การชนะตัวเองเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

          ระยะนี้ผมค่อนข้างห่างหายจากการเขียน Blog พอสมควร ทั้งนี้เพราะงานมากเหลือเกิน (ไม่ได้แก้ตัวนะครับ เพราะผมเคยพูดไว้เสมอว่า คนที่ไม่มีเวลาคิอคนที่ไม่มีเวลาว่างพอที่จะบ่นว่า ผมไม่มีเวลาเลย) สาเหตุที่งานมากเพราะระยะนี้เป็นไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณนี้ อะไรที่ยังคั่งค้างจำเป็นต้องรีบเร่งสะสาง ทำให้ห่างหายไป

          และสาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ผมต้องเข้ารับการประเมืนเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. ในวันที่ 26 -27 กฺคฺ นี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ผมเป็น ผอ อยู่แล้วทำไมต้องประเมินอีก คืออย่างนี้ครับ  คั้งแต่  วันที่ 4 มีนาคม เป็นต้นมา กศน. มีกฏหมายเป็นของตัวเอง เรียกว่า พรบ. ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 กฏหมายฉบับนี้ทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ สำหรับ กศน.หลายอย่าง อาทิเช่น ชื่อ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด ค้องเปลี่ยนไปเป็น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ชื่อยาวมาก แต่ชื่อย่อ ยังเป็น สำนักงาน กศน.  การเป็นสำนักงานทำให้ต้องกลายสภาพเป็นหน่วยงานทางการศึกษา มิใช่สถานศึกษาอีกต่อไป

         ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตำแหน่งจาก ผอ. ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด มาเป็น ผอ. สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบอละการศึกษาตามอัธยาศัย จึงต้องมีการประเมิน ทำให้ระยะนี้ผมต้องอ่านหนังสือหลายเล่ม และต้องเจียดเวลาไปเพื่อการนี้โดยเฉพาะแต่ก็จะพยายามหาเวลามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านทั้งหลายต่อไปนะครับ

         พูดถึงการอ่านหนังสือ ทีมงายของผมหลายคน เห็นพฤติกรรมของผม แล้วเขาหัวเราะ และถามว่า ต้องอ่านหนังสือทำไม ก็เมื่อ ผอ. สู้กับตัว ผอ. เอง  ก็ต้องอธิบายเขาไปว่า  การที่ต้องอ่านหนังสือเพื่อเข้ารับการประเมินครั้งนี้ เพราะผมต้องการพิสูจน์ให้คณะกรรมการประเมินเห็นว่า คนอย่างเรายังมีไฟอยู่ เป็นคนไม่ตกยุคตกสมัย และข้อสำคัญการประเมินครั้งนี้ เปรียบเสมือนกับการแข่งขันกับตัวเอง  ในความหมายของผม คู่แข่งที่มีความน่ากลัวที่สุด คือตัวผมเอง เพราะการชนะใจตัวเองเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

          ท่านทั้งหลาย คิดว่าผมเข้าใจตัวผมเองถูกใหมครับ ?