ผมไม่ค่อยมีความลับกับใคร แต่อาจจะมีเรื่องที่ใครไม่รู้ อยากรู้ลึกก็ลองอ่านดู อิอิ

          วันดีคืนดีก็ถูก tag จาก MSU-KM :panatung ก็ยังงงๆอยู่ เอ๊ะ..ใครหว่า..เลยต้องเข้าไปดูตัวตน อ๋อ..น้องเขาเคยเจอกับผม เห็นรูปก็คลับคล้ายคลับคลา อิอิ ขอบคุณที่ยังจำได้ แสดงว่าเราดังไม่ใช่เล่น อิอิ ไปไหนใครก็รู้จัก เคยไปช่วยเหลือทางกฎหมายแก่คนไทยในสหรัฐอเมริกาโดยเป็นตัวแทนสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ไม่น่าเชื่อว่า ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนซึ่งเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนสมัยไปเป็นตัวแทนเยาวชนไทยไปเข้าค่ายที่ เมือง โตซานโซ ประเทศญี่ปุ่น แต่ตอนคุยโทรศัพท์เขาไปมีครอบครัวอยู่ที่อเมริกาแล้ว เห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าวอัยการไทยไปช่วยเหลือทางกฎหมายอุตส่าห์ตามหาเบอร์เจ้าหน้าที่สถานฑูตจนได้คุยกับผม ต่อจากนั้นไปอลาสก้า ไปนั่งคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งอายุค่อนข้างมาก คุยกันถูกคอพอรู้ว่าไปจากภูเก็ตก็คุยกันใหญ่ คุยไปคุยมากลายเป็นพี่ที่สนิทกับพี่สาว เคยรู้จักสมัยท่านอยู่ภูเก็ต แต่เนื่องจากป่วยเป็นมะเร็ง รูปร่างผอมกว่าเดิมเกือบ ๕ เท่า จนผมจำไม่ได้ ที่เล่ามาเนี่ย..ก็เพื่อจะโม้ว่าคนรู้จักเยอะ เอิ้กๆ

          เอาละเมื่ออยากรู้ความลับก็จะบอก อิอิ

ความลับที่ ๑ ถูกพ่อตีเพราะเล่นการพนัน

            สมัยเป็นเด็กไปเที่ยวงานวัน พ่อให้เงินไป ๑๐ บาทเพื่อซื้อขนมทาน แต่ปรากฏว่าพอไปถึงงานเห็นมีโรงละเล่นเขาเรียกว่า “นกแก้ว” หรือจริงๆ ก็คือ บิงโก นั่นเอง แต่ที่มันทำให้เราหลงมันก็คือ เขาแจกกระดาษให้เล่นฟรีและมีรางวัลด้วย เราไม่ถูก เราก็รอรอบฟรี แต่พอต่อไปรอบละ ๑ บาท ได้รางวัลเยอะ เราก็เลยลอง ๑ บาท มันเหลืออีกช่องเดียวก็ถูกแล้วแต่มันก็ไม่ถูก มันก็เลยหายไปทีละบาทจนหมด ๑๐ บาท มีเพื่อนพ่อไปเห็นไปเล่าให้พ่อฟัง เลยโดนซะตามระเบียบ หลังจากนั้นมาเลยไม่ชอบเล่นการพนันอีกเลย

ความลับที่ ๒ เล่นกีต้าร์เป็นเพียง ๕ คอร์ด ก็เล่นในวงกับเขาได้

        ตอนนั้นเรียนปริญญาตรีอยากเล่นกีตาร์มาก เอาไม้กวาดมาทำกีต้าร์บ้าง ทำมือเล่นๆบ้าง จนพ่อสงสารมั๊ง พ่อแอบไปซื้อกีต้าร์มือสองมาให้ตัวหนึ่งแต่เป็นกีต้าร์คลาสิคเสียงดีมาก (แต่ตอนหลังเพื่อนน้องมายืมไปทำคอหักเสียดายมาก) พอหัดได้ ๕ คอร์ด ตามเพื่อนไปดูเขาเล่นดนตรีวงอนามัย รู้จักกับลุงหมอหัวหน้าวง ท่นเห็นผมไปยืนอยู่ก็ถามว่าเล่นกีต้าร์เป็นไหม ผมบอกว่าเป็น ท่านก็เลยให้เอากีต้าร์ไฟฟ้ามาลองเล่นดู เนื่องจากเป็นวงเต้นรำผมก็จับแต่คอร์ด ตีคอร์ดให้เข้าจังหวะเต้นรำแล้วเล่นไม่ให้เสียงดัง พอจบเพลงพี่ๆนักดนตรีสมัครเล่น(ทั้งน้าน) หันมาพยักหน้าชมว่าเล่นดี เอิ้กๆ ก็เลยได้เข้าวงตั้งแต่นั้นมาแล้วค่อยมาพัฒนาทีหลัง อิอิ

