งานวิจัยเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับครูยุคKM

เงื่อนไขสำคัญ เกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2544 คุณครูยุค KM ช้าไม่ได้อีกแล้ว  ถอยไม่ได้อีกแล้วนะ  คนรุ่นใหม่ๆเขาจะว่าเอาได้ว่าเรายุคโบ ( โบราณ) เขายิ่งมองคนเราเก่าๆแบบเราว่ายุ่งยากมากเรื่องอยู่นะ  จริงๆแล้วยุคเก่าเราไม้ต้องวิจัยอะไรกันหรอกนะจะบอกให้  เพราะอาศัยความสนใจ ใส่ใจ เอาใจใส่อย่างจริงจัง  สอนลูกศิษย์เราก็ติดตามเขาแบบว่าสอนกันทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องใดๆ ทั้งวิชาการไปจนถึงเรื่องส่วนตัว  คิดว่าผลออกมาไม่มีงานวิจัยใดเทียบเคียงได้  ก็เบ็ดเสร็จไปทุกอย่างไงค่ะ   แต่พอก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบัน  ลองเราไม่มีปผลงานวิจัยเราตอบคำถามสังคมไม่ได้  ยิ่งเวลาตรวจสอบผลงานกันยิ่งยุ่งกันใหญ่   เพราะเมื่อเราไม่มีไม่ได้ทำให้เราเสียหายเพียงคนเดียวแต่มีผลต่อหน่วยงานของเราด้วย  เอาละ เมื่อกระแสเป็นเช่นนี้  เราก็มาศึกษาเรื่องานวิจัยกันต่อดีกว่าเนอะ

              ผู้เขียนไม่ได้สันทัดเรื่องงานวิจัยมากมายนัก เพียงแต่เป็นผู้ที่สนใจและเคยมีผลงานวิจัยมาบ้างเท่านั้นเอง ส่วนใหญ่ก็เป็นงานวิจัยเชิงทดลองเพราะเป็นครูสายผู้สอนเน้นเรื่องวิธีสอนมากกว่าเรื่องอื่นๆ  เชิงสำรวจก็ทำบ้างส่วนมากก็เกี่ยวกับความพึงพอใจของนักเรียน ก็หนีไม่พ้นเรื่องการสอนอีกนะแหล่ะ  ตอนนี้เริ่มศึกษาใหม่มาศึกษาเรื่องการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบดูบ้างเริ่มต้นทบทวนความรู้จากท่านอาจารย์ดร.สุพักตร์  พิบูลย์  ท่านเขียนหนังสือไว้หลายเล่มได้เลือกศึกษาเรื่องการวิจัยและพัฒนาสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา   ได้เนื้อหาพอที่จะสรุปบอกเล่าสู่กันได้พอประมาณดังนี้

            การวิจัยและพัฒนา ( The  Research and Development )  เป็นลักษณะหนึ่งของการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่เขาเรียกกันว่า  Action  Research  ที่นำมาใช้ในการยกระดับคุณภาพงานหรือคุณภาพชีวิตซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงทดลอง  โดยการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม ( หมายถึงสื่อ/สิ่งประดิษฐ์ หรือวิธีการ) แล้วมีการทดลองใช้เพื่อตรวจสอบคุณภาพในเชิงประจักษ์  ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่สำคัญ 2 ลักษณะ คือ1.นวัตกรรมประเภทวัตถุที่เป็นชิ้น อัน ( Materials)  อาจเป็นประเภท วัสดุอุปกรณ์ ชิ้นงาน เช่น รถยนต์  คอม พิวเตอร์  ชุดการสอน  สื่อการสอน ชุดกิจกรรม ชุดเอกสารเสริมความรู้  คู่มือประกอบการทำงาน เป็นต้น และนวัตกรรมที่เป็นรูปแบบ วิธีการ กระบวนการ  เช่นรูปแบบการสอน  วิธีสอน รูปแบบการบริหารจัดการ ระบบการทำงาน  เป็นต้น ซึ่งผลงานทางวิชาการประเภทนี้ คุณค่าจอยู่ที่สิ่งประดิษฐ์  ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันที่สร้างขึ้น หรือรูปแบบวิธีการที่นำมาใช้แล้วดูดี ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งต่างจากงานวิจัยทั่วๆไป ที่เคยรู้จักกันในชื่อว่า วิจัยเพื่อพัฒนา  ( Research  for  Development ) ในแง่ที่ว่าวิจัยเพื่อพัฒนานั้นเป็นงานวิจัยหลายประเภท หลายรูปแบบ หรืองานวิจัยทุกรูปแบบที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไปเพื่อพัฒนางาน   แต่วิจัยประเภทวิจัยและพัฒนา  หรือที่เรียกกันอย่างย่อว่า R & D นั้นเป็นงานวิจัยที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมหรือทางเลือกใหม่ๆเพื่อยกระดับคุณภาพงาน  หากนำมาใช้อย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้องค์กรนนั้นหรือนักวิชาชีพกลุ่มนั้นสามารถยกระดับคุณภาพงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  จะจริงหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องยากนะคะ เราลองนำมาปฏิบัติดูไม่นานก็รู้ผลได้ค่ะ

