ช่วงบ่าย อาการปลาร้าดีขึ้น ลุกขึ้นมานั่งเรียนด้วยความตั้งอกกตั้งใจ ไม่เหลือเค้าความดื้อหรือซนอีกเลย หรือนี่จะคือนิมิตรหมายอันดีของปลาร้า

 

 

 

 

จำปลาร้ากันได้ไหมคะ  ถ้าจำไม่ได้หรือไม่รู้จัก  ตามไปที่บันทึกนี้นะคะทำไมต้องทำให้เสียใจ ปลาร้า...ที่รัก

ในแถวขณะรอเคารพธงชาติ

            ครูขา...วันนี้ปลาร้าเหลือเงินค่ะ  ไม่ได้ซื้อขนมตอนเช้า

โอ้ว..NO  ครูตุ๊กแกหูฝาดไปหรือเปล่า  เป็นไปได้ยังไงเนี่ย  นายปลาร้าไม่ซื้อขนมหรือของเล่นตอนเช้าจนเงินหมดเหมือนทุกวัน  แน่ะ..วันนี้มาแปลก  เข้าแถวอย่างสงบเสงี่ยมไม่เล่นหรือแกล้งเพื่อนเหมือนทุกวันซะด้วย

วิชาแรกของวันนี้ คณิตศาสตร์ เจ้าค่ะ

            ครูขา  หนูเขียนวันที่มาจากบ้านแล้วค่ะ

            ดีมากลูก  เตรียมพร้อมแบบนี้เรียนเก่งแน่ๆเลย

            ผม/หนู ก็เขียนมาจากบ้านแล้วค่ะ ( เสียงให้เซ็งแซ่ไปหมด )

            อ้าว....แล้วทำไมนายปลาร้านอนฟุบไปกับโต๊ะแบบนั้นล่ะ (สงสัยจะประท้วงอะไรอีกแล้ว  ตามกระแสน่าดู)

            ครูตุ๊กแกเป็นโรคจิตที่เห็นเด็กนอนฟุบกับโต๊ะไม่ได้  จะชอบลูบๆคลำๆ  อ๊ะๆ..อย่าคิดมาก  แค่ดูว่าเผื่อจะไม่สบายเท่านั้น  และก็เป็นจริงดังคาด  ตัวปลาร้าร้อนมาก  มิน่าถึงได้ดูสงบเสงี่ยมนัก

            สอบถามได้ความว่าทานยาแก้ปวดศีรษะแล้ว  จึงหาฝ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้เป็นระยะๆ  และให้นอนอยู่ในห้องเรียน   ไม่อยากให้ลงไปนอนในห้องพยาบาลถ้าครูไม่อยู่ ไม่มีใครดูแล  เด็กๆโตๆชอบมาป่วน

            สภาพของปลาร้าวันนี้น่าสงสารมาก แตกต่างกับปลาร้าจอมดื้อและซนโดยสิ้นเชิง (ทำให้นึกถึงที่อาจารย์ชีวฯเคยชมครูตุ๊กแกเมื่อสมัยเรียนมัธยมปลายไม่ได้  ยายวัลย์วิสา เธอนี่จะสงบเรียบร้อยได้เฉพาะวันที่ไม่สบายเท่านั้นแหละ อิ..อิ..)

            อ้อ...ลืมเล่าความคืบหน้าของปลาร้าค่ะ

            หลังจากที่หาวิธีแก้ไม่ให้ปลาร้าซื้อของเล่นจนเงินหมดตั้งแต่ตอนเช้าและนิสัยชอบเกเรเพื่อนไม่ได้ ประกอบกับได้คุยกับลุงของปลาร้า(พ่อแม่ปลาร้าเสียหมดแล้ว)  ลุงเขาบอกว่า

            อยู่บ้านงานไม่ช่วยทำ  ชอบไปเล่นที่อื่น  กลับเข้าบ้านจนมืด  ผมตีทุกวันแหละครับ ครูก็ตีเลยเวลาทำผิด

            โอ..พระเจ้าช่วยกล้วยอบน้ำผึ้งม้วน สินค้า OTOP ห้าดาว....

