ผมค้างบันทึกว่าด้วย Tag  ความลับจาก พี่แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช มานานสองนาน ..
วันนี้ได้ฤกษ์ เปิดเปลือยความลับของตัวเองซะที 

 

(๑) เป็นลูกชาวนา
แต่ถอนกล้าและดำนาไม่ได้เรื่อง (เลย)

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง  และเขินอายเอามาก ๆ  เติบโตมาจากท้องไร่ท้องนา  แต่แทบไม่มีทักษะใด ๆ  เกี่ยวกับวิถีแห่งท้องทุ่งเอาเสียเลย  จนบางครั้งก็บ่นท้อว่า เกิดมาเสียชาติเกิดเสียแล้ว   

แต่ทั้งปวงนั้น  หาใช่ความเป็นคนสันหลังยาวเลยแม้แต่น้อย   หากแต่เพราะฟ้าส่งให้มาเกิดเป็นลูกคนสุดท้องนั่นเอง   จึงจำต้องถูกมอบหมายให้ทำภารกิจอื่นแทนเสมอ  เป็นต้นว่า  พอถึงหน้าฝน  แทนที่จะได้ดำนา  ก็จำต้องต้อนวัวไปเลี้ยงแทน 

และนั่นคือเหตุผลอันสำคัญที่พรากผมไปจากการเรียนรู้และปฏิบัติจริงในหลักสูตรว่าด้วยการถอนกล้าและดำนาเฉยเลย

ปล..  เคยดื้อตะลุยไปช่วยดำนาเหมือนกัน  แต่ที่สุดแล้วก็ถูกสั่งห้ามอย่างฉับไว  เพราะผลงานหลายชิ้นลอยละล่องเหนือผิวน้ำอย่างน่าขัน  (ทุกวันนี้ดำนาดีขึ้น ไม่มีการ หักคอกล้า และไม่มีการลอยละล่องของต้นกล้าอีกแล้ว..นะครับ)

 

(๒)  เป็นชายหนุ่มและพ่อบ้านที่ทำอาหารไม่เป็น (เลย)

 

ตั้งแต่เล็กจนโตทำอาหารไม่เป็น (ย้ำชัด ๆ ว่า ไม่เป็น)  เว้นแต่การต้มไข่.ทอดไข่เท่านั้นที่พอไปวัดไปวาได้บ้าง   นี่ถือเป็นคุณลักษณะพิเศษที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กจนเป็นหนุ่มและพ่วงมาจนเป็นพ่อบ้านก็ไม่เคยเห็นวี่แววว่าจะเห็นพัฒนาขึ้นในทางที่ดีเลยแม้แต่น้อย

นั่นก็ (คง)  เพราะการได้รับอาณัติจากสวรรค์ที่ส่งมาเกิดเป็นคนสุดท้องของครอบครัวอีกนั่นแหละ  เลยพลอยให้ใคร ๆ  เอาอกเอาใจเป็นพิเศษ  ไม่ต้องเข้าครัวทำอาหาร  แต่มอบหมายให้มีภารกิจแห่งครอบครัวหลัก ๆ เลยก็คือ การนึ่งข้าวและปัดกวาดบ้าน ซึ่งสองอย่างนี้ก็ถือได้ว่า เยี่ยมยุทธ อยู่เหมือนกัน

แต่ขอย้ำนะครับว่าเฉพาะนึ่งข้าว (เหนียว) เท่านั้น  ส่วนข้าวสวยนั้น บ่เป็นคือกัน

ด้วยเหตุนี้  สมัยที่เรียนจึงมักกินต้มมาม่ากับข้าวเหนียวนึ่งอยู่บ่อยครั้ง  ซึ่งนอกจากจะประหยัดเงินแล้ว  อีกหนึ่งเหตุผลก็คือ เฮ็ดแนวกิน บ่ เป็น นั่นเอง

ปล. โชคดีของชีวิตครับที่คุณแม่บ้าน  เธอถนัดเรื่องนี้มาก !  ผมเลยสบายตัวและสบายท้องมาจนบัดนี้

 

(๓)  เป็นลูกอีสาน
แต่ไม่รับประทานกบ เขียด และอึ่งอ่าง (เลย)

 

รู้สึกเรื่องนี้จะเปิดเปลือยไปแล้วรอบหนึ่งเห็นจะได้  หลายคนงง และงงมาก  ว่าลูกอีสานพันธุ์แท้อย่างผม ไฉนเลยไม่ลิ้มรส ของแซบ  พรรค์นี้

อย่าว่าแต่กินเลยครับ  ทุกวันนี้จับผมก็ไม่กล้า  แต่ก็ยืนยันได้ว่า  ไม่ใช่มาจากเหตุผลอันรังเกียจรังงอนใด ๆ  เพราะอาการเช่นนี้ก็มาโผล่เอาตอนเรียนมัธยมปลายนั่นเอง  ซึ่งก่อนนั้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งจับ ทั้งปิ้ง  ทั้งแกง ..ทั้งอ่อม  ผมก็ไม่เคยเกี่ยวงอนที่จะรับประทาน  ซ้ำยังถือว่าเป็น ของแซบ  ของผมอยู่เหมือนกัน

แต่ทุกวันนี้  ไม่รู้เป็นยังไง กลัว ..และกลัวจนขึ้นสมอง  ซึ่งนั่นก็รวมถึงเจ้าจิ้งจก..กะปอม.กิ้งก่า (ตัวใหญ่กว่ากะปอม)  แย้  ตุ๊กแก  งู (ทุกชนิด)  แมงบ้ง (ตัวหนอน ทุกชนิด)  และอีกจิปาถะที่ลูกอีสานทั่วไปไม่เคยเกลียด กลัว