             จะตั้งชื่อเรื่องงานวิจัยกันอย่างไรดี

              อาจตั้งชื่อแบบผลงานวิจัยทั่วๆไป เช่นกรณีพัฒนาสื่อ  อาจขึ้นต้นด้วย  "การพัฒนา....

" การสร้างและพัฒนา..."     "การวิจัยและพัฒนา.. "  เป็นการตั้งชื่อแบบอาการนาม เช่น

"การพัฒนาบทเรียนคึอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง.....สำหรับนักเรียนชั้น....  "  "การพัฒนาชุดเอกสารเสริมความรู้เรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน"    หรืออาจขึ้นต้นด้วยรูปแบบ   เช่น

"แนวทางการ..."    " รูปแบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา  "   " การปลูกฝังค่านิยมด้านการออกกำลังกายสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา  "  หรืออาจตั้งชื่อในลักษณะเปรียบเทียบผลการใช้นวัตกรรม  เช่น " ผลการใช้ชุดกิจกรรมนิทานประกอบหลักธรรมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 "  หรือ " การปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างการจัดกิจกรรมเสริมความรู้กับการเรียนโดยใช้เทคนิคหมวดหกใบ"  เป็นต้น                                                                            

                 การเลือกปัญหาการวิจัยควรทำอย่างไร    เงื่อนไขที่ควรนำมาประกอบการพิจารณาในการตัดสินใจเลือกปัญหาในการวิจัยมีดังนี้

                  1. สภาพปัจจุบันปัญหาทางการศึกษาของรายวิชา ชั้น โรงเรียน เขตพื้นที่ หรือชุมชนที่ตนเองเกี่ยวข้อง

                  2. เงื่อนไขสำคัญ เกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2544

                  3. ภาวะแวดล้อมทางสังคม ความก้าววหน้าทางเทคโนโลยี

                 สภาพปัจจุบัน - ปัญหาทางการศึกษา   ในฐานะครูผู้สอนจะต้องวิเคราะห์ปัญหาด้านการเรียนการสอนในรายวิชาที่รับผิดชอบ  ปัญหาการบริหารจัดการชั้นนเรียนในบทบาทอาจารย์ที่ปรึกษา  ในกรณีที่เป็นผู้บริหาร จะต้องวิเคราะห์ปัญหาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน และปัญหาคุณภาพทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษา   ปัญหาบางรายการสามารถแก้ไขได้ด้วยกระบวนการบริหารจัดการหรือการปฏิบัติงานตามปกติ ในขณะที่ปัญหาบางประการจะต้องเน้นการศึกษาค้นคว้าวิจัย และพัฒนาทางเลือกใหม่ๆ มาใช้ในการยยกระดับคุณภาพงาน หรือทดลองนำร่องเพื่อพัฒนาต