            ถึงบางอ้อแล้ว  ทำไมปลาร้าถึงมีนิสัยแข็งนอกอ่อนใน  ก็เล่นโดนตีซะบ่อย  บ่อยจนกลายเป็นความเคยชิน  เลยไม่รู้สึกอะไรเวลาโดนครูทำโทษ  ก็เจ็บเดี๋ยวเดียว  เดี๋ยวก็หาย ชินซะแล้ว นี่เอง  คิดเหมือนครูตุ๊กแกไหมคะ

            ครูตุ๊กแกจึงเลิกเป็นนางมารร้ายทำโทษปลาร้าโดยการตี เปล่าประโยชน์เจ็บหัวใจตัวเองเปล่าๆ เนอะ

            จากนางมารร้ายกลายมาเป็นนางฟ้า  ใช้ไม้หน้าสาม อุ่ย..ไม้อ่อนค่ะ  ไม่อ่อน  อิ..อิ..

            คุยกับปลาร้าว่า ที่ปลาร้าไม่เชื่อที่ครูบอกแสดงว่าปลาร้าไม่รักครูใช่ไหม ในเมื่อปลาร้าไม่รักครู ครูก็ไม่รักปลาร้า  ต่อจากนี้ไปลูกครูเหลือแค่ 25 คนเท่านั้น  (ทั้งห้องมี 26 คนค่ะ)

            และถ้าวันไหนปลาร้าซื้อขนมจนเงินหมดตอนเช้า  ครูก็จะไม่ให้คูปองอาหารกลางวัน  จะได้อดข้าวตายไปเลยทั้งเช้าและกลางวัน   (นางฟ้าอะไร  โหดจริงๆ)

            และบอกเล่าถึงโทษของการไม่ทานอาหารเช้าและกลางวันว่าเป็นอย่างไร

            แต่ปลาร้าก็ยังคงเป็นปลาร้า

            เดี๋ยวผมกินข้าวเช้ามาก็ได้ครับ (อ้าว ก็ไหนตอนแรกบอกไม่มีใครหุงข้าวเช้าให้กิน จึงต้องซื้อของเล่น เอ๊ย ขนมกินแทนข้าวไง) และตอนกลางวัน ผมก็เข้าห้องคอมฯเลยไม่กินข้าวก็ได้      

            แต่ดีอย่าง  การแกล้งเพื่อนแบบแรงๆหายไป  วันดีคืนดีก็จับเพื่อนถอดกางเกงแทน  หนักเข้าก็ถอดกางเกงโชว์ช้างน้อยของตัวเองให้เพื่อนดูตอนพักกลางวันซะงั้น

            ไม่ต้องให้บอกนะคะว่าลูกสาวครูตุ๊กแกจะกรี๊ดสนั่นขนาดไหน (ว่างๆจะพาไปเป็นหน้าม้ารับจ้างกรี๊ดตามคอนเสิร์ต  อิ..อิ ) และเสียงฟ้องก็ดังแบบไม่มีใครยอมใคร  กว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ต้องขู่ว่าจะตัดกันเลยค่ะ  หุ..หุ..

            วีรกรรมของปลาร้ายังมีอีกมากมายหลายกิโลค่ะ  เมื่อวานนี้ครูตุ๊กแกพานักเรียนไปแข่งขันเปตอง  กลับมาก็ได้รับข่าวดี คือ ปลาร้าแกล้งหัวหน้าห้องจนหัวหน้าห้องผู้หญิงนะคะ โมโหจะเอาเก้าอี้ทุ่มใส่ปลาร้าดีที่ครูเข้าไปเห็นพอดี (โหดกันน่าดูห้องนี้ อิ..อิ..)

            กลับมาที่ปลาร้าไม่สบายต่อนะคะ 

            ขณะที่เช็ดตัวให้ปลาร้าอยู่นั้น   ครูตุ๊กแกก็ลูบหัวปลาร้าไปด้วยหลอกล่อไปด้วย

เนี่ยเห็นไหม โทษของการไม่ทานข้าวมันเห็นผลเร็วแบบติดจรวดแค่ไหน แต่ก่อนปลาร้าแข็งแรง มีแรงเกเพื่อนได้ แต่พอปลาร้าไม่กินข้าวบ่อยๆ ปลาร้าก็ไม่สบายและไม่มีแรงเกใครเลย น่าสงสาร สม.........

