สวัสดียามเช้าครับ พอดีเพิ่งกลับจากส่งพระบิณฑบาต
พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า
ปุถุชนได้ถือเอาว่า
สุขก็มีอยู่ต่างหาก ทุกข์ก็มีอยู่ต่างหาก
เราถือเอาสุข เราก็ได้สุข
เราไม่ถือเอาทุกข์ ทุกข์ก็ไม่มี ดังนี้
เพราะเหตุที่เขาไม่รู้ว่า
สุขกับทุกข์ติดกันอยู่
เขาจึงไม่พ้นทุกข์สักที
แต่ตถาคตเจ้าทราบแน่ว่า
สุขนั้นพ่วงทุกข์
ครั้นถือเอาสุข ก็คือถือเอาทุกข์นั่นเอง
ครั้นไม่วางสุข ก็คือไม่วางทุกข์นั่นเอง
จะถือเอาแต่สุข แต่ทุกข์ไม่ต้องการ อย่างนี้ไม่ได้เลย
เพราะสุขทุกข์เป็นของเนื่องอยู่ด้วยกัน
เมื่อผู้ใดอยากพ้นทุกข์ให้วางสุขเสีย
ก็พึงเป็นละทุกข์ไปด้วย
สวัสดีครับ เช้านี้ขอให้ทุกคน
เจอแต่เรื่อง
วันนี้เป็นวันจันทร์ วันแรกของการทำงาน ขอให้ทุกคน มีความสุขในการทำงานและการเรียนนะครับ รักษาสุขภาพร่างกายให้

สุขภาพใจให้เป็นดัง


ไม่เห็นจะเข้าใจที่พระพุทธองค์ว่าไว้เลย หากเราไม่อยากทุกข์ก็ให้ทิ้งสุขเสีย ไม่เห็นจะเข้าใจเลยจริง ๆ น่ะเนี๊ยะ ขนาดเคยไปบวชชีมาแล้วน่ะ ก็ยังไม่เกิดปัญญาตรงนี้เลย เรามีความสุขเวลาที่เรารู้สึกว่าเราสุข แต่เวลาเราทุกข์เราก็ร้องไห้ แป้บนึงก็หาย แต่ก็ไม่เห็นจะเข้าใจอยู่ดี เลยว่าเราต้องทิ้งสุขเสียจึงจะไม่เกิดทุกข์ หรือว่า เค้าจะหมายถึง สุขทุกข์เราเป็นคนกำหนดเอง ว่านี่แหละเรียกว่าสุข นี่แหละเรียกว่าทุกข์ หากเราไม่รู้ว่าสิ่งใดเล่าทุกข์สิ่งใดเล่าสุข เราก็ไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งใดทุกข์ สิ่งใดสุข ทุกข์สุขมันก็ไม่เกิด อย่างนั้นรึเปล่าน่า งง ๆ
ขอบคุณมากค่ะ ที่นำสิ่งดีๆมาให้ค่ะ...สรรหาเอารูปมานะค่ะ คิ คิ คิ...อารมณ์ดีจริงๆ
ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ
วันนี้มารับกำลังใจ...
ต่างจากคอมเม้นต์ครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง ฮา ฮา...
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ อิอิ
เจริญพร คุณโยม คนพลัดถิ่น
ถ้าพบนักปราชญ์
ที่คอยว่ากล่าวตักเตือนชี้ข้อบกพร่อง
เสมือนผู้บอกขุมทรัพย์ให้
ควรคบหาบัณฑิตเช่นนั้น
เพราะเมื่อคบหาคนเช่นนั้น
จะมีแต่ความเจริญไม่มีเสื่อม
ขอบพระคุณครับ พระคุณเจ้า