ฤาจะเลือนหายสื่อพื้นบ้านไทยในยุค IT
P สร้าง: จ. 30 ม.ค. 2549 @ 14:45   

ฤาจะเลือนหายสื่อพื้นบ้านไทยในยุค  IT

 

                ในอดีตที่ผ่านมา  การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือการปฎิวัติอุตสาหกรรม  ที่ทำให้เกิดผลตามมามากมาย  รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางสังคมจากชุมชนเกษตรไปเป็นทุนนิยมอุตสาหกรรม  ซึ่งเราจะสามารถมองเห็นลักษณะการสื่อสารที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

          กาญจนา  แก้วเทพ,(2539:2,43) ได้กล่าวถึงการสื่อสารยุคเกษตรกรรมว่ามักอยู่ในรูปของการพบปะพูดจากัน (Face to Face) การสื่อสารกลุ่มในชุมชนและการสื่อสารพื้นบ้าน  โดยสื่อเหล่านี้ล้วนมีหน้าที่และบทบาทที่แตกต่างจากที่สื่อมวลชนกระทำอยู่ในปัจจุบัน  โดยรายละเอียดประกอบก็ต่างกันไปทั้งในด้านสถานที่และวิธีการ  ลักษณะดังกล่าวของสื่อพื้นบ้านในสมัยก่อนได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวกลางระหว่างการดำรงอยู่ของสังคม (Social  Being) กับจิตสำนึกของสังคม (Social  Consciousness)

          เมื่อยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงผ่านมาเป็นยุคอุตสาหกรรมการสื่อสารก็มีรูปแบบเป็นการสื่อสารทางไกลมากขึ้น   เช่น  โทรศัพท์  จดหมายฯลฯและเป็นไปในลักษณะมวลชน  หรือสื่อมวลชนนั้นเอง  จากสถานภาพทางสังคมของแต่ละบุคคล  ที่มีอาณาบริเวณการอยู่อาศัยที่กว้างขึ้น  มีการเคลื่อนย้ายตลอดเวลาทำให้ความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นในลักษณะชุมชนท้องถิ่นลดลงและสื่อมวลชนเป็นรูปแบบการสื่อสารที่แพร่เข้ามาอย่างรวดเร็วจนมีอิทธิพลหลักต่อสังคมมากยิ่งขึ้น

          หากมองย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประเทศในสังคมไทยนับตั้งแต่ปี..2500  ที่ประเทศไทยได้มีการนำแผนพัฒนาประเทศแผนแรกมาใช้  สื่อมวลชนเป็นสื่อเดียวที่ได้รับการผนวกเข้ามาใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ  จวบจนกระทั้ง  ปี  ..2523  พลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์  ได้ประกาศนโยบายของรัฐบาลให้ปี 2523  เป็นปีแห่งการท่องเที่ยว  และได้จัดสรรงบประมาณให้แต่ละจังหวัดพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและมีการพัฒนาการแสดงละเล่นพื้นบ้านซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าสื่อพื้นบ้านต่างได้รับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ขึ้นในสังคมไทย  อย่างไรก็ตาม  สื่อพื้นบ้านที่นำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์เป็นสื่อเพื่อการถ่ายทอดข่าวสารอย่างจริงจังก็ยังนับว่าน้อยอยู่  เมื่อเปรียบเทียบกับสื่อที่ทรงอิทธิพล  เช่น  สื่อมวลชน  แนวความคิดในเรื่องการนำสื่อพื้นฐ้านมาใช้เพื่อการพัฒนานั้นมิใช่เป็นความคิดใหม่เอี่ยมถอดด้าม  หากรื้อฟื้นถึงผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นประเด็นของการเมือง  การไปใช้สิทธิเลือกตั้ง  ยาเสพติด  การคุมกำเนิด  สิ่งแวดล้อมฯลฯ  มักจะพบว่า  สื่อพื้นบ้านได้เข้ามามีบทบาทในการเป็นสื่อเพื่อการพัฒนามาทั้งสิ้น