นักเรียนหญิงคนที่1 ครูขา..วันนี้ครูมีลูก 26 คนค่ะ  ปลาร้าไม่สบายครูเลยรักเพราะปลาร้าไม่

เกเร

นักเรียนหญิงคนที่2 ครูขา..ร่างกายปลาร้ากลับใจ  แต่ใจปลาร้าไม่กลับค่ะ   โอ้ว..พระเจ้า 

คิดได้ไงเนี่ย

นักเรียนหญิงคนที่3 นี่เธอ  ครูตุ๊กก็เป็นแม่เรา  เป็นแม่ที่ให้ความรู้แก่เรา  แต่แม่แท้ๆก็เป็นแม่ที่

                                    ให้ความอบอุ่นแก่เรา  โอ้...ซาบซึ้ง  น้ำตาพาลจะไหล  ช่างคิดจริงๆ

 

หลังรับประทานอาหารกลางวัน   ครูตุ๊กแกเห็นเด็กๆ  ช่วยกันฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็กๆ  ก็เตรียมจะบ่นทันที

            นี่..ฉีกกระดาษกันทำไม  เลอะเทอะรู้ไหม

            ฉีกทำหมอนให้ปลาร้านอนค่ะ  เดี๋ยวเอากระดาษแผ่นใหญ่หุ้ม  ปลาร้าจะได้ใช้หนุนแทนกระเป๋า

โอ้หนอ..ก้อนความตื้นตันมันจุกอยู่ที่คอพูดต่อไม่ออกเลยค่ะ

            เด็กๆต่างซื้อขนมมาให้ปลาร้าเยอะแยะไปหมด  ขนาดหัวหน้าที่ทะเลาะกันขนาดจะใช้เก้าอี้ทุ่มใส่กันยังพับกระดาษเป็นพัดแล้วนั่งพัดให้ปลาร้าเลยค่ะ

...หมอนที่เพื่อนๆช่วยกันทำให้ปลาร้า...อาจจะรอภาพเลื่อนช้าไปหน่อยนะคะ

            ครูตุ๊กแกนั่งสังเกตพฤติกรรมลูกลิงของครูตุ๊กแกตั้งแต่รู้ว่าปลาร้าไม่สบาย  วันนี้ห้องเรียนของครูตุ๊กแกเงียบมาก (ใครผ่านไปมาพากันแปลกใจ )

            เด็กก็คือเด็ก  คือผ้าขาวอันบริสุทธิ์อยู่เสมอ  ถึงแม้ว่าปากจะบอกว่าเกลียดกันเพียงใด  แต่ในยามที่เพื่อนเดือดร้อนไม่สบาย  สายใยแห่งความเป็นเพื่อน  ที่ร้อยรัดเป็นความผูกพัน  ก็ยังคงทอสายความห่วงใยถึงกัน  มิตรภาพ  จึงงดงามเสมอไม่ว่าอยู่ที่ใด

            ช่วงบ่าย   อาการปลาร้าดีขึ้น  ลุกขึ้นมานั่งเรียนด้วยความตั้งอกกตั้งใจ ไม่เหลือเค้าความดื้อหรือซนอีกเลย  หรือนี่จะคือนิมิตรหมายอันดีของปลาร้า

            วันนี้...ลูกชายของครูตุ๊กแกกลับมาแล้ว  ครูตุ๊กแกมีลูกครบ 26 คน  และก็ได้แต่ภาวนาในใจว่า  ขอให้ปลาเป็นลูกชายที่น่ารักของแม่ครูแบบนี้ต่อไปทุกๆวัน  สาธุ...ปลาร้าที่รัก

 ฤดูกาลผันผ่าน

อาจเปลี่ยนวันวานตามไปได้

แต่ตราบใดที่ภาษายังไม่เปลี่ยนไป

คำว่า  เพื่อน  เขียนอย่างไร

ความหมายย่อมเหมือนเดิม

            ..............................................................................................