ได้รับ e mail จากท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องข่าวสารความร่วมมือของกระทรวงศึกษากับสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้(องค์การมหาชน) ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาตามอัธยาศัย ในโครงการศูนย์ความรู้กินได้ สาระสำคัญคือ
โครงการพัฒนา “ศูนย์ความรู้กินได้” ( Knowledge Center)เป็นโครงการที่บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกัน ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) (OKMD) เกิดจากแนวคิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy ที่หลายประเทศได้เริ่มดำเนินการและประสบความสำเร็จไปแล้ว โดยเริ่มต้นจาการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความชำนาญอย่างถ่องแท้ และสามารถนำความรู้ที่ได้มาผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้และกลายเป็น “ความรู้กินได้” ดังนั้นสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาห้องสมุดนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็น “ศูนย์การเรียนรู้สมัยใหม่” ที่สามารถกระตุ้นให้ผู้ใช้บริการได้เรียนรู้จากประสบการณ์ในมิติต่าง ๆ และสามารถนำไปใช้ในการประกอบธุรกิจหรือพัฒนาอาชีพของตนได้ โดยจะเริ่มดำเนินการโครงการนำร่อง จำนวน 2 แห่งก่อน คือ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอุบลราชธานี จากเป้าหมายที่เลือกไว้ 10 แห่ง และจะขยายไปให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในปี 2552 ซึ่งโครงการนำร่องทั้งสองจะดำเนินการภายใน 6 เดือน ทั้งนี้ “ศูนย์ความรู้กินได้” ประกอบด้วย ส่วนของห้องสมุด ที่จะเพิ่มเนื้อหาเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสินค้าและบริการของท้องถิ่น การรวบรวมองค์ความรู้ดั้งเดิมของท้องถิ่น การกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก นอกจากนี้ยังมีส่วนของกิจกรรมที่จะกระตุ้นให้ชุมชนเกิดความสนใจอยากเรียนรู้และต้องการเข้ามาใช้บริการ เพื่อยกระดับคุณภาพของคนในท้องถิ่นด้วยการกระจายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งความรู้และการบริการที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันทั้งส่วนกลางและภูมิภาค
จากการที่เราทราบความเคลื่อนไหวการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยของหน่วยงานอื่น ก็คงได้แนวทางในการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยแนวใหม่กันได้เลย ห้องสมุดจึงต้องเปลี่ยนไปไม่ใช่กระบวนทัศน์เดิม ๆ อีกแล้ว นี่เป็นแนวหนึ่งซึ่งกำลังมาใหม่พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง นัก กศน.ที่ดีต้องรู้จักพลิกแพลงกระบวนการทำงานในสังคมฐานความรู้ สามารถเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า ..มาร่วมกันพัฒนาการศึกษาตามอัธยาศัยกัน ครับ
สวัสดีครับท่านผอ.ดิศกุล
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก...นับเป็นมิติใหม่ที่ดีมากทีเดียวครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ นายช่างใหญ่
ขอบคุณครับ กศน.เราต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงจึงเป็น กศน.ที่แท้จริง ครับ
จากข้อความที่ว่า “ความรู้กินได้” ดังนั้นสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาห้องสมุดนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็น “ศูนย์การเรียนรู้สมัยใหม่” เป็นสิ่งใหม่ที่เรากศน.ควรนำมาเป็นแนวคิดและนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพราะการบูรณาการและการเข้าใจในหลักการของเครือข่านที่ดี ย่อมเป็นสิ่งที่น่า "ชื่นชม" และเป็นแนวดำเนินการที่เหมาะสมกับกศน.ของเราอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นนับว่าเป็นการก้าวย่างที่ไม่แปลก หากแต่ก้าวไปข้างหน้าเพื่อพัฒนาศักยภาพและความหลากหลายของกิจกรรมกศน.ที่โดดเด่นและเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนทั่วไป...เห็นด้วยอย่างยิ่งครับผม
สวัสดีครับ อาจารย์ ธีรัชภัทร เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล ครับ มารายงานตัวครับ
ศูนย์ความรู้กินได้นี่ได้เพิ่มเอาสินค้าโอท็อปในชุมชนรวมด้วยไหมครับ
“ความรู้กินได้” คำนี้เป็นเป็นจริงทุกประการครับท่าน ทุกวันนี้ก็ใช้ความรู้ความสามารถ ในการประกอบอาชีพ ครับผม
ขอบคุณ อ.ประยงค์ และ อ.พนัสสุริยาครับ
สวัสดีครับคุณธีรัชภัทร
การนำสินค้า OTOP มาขาย/จัดแสดงในห้องสมุดก็อยู่ในวิสัยของห้องสมุดมีชีวิต ศูนย์ความรู้กินได้ รับ รักษาสุขภาพด้วยครับ
"ความรู้กินได้" คำนี้เป็นคำที่เรามองทางเป็นจริงถึงห้องสมุกที่มีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ กศนบ้านบึงจะน้อมนำคำนี้ไปใช้กับห้องสมุดอำเภอบ้านบึงคะ
ความรู้ กับการประกอบอาชีพ เป็นของคู่กันอยู่แล้วแต่เอาประยุกต์ให้สอดคล้องกับงานที่ทำอยู่ กศน.มีดีแต่ยังไม่ได้เอาออกมาใช้เท่านั้นเอง
ห้องสมุดฯอำเภอบ่อทองรับทราบค่ะและจะนำมาปฏิบัติให้เป็นจริงดังคำกล่างที่ว่า"ความรู้กินได้"
คอยดูนะอีกไม่นาน จะมีคำว่า PMOA ในเรื่องการบริหารของรัฐมาให้พวกเราได้ปวดหมองกันอีก เชื่อเหอะ
ขอบคุณ อ.วนิดา อ.ไพศาล อ.กนกาญจน์ ครับ
ขอบคุณครับ ได้ไอเดียทำงานเพิ่มขึ้นครับ
ขอบคุณ ผอ.อนุชาครับ เชื่อมั่นว่าผอ.อนุชาสามารถนำไปพัฒนางานได้เป็อย่างดี
ในส่วนของห้องสมุดประชาชนอำเภอศรีราชา ก็ได้มีการปรับภูมิทัศน์ทั้งภายนอก - ภายใน และมีการสอนทักษะอาชีพ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เพื่อพัฒนาให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้สมัยใหม่” นำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ การดำรงชีวิต ตามแนวทาง “ความรู้กินได้”
ขอบคุณ อ.หนึ่งศรีราชา ครับ