          ในโลกปัจจุบันขณะที่อิทธิพลของสื่อมวลชนก็ยังทรงพลานุภาพเช่นเดิมและนับวันจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยซึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยีได้มีการพัฒนาจนถึงขีดสุดเราจะพบว่ามนุษย์สามารถสื่อสารข้ามโลกได้ภายในอึดใจเดียวด้วยระบบเครือข่ายใยเมงมุมที่เรียกว่า  Internet  เราสามารถโอนเงินทางโทรศัพท์    สามารถรับรู้ข่าวสารได้ในทุกทิศทางและง่ายดาย  จนนักวิชาการหลายท่านได้ขนานนามว่าเป็นยุคของโลกข้อมูลข่าวสารที่เป็นลักษณะหมู่บ้านโลก (global  village) ที่ชีวิตทางเศรษฐกิจ  การเมืองและวัฒนธรรม  ถูกผูกเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นด้วยระบบการสื่อสารสมัยใหม่     หลังจากที่เราได้ชื่นชมกับนวัตกรรมของโลกใหม่ที่มีผลทำให้เกิดความบอบช้ำจากการพัฒนา  ปัญหาด้านต่างได้แสดงอาการป่วยให้เห็นชัดเจน  เช่น  ปัญหาการเสื่อมถอยทางจริยธรรม   ปัญหาการเลียนแบบพฤติกรรมก้าวร้าว   และปัญหาด้านต่างที่ผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด  หลายฝ่ายหลายแนวคิดได้มองหาสาเหตุและกล่าวโทษให้กับสื่อมวลชนว่าเป็นสาเหตุหนึ่งในตัวการที่สร้างปัญหาให้กับสังคม    นโยบายของรัฐบาลรวมถึงแนวทางการพัฒนาต่างได้เปลี่ยนทิศทางหันกลับไปสู่ความเป็นรากหญ้าอีกครั้ง  ได้มีการพูดถึงการพึงพากันเองของสมาชิกชุมชน   มองหาทุนทางสังคม   ภูมิปัญญาท้องถิ่น   ของดีของเด่นและความเป็นชุมชน  เกิดปรากฏการณ์ที่จะขุดคุ้ยเอาสื่อพื้นบ้านมาใช้เพื่อการทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพระเอก  ด้วยเล็งเห็นข้อเด่นของสื่อพื้นบ้านว่าเป็นสื่อที่มีข้อดีหลายอย่าง  สรุปได้ดังนี้

1.    มีความใกล้ชิดประชาชน  ง่ายต่อการเข้าถึง  เข้าใจง่าย

2.    แสดงออกทางอารมณ์ได้เต็มที่ / สร้างสรรค์

3.    ดัดแปลงให้เข้ากับแต่ละท้องที่

4.    ใช้ภาษาถิ่น /  มีชีวิตชีวา /  งดงาม / โดนใจ

5.    เนื้อหาปรับเข้ากับยุคสมัยได้

6.    มีราคาถูก

7.    อยู่กับท้องถิ่น / ชุมชนมานานเป็นสื่อที่คุ้นเคยเป็นที่รักใคร่

ดังเช่นตัวอย่างของนโยบายรัฐบาลยุค  IT  นำโดยท่านทักษิณ  ชินวัตร  ที่มีชื่อเสียงการเป็น

ผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี  มีฉายานามว่าหัวดาวเทียม  ได้หันกลับมามองสื่อพื้นบ้านอีกครั้ง  ในยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความยากจนได้กำหนดให้การสื่อสารพื้นฐ้านเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่จะใช้ในการแก่ไขปัญหาความยากจนให้กับชาวบ้าน

            วันนี้  กว่าจะไหวตัวทัน  สื่อพื้นฐานก็เหมือนคนที่ล้มละลายหมดตัวกว่าที่จะฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตดังเดิมในยุคของการที่ผู้คนนิยมชมชอบกับชีวิตที่ผูกพันอยู่กับเทคโนโลยี  ก็คงจะเป็นเรื่องยากพอสมควร  เพราะได้เกิดปัญหากับสื่อพื้นบ้านด้วยเหตุจากการที่สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไป   เช่น

1.    ปัญหาการสูญสลายของสื่อพื้นบ้าน   ในขณะที่สังคมไทยได้เลี้ยวโค้งย้อน

กลับมาภูมิปัญญาพื้นบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่นแต่สื่อพื้นบ้านส่วนใหญ่กำลัง

จะสูญหายไปที่เหลือไว้ก็เป็นเพียงมรดกตกทอดชั้นปลายแถว  ส่วนของดีต้น

ฉบับมักจะสูญสลายไปตามยถากรรมโดยสิ้นเชิง

2.    ปัญหาการกลายพันธุ์  ดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  หมอลำกลอนพื้นบ้านนั้นหายากเต็มที  ที่มีอยู่ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม  มีการตัดการเพิ่มเติมเข้าไป  ทำให้รสชาติที่ออกมามีรสแปลกซึ่งผู้บริโภคก็จะไม่ติดใจเพราะไดรับรสชาติที่ไม่ใช่ของเก่าที่มีมนต์ขลัง

3.    ปัญหาการสืบทอด  พบว่ากลุ่มเป้าหมายของสื่อพื้นบ้านส่วนมากมีอายุเกิน

30ปีขึ้นไป  สื่อพื้นบ้านได้กลายเป็นสื่อของผู้อาวุโสที่นับวันจะล่วงโรยไป

ตามอายุไข  เป็นการบอกเหตุกลายว่าสื่อพื้นบ้านจะขาดทั้งการสืบทอดตัวศิลปินด้านสื่อและขาดการสืบทอดด้านผู้รับชมรับ