ศีลธรรม จริยธรรมกับนัการเมือง

                                  

  • สาเหตุการละเมิดศีลธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมือง

  • ๑.โอกาส (opportunity)ที่เอื้ออำนวย กฎหมายมีช่องโหว่ ระเบียบมีช่องว่าง

  • ๒.ตำแหน่งหน้าที่(Authority) การที่นักการเมืองมีตำแหน่งหน้าที่เอื้ออำนวย ต่อการทำความผิด อาทิ อำนาจในการอนุมัติ อนุญาตให้สัมปทานหรือใบประกอบการต่างๆ

                

  • ๓.สิ่งจูงใจ (Incentive)กล่าวคือมีสิ่งจูงใจเพียงพอที่จะกระทำความผิด อาทิผลประโยชน์จำนวนมากในรูปของเงินทองและวัตถุ และฯลฯ

  • ๔.ชื่อเสียงเกียรติยศทางโลกๆ(Reputation&Honour)นักการเมืองต้องการตำแหน่ง สส./สว หรือรัฐมนตรีเพื่อเป็นชื่อเสียงเกียรติยศแก่ตนเองและวงศ์ตระกูลจึงเป็นสาเหตุของการกระทำทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม จริยธรรม

  • ๕.ขาดอุดมการณ์ (Idedology)นักการเมืองขาดอุดมการณ์เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องเป็นสำคัญไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติ

                         

  • ๖.วิสัยทัศน์(Visoin)ที่คับแคบ คือนักการเมืองมีวิสัยทัศน์ทางการเมืองที่คับแคบมุ่งหวังกอบโกยผลประโยชน์ของชาติไปเป็นผลประโยชน์ของตนเอง ครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดมากกว่าการอุทิศตนเพื่อประชาชนและสังคมส่วนรวม

                        

  • ๗.วัฒนธรรม ทางการเมือง(Political Culture)ของคนไทยที่เห็นว่า การละเมิดศีลธรรม จริยธรรม และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมืองเป็นเรื่องปกติวิสัยที่มีมาทุกยุคสมัย จึงทำให้นักการเมืองไม่หวั่นเกรงว่าจะถูกลงโทษ

  • ๘.ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมแบบเสรี (Liberal Cabpitalism)ที่เข้ามากับโลกาภิวัฒน์ที่เปิดให้องค์กรธุรกิจเข้ามาเกี่ยวพันกับนักการเมืองมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนจึงเพิ่มทวีมากยิ่งขึ้น

                  

  • ๙.ประชาชน (People)ขาดข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงขาดความรู้ความเข้าใจทางการเมืองทำให้การตัดสินใจในการเลือกนักการเมืองที่มีคุณธรรมจริยธรรมผิดพลาด

  • ๑๐.สังคมไทย (Thai Society)เป็นระบบอุปถัมภ์ (Patron-Client System)จึงเน้นผลประโยชน์มากกว่าคุณธรรมหรือความถูกต้องดีจริง..