ช่วงเย็นของวันนี้ ผมมีภารกิจอันสำคัญอีกอย่างที่ต้องดำเนินการ นั่นคือ การประกวดวงดนตรีโฟล์คซองเพื่อชีวิต โดยอีกชื่อที่ผมใช้ก็คือ “ดนตรีต้านยาบ้าพัฒนาบุคลิกภาพ” อันเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตามนโยบายพัฒนาการเพิ่มขีดความสามารถสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ดนตรีต้านยาบ้าพัฒนาบุคลิกภาพเกิดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะเมื่อประมาณสัก 4 – 5 ปีที่แล้ว ผมก็เคยได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้น จากนั้น เมื่อมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายสายงาน - กิจกรรมนี้ก็พลอยหายไปจากระบบ
ปีนี้เป็นโอกาสอันดีที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กำลังขับเคลื่อนการเป็นมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผมจึงถือโอกาสหยิบแนวคิดนี้มาปัดฝุ่นอีกครั้ง
การประกวดโฟล์คซองต้านยาเสพติดครั้งนี้ -
ผมมองว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่เพียงกระตุ้นให้นิสิตได้ใช้เวลาว่างให้ก่อเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองเท่านั้น หากแต่หมายถึงกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้นิสิตได้แสดงออกซึ่ง “พลังทางปัญญา” ของนิสิตเอง หลังจากก่อนหน้านี้ ก็เคยได้เปิดพื้นที่ทาง "ความคิดและปัญญา" ให้นิสิตได้แสดงศักยภาพมาแล้วอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น คำขวัญ แซววาที ทอล์คโชว์ ร้องคาราโอเกะ สื่อรณรงค์ ทั้งป้าย สปอร์ตวิทยุ โปสเตอร์ สารคดี หนังสั้น หรือแม้แต่การเดินรณรงค์ในโอกาสต่าง ๆ ฯลฯ
ผมเป็นคนที่เชื่อมั่นในพลังของศิลปะอย่างแรงกล้า โดยเชื่อว่า ศิลปะทุกแขนงคือผลิตผลที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์อันละเอียดอ่อนของมนุษย์ และศิลปะก็เป็นประหนึ่งเครื่องมืออันสำคัญในการกล่อมเกลาให้มนุษย์ละเอียดอ่อนต่อโลกและชีวิต ดังนั้น ผมจึงเลือกที่จะใช้ดนตรีเป็นสื่อในการรณรงค์ในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
และถึงแม้ศักยภาพของนิสิตตอนนี้ จะยังไม่ถึงขั้น "มืออาชีพ" แต่ผมก็ไม่ลังเล เพราะเชื่อว่า กิจกรรมในวันนี้จะเป็นต้นทุนที่ดีสำหรับเขาในอนาคต (ทั้งใกล้และไกล)
การประกวดครั้งนี้.
ผมกำหนดให้นิสิตแสดงดนตรีได้ 3 เพลงเท่านั้น
เพลงแรก เป็นเพลงที่เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด จะแต่งเอง หรือนำเพลงของศิลปินมาขับร้องก็ได้
เพลงที่สอง เป็นเพลงอะไรก็ได้ แต่ต้องมีเนื้อหาที่สร้างสรรค์
เพลงที่สาม เป็นเพลงที่แต่งขึ้นเอง โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวการใช้ชีวิตของคนหนุ่มสาวในมหาวิทยาลัย
โดยส่วนตัวผมให้ค่าน้ำหนักกับเพลงที่สามมากที่สุด เพราะนั่นคือสิ่งที่ผมเรียกมันว่า “พลังทางปัญญา” และทุกเพลงที่นิสิตแต่งขึ้นนั้น ผมจะนำไปบันทึกเป็นชุดเพลงตามแนวคิด “นวัตกรรมความคิดนิสิต มมส” ที่ผมได้ริเริ่มไว้ โดยก่อนหน้านี้ไม่นานนัก หนังสือทำมือของชาวค่าย (มีความหมายใดในกิจกรรม : 2) ก็แซงคิวเปิดตัวเป็นนวัตกรรมชิ้นแรกไปแล้ว
และที่สำคัญอีกประการก็คือ เพลงที่นิสิตแต่งขึ้นนั้น คือภาพสะท้อนหนึ่งที่จะทำให้เราได้เห็นถึงวิธีคิด และทัศนคติที่เขามีต่อการมองโลกและชีวิต ซึ่ง (บางที) อาจจะเป็นวัตถุดิบที่สามารถหยิบมาขยายผลต่อได้ รวมถึงการเป็นทางเลือกหนึ่งของการสื่อสารข้อมูลไปยังผู้รับสาร โดยมีจุดหมายปลายทางเดียวกันคือการจรรโลงสังคมให้น่าอยู่ มีสุขภาวะที่ดี - ซึ่งถือเอาตัวเองและมหาวิทยาลัยเป็นจุดเริ่มต้น