 

ปล. สิ่งที่กล่าวถึงทั้งหมดนั้น  คู่ชีวิตของผมเธอชอบทานมาก  และชอบที่จะรวมหัวกับลูก ๆ เอามาแกล้งให้ผมตกใจและโมโหอยู่บ่อยครั้ง !  (เป็นความสุขของเขา แต่เป็นความเศร้าของผม)

 

(๔)  เขินอายต่อการสวมกอด ..(เสมอ)

ไม่รู้เป็นยังไง  ผมเขินอายต่อการสวมกอดเสมอ   จนพี่ ๆ ชาวบล็อกเกอร์หลายท่านเคยวางแผนแกล้งในเรื่องนี้มาแล้ว ..

ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ถนัดที่จะแสดงความรักด้วยการ กอด  จะโดยมิติของความรักในครอบครัว หรือความรักต่อผองเพื่อนและญาติมิตร   จวบจนทุกวันนี้ก็ยังแก้ไม่ตก ..แต่ก็รู้และสัมผัสได้ว่า  พลังแห่งการกอดนั้นยิ่งใหญ่เสมอ  ซึ่งทุกวันนี้ก็พยายามอยู่มากกับการสะกิดเตือนให้ตัวเองได้กล้าหาญพอที่จะแสดงความรู้สึกอันดีงามผ่านการ กอด”–

ปล.. เรื่องนี้ไม่มี ปล. ครับ

 

 

 

(๕)  ใจดี โมโหร้าย ..
และเป็นผู้ชายที่ถึงลูกถึงคน

 

ผมเป็นคนตัวเล็ก (นักเลงโต) ..แต่เสียงดัง -  นั่นคงเป็นเพราะสมัยเด็ก ๆ  ชอบตะเบ็งเสียงไล่วัวไล่ควายแถว ๆ ชายทุ่งและริมเขื่อนก็เป็นได้  พลอยฟ้าพลอยฝนติดเป็นนิสัย หรือแม้แต่ กมลสันดาน  สืบมาจนทุกวันนี้

ผมเป็นคนจริงจังกับชีวิตและการทำงานมาก   อีกมุมหนึ่งก็เรียกได้ว่า เป็นคนประเภทมีพลังสูงก็ได้ (กระมังครับ)   ดังนั้นการทำงานในแต่ละครั้ง  จึงค่อนข้างเอาจริงเอาจัง  มุ่งมั่นอย่างไม่ลดละ  ถึงไหนถึงกัน ..ไม่ลังเล  ไม่เป๋ซ้ายเป๋ขวา  ตรงไปตรงมา ..จริงจังและจริงใจ  ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้  บรรดาลูกน้องทั้งหลายทั้งปวงจะรู้ซึ้งถึงแก่นถ้วนทั่วกันแล้วอย่างเห็นได้ชัด

แต่ถึงกระนั้น  ก็ยืนยันว่า ...
ทั้งปวงนั้น  เป็นเรื่องงาน ว่าด้วยเหตุและผล  ไม่เอาเรื่องส่วนตัวไปปะปนจนเสียงาน  และที่สำคัญคือ  การกล้าพอที่จะแอ่นอกรับแทนลูกน้อง (เฉพาะที่เกิดขึ้นกับงานอย่างสุดวิสัย
นะครับ)  ส่วนเหตุจากการละเลยนั้น  ผมก็จะกลายเป็นคนใจดีโมโหร้าย  ตรงไปตรงมา  และปิดท้ายด้วยการเยียวยาลูกน้องด้วยมือของตัวเอง (เสียส่วนใหญ่)  โดยถือคติว่า โบยตีด้วยมือเรา  และปัดเป่าด้วยเราเอง ! 

กรณีหลังนี้  ผมจึงออกแนวห้าวห้วน  ถึงลูกถึงคน  แต่ท้ายที่สุดก็ไม่พ้นการชอบยึดมั่นถือมั่นแบบประนีประนอม -

ปล. ทุกวันนี้อารมณ์ร้าย ๆ ของผมก็น่าจะดีขึ้นบ้างกระมังครับ (อิอิ ..อันนี้เอาให้ชัวร์  ต้องถามลูกน้องเองจะดีกว่า !)

 

เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการเขียนบล็อกของเหล่าบรรดาคนใกล้ตัวให้คึกคักยิ่งขึ้น  รวมถึงการขับให้ พฤหัสสกัดความรู้   เคลื่อนตัวไปอย่างต่อเนื่อง  จึงขออนุญาต Tag  ความลับเหล่านี้ไปยังคนใกล้ตัว  อย่างน้อยก็กึ่ง ๆ  บังคับให้แต่ละคนเขียนบล็อกกันอีกสักบันทึก (... อิอิ)   อันได้แก่

ก้อง...สะเร็น  :  คนใจดีแต่ไม่โมโหร้าย ..ผู้ซึ่งก้าวไปยืนในจุดที่ผมจากมา



นุ้ยcsmsu  :   คนสูงยาว .. มือจดหมายข่าวของกองกิจ ฯ


danthai  : ...........................??

 

 

คนกิจกรรม  :  มือนวัตกรรมข้ามคืน ที่ครั้งหนึ่งเคยบอกผมว่า หน้าตาดีที่สุดในหมู่บ้าน

 

ตาบอม  :  บล็อกเกอร์ใหม่ จากกลุ่มงานกิจกรรมของชาวกองกิจ ฯ