจ้าเวลานั่งสมาธิเจริญภาวนา จับดูเบาๆมันจะดูดอุ้งมือ หรือบางคนจับดูพลัง อุ้งมือจะร้อนแดงร้องโอ๊ย และถ้าใครทำเป็นเครื่องประดับใส่เมื่อคืน เฮาจะงามสดใสเจ้า เพราะข้าเจ้าลองมาหมดแล้วพิสูจน์แล้วเจ้า เปิ้นทีพลังในตัวเจ้า ข้าเจ้าชอบศึกษาเครื่องรางของขลังและพิสูจน์ได้ด้วยตนเองถึงจะเชื่อเจ้า
ชอบเรื่องราวของลุงหนานพรหมมา(ขอเรียกตามคุณเอื้องแซะ)
เล่าให้ฟังสนุก แลพมีสาระ
แต่ชอบใจมั่กมาก กับสำนวนสาวเหนือของคุณเอื้องแซะ
ฟังแล้วได้อรรถรสมากเลยค่ะ
สวัสดีครับคุณ tuk-a-toon......
ขอบคุณที่มาแว่แอ่วและอ่านเรื่องผีๆที่ผมเล่า..
หากฟังแล้วลองวิเคราะห์ดูอาจมีความรู้แอบแฝงให้ข้อคิดและอะไรๆอีกหลายๆอย่างครับ...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
http://gotoknow.org/blog/childendream
สวัสดีเจ้าหลานปลายฟ้า...
อยู่สูงแต๊ว่า..ฟ้านั้นสูงอยู่แล้ว ซ้ำไปอยู่ปล๋ายปู้นก่อนเน้อ...
ยินดีนักๆเจ้ามาแว่อ่านและเอาไปเผยแพร่ต่อ
ขอบคุณครับที่เป๋นห่วงสุขภาพลุง...
ขอหื้อหลานฮักษาสุขภาพและสบายดีเน้อหลาน...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน...พรหมมา
สวัสดีเจ๊าลุงหนาน นานๆมาแวะหา ตอนเป็นละอ่อนน้อยแม่จะจุ๊ว่าผีปุ้งส้าวมาหาให้รีบนอนหลับเน้อถ้าบ่หลับจะโดนผีเอาไป..วิธีหลอกให้เข้านอนแต่หัวค่ำเนอะลุงเนอะ
ไหว้สาครับคุณรุจิครับ...
เมินๆมาแว่อ่านก็ยินดีครับ....
ผมได้ยินวิธีจุ๊หละอ่อนอย่างที่ว่าเหมือนกั๋นครับคงจะเป๋นวิธีการของคนใหญ่ที่เอาเหตุการณ์ในธรรมชาติมาใช้เป๋นประโยชน์ในชีวิตประจ๋ำวันได้ดีครับ...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน.......พรหมมา
สวัสดีครับลุงหนาน ผีปุ่งส้าวผมเคยเห็นเมื่อสมัยเป็นละอ่อน ตอนนั้นเป็นเวลาพลบค่ำฝนตกพรำๆมืดสลัวๆเห็นมันตกมาจากฟ้าเป็นแสงสีแดงหางยาวๆความเร็วช้ากว่าดาวตกที่เป็นแสงสีขาว ผมเล่าให้ใครๆฟังเขาก็บอกว่ามันเป็นดาวตก(ดาวตกผมก็เคยเห็น เมื่อหลายปีก่อนประเทศไทยมีปรากฏการณ์ฝนดาวตกรวมถึงค้นหาในห้องสมุดก็มีแต่สะเก็ดดาวตก)แต่ผมยังปักใจเชื่อว่ามันไม่ใช่ดาวตกเพราะลักษณะมันต่างกัน คือสีของแสง และความเร็ว ผมว่านะคนที่เห็นผีปุ่งส้าวของจริงๆมันมีไม่กี่คนนะ แล้วพวกที่ไม่เคยเห็นก็ตู่เอาว่าเป็นดาวตก(รวมถึงนักวิทย์ทั้งหลาย) ที่เพิ่งมาเล่าตอนนี้เพราะเพิ่งมาเห็นบทความของลุงหนานนี่แหละ