ความลับที่ ๓ สุดยอดคำถามในการว่าความ

        ผมหัดว่าความกับลูกพี่(ความจริงก็รุ่นพ่อ)ได้แค่ ๖ เดือน ก็ออกไปตั้งสำนักงานเอง แต่ยังประทับใจลูกพี่ที่สอนว่าความตามสเตป แรกๆก็จะให้ไปนั่งฟังและหัดตั้งคำถาม ต่อมาก็ให้ไปสืบพยานจำเลยในคดีที่ชนะแน่นอนแล้ว พอฟังคำพิพากษาก็ให้เราไปฟังทำให้รู้สึกกล้า ต่อมาก็ให้ไปถามค้านพยานโจทก์ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ถามคำถามที่ ๑ ที่ ๒ แล้ว คำถามที่สามที่ยังจำได้ติดหูติดตาก็คือคำถามที่ถามพนักงานสอบสวนในคดียิงกันในทะเล จำคำถามของลูกพี่ในเรื่องการไปตรวจที่เกิดเหตุ ผมโพล่งคำถามไปว่า “พยานได้ไปตรวจที่เกิดเหตุไหม” อัยการขณะนั้นหัวเราะในศาลและบอกว่า “น้อง เขายิงกันกลางทะเลจะให้ไปตรวจตรงไหน” ผมอายจนรู้สึกหูแดง แถลงหมดคำถามไปเลย อิอิ ตั้งแต่วันนั้นมาจึงตั้งใจเรียนรู้เทคนิคการว่าความ จนเป็นทนายดาวรุ่งในสมัยนั้น

ความลับที่ ๔ ชอบปากกาหมึกซึม

        ผมเป็นคนชอบเขียนหนังสือ แต่ถูกฝึกให้เขียนหนังสือด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย คุณพ่อลายมือสวยมาก ผมถูกฝึกให้เขียนชื่อลูกค้าในรายงานของบริษัทซิงเกอร์ในสมัยที่พ่อเป็นผู้จัดการ ตอนอยู่ในโรงเรียนประถมครูประจำชั้นให้เขียนชื่อเพื่อนใน ต ๒ ก. ตอนอยู่ประถมถูกฝึกให้เขียนปากกาหมึกซึม สมัยนั้นจะใช้ปากกาจีนแดงยี่ห้อ ฮีโร่ ทำตกบ่อยแต่ไม่ค่อยเสียเพราะพื้นโรงเรียนเป็นไม้ พอตกปากจะบิดเราก็ดัดมันนิดหน่อยก็เขียนได้อีก ชอบปากกาหมึกซึมตั้งแต่นั้นมาเพราะเขียนหวัดไม่ค่อยได้ทำให้ลายมือดี จนถึงทุกวันนี้หากเจอปากกาหมึกซึมและราคาไม่แพงก็จะซื้อเป็นที่ระลึกอยู่เรื่อย

ความลับที่ ๕ ถูกแม่ตีเพราะโกหก

        สมัยก่อนเวลาเรียนลูกเสือก็จะต้องมีไม้พลอง แต่ไม้พลองไม่มีขายต้องทำกันเอง เพื่อนที่โรงเรียนก็ทำไม้พลองมาขาย ไอ้เราทำไม่เป็น ไม้ที่จะทำก็ไม่มี ไม่รู้จะทำอย่างไร เพื่อนขายไม้พลองทำจากไม้ตีนเป็ด (พญาสัตบรรณ) ซึ่งเป็นไม้ที่เบาในราคาอันละ ๕ บาท เพื่อนๆที่เป็นเด็กในเมืองซื้อกันคนละอัน แต่เราแอบเอาเงินแม่ไป ๕ บาทแล้วเอาไปซื้อไม้พลอง แต่ตอนนั้นคิดยังไงจำไม่ได้ว่าทำไมไม่บอกแม่ไปตรงๆหรือเพราะอยากให้แม่ชมว่าเก่งมั๊ง อิอิ ถามรายละเอียดเพื่อนว่า ทำยังไง เหลายังไง เจาะรูยังไง  ความที่แม่เป็นเด็กชนบท เรื่องพวกนี้แม่รู้เรื่อง แม่เห็นเราเอาไม้พลองมาทาสี ถามว่าเอาไม้พลองมาจากไหน(คงเห็นว่ามันเรียบร้อยแบบมืออาชีพ) เราก็บอกว่าทำเอง อิอิ ถามเรื่องการเหลาเราก็ตอบได้ ถามเรื่องเจาะรูเราก็ตอบได้ แต่แม่ถามเรื่องที่เราไม่ได้ถามเพื่อนว่าตากไม้ไว้กี่วัน ตอบแม่ว่าสองวัน แม่รู้ทันทีว่าเท็จเลยโดนหวดซะ...ที่บ้านผมไม่ว่าพ่อหรือแม่ตีลูกจะต้องสอนก่อนว่าผิดหรือถูก ให้ยอมรับความจริงก่อนและให้รู้ตัวเองว่าทำผิดหรือถูกแล้วจึงตี ลูกๆทุกคนจึงไม่วิ่งหนีเวลาจะถูกตี พอมาถึงรุ่นลูกผมไม่ตีแต่สอนให้รู้ว่าผิดหรือถูกเพราะอะไรและแค่บอกว่าทีหลังอย่าทำ

        รู้ความลับของผมแล้ว  ขอ tag น้องหนิง มมส.,เอื้องแซะ,หมอเจ๊,นายช่างใหญ่ นะครับ