ผมไม่รู้หรอกว่า เพลงที่พวกเขาแต่งขึ้น ดนตรีจะไพเราะชวนฟังหรือไม่ เนื้อหาจะคมคาย บาดลึก หรือแม้แต่ตรึงใจคนฟังสักกี่ประโยค และมีพลังพอที่จะกระตุ้นเตือนให้เกิดความตระหนักในบทบาทและสถานะของการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมกี่มากน้อย แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังถือว่า มันเป็นพลังทางปัญญาที่นิสิตเพียรสร้างสรรค์ขึ้นมาจากมันสมองของเขาเอง - และมหาวิทยาลัยก็ควรมีพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพอันสร้างสรรค์เช่นนี้อย่างหลากหลาย และต่อเนื่อง
ผมค่อนข้างดีใจที่การประกวดครั้งนี้ มีนิสิตหลากสาขาสมัครเข้าแข่งขัน โดยไม่ผูกยึดอยู่กับแต่โครงการจัดตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ผู้จัดเจนเท่านั้น เพราะมีนิสิตคณะอื่น ๆ ก้าวเข้ามาร่วมแสดงพลังทางปัญญาของตนเองอย่างไม่กริ่งเกรง อันได้แก่ ศึกษาศาสตร์ วิทยาการสารสนเทศ วิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น
นี่เป็นการบอกกล่าวกิจกรรมที่จะมีขึ้นอีกเรื่องในเย็นวันนี้
เป็นกิจกรรมดี ๆ ที่เราจะได้เห็นและสัมผัสกับพลังปัญญาของนิสิต
เป็นกิจกรรมดี ๆ ที่เกิดจากการขับเคลื่อนสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการสร้างเสริมสุขภาพ
และเมื่อกิจกรรมครั้งนี้ยุติลง
ผมเองก็ยังแอบเฝ้าฝันอยู่อย่างเงียบ ๆ ว่า เทอมหน้านั้น ผมจะจัดเวทีให้นิสิตได้แสดงออกซึ่งพลังทางปัญญาเช่นนี้ในทุก ๆ บ่ายวันพุธอย่างเสรี และไม่จำกัดแต่เฉพาะพลังทางปัญญาทางดนตรีเท่านั้น ใครมีความสามารถอะไรก็เชิญสัญจรมาแสดง มาโชว์ ...หรือแม้แต่การนำมาจำหน่าย – แลกเปลี่ยน
ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมเฝ้าฝันนั้น คงไม่ยากเกินกำลังที่จะทำให้มันเกิดขึ้นได้ เพราะอย่างน้อย ตอนนี้ผมก็เชื่อว่า นิสิตจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่กำลังรอฟังข่าวในทำนองนี้อยู่อย่างใจจดใจจ่อ !
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน
ดนตรีต้านยาบ้าเป็นกิจกกรมที่สร้างสรรค์ดีค่ะ
มีความสุขนะค่ะ
น่าจะลองเอามาซ้อมใหญ่ที่สวนป่า วันอบรม
ไม่ทราบได้จำนวนนิสิตกี่คนแล้ว
ร่วมดีใจกับนิสิต
มี "เวที" ให้แสดงความสามารถ
ดนตรี เป็นสื่ออย่างหนึ่ง ที่นำมาใช้ในการพัฒนาสติปัญญา ให้ก้าวไปข้างหน้า ได้ดีทีเดียว นับว่า เป็นโครงการที่ดี โครงการหนึ่ง แต่ว่า หากรู้จักแต่ ทำนอง รู้จักแต่เนื้อร้อง หาได้เข้าใจในความหมายของ เนื้อร้อง อย่างแท้จริงแล้ว ก็ไม่แตกต่างอะไรกันกับ เพลงที่เขาร้องกันอยู่ทั่วไป นี่เป็นเพียงข้อคิดเห็นเท่านั้น นักดนตรีที่ดีแล้ว ควรจะต้องรู้จักทั้งเนื้อร้อง ทั้งทำนอง อีกทั้งควรปฏิบัติตามอุดมการณ์ ที่สอดใส่ในเนื้องร้องของเพลงนั้นด้วย ถึงจะเป็น ดนตรีเพื่อชีวิตอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ก็ขอให้ประสบผลสำเร็จในการจัดงานในครั้งนี้ แลขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ ก็แล้วกันนะ
ไม่พบกันนาน หวังว่าคงสบายดี
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ระวังลูกน้อยจะเป็นหวัด
สวัสดี
สวัสดีครับ berger0123
กิจกรรมนี้ผมชัดเจนตั้งแต่แรกก็คือ การเปิดพื้นที่ทางความคิดของนิสิต และต้องการให้นิสิตที่มีศักยภาพในทางดนตรีได้มีโอกาสสื่อสารความคิดของเขาต่อสาธารณะ
บรรยากาศในค่ำคืนนั้น ง่าย ๆ ไม่ฟุ่งเฟ้อ .. คนเล่นดูจะมีความสุขมาก ส่วนคนฟังก็ดูรื่นรมย์มิใช่น้อย
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ พ่อครูบา ฯ
.. ตอนนี้กำลังเปิดตัวกิจกรรม
ปฏิกริยาตอบรับก็ค่อนข้างดี.
ส่วนเรื่องดนตรีนั้น. มีให้เลือกหลายรูปแบบเช่นกัน
...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ.. พี่พิทักษ์
เมื่อใดก็ตามที่นิสิตมีพื้นที่ในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เมื่อนั้นเขาก็จะสามารถค้นพบตัวเอง และสามารถพัฒนาตัวตนของเขาได้อย่างถูกที่ถูกทาง
นันคือสิ่งที่ผมเชื่อเสมอมา -
อิอิ ผม ก็ไป เล่น ขอบคุณกิจกรรมดีดี คร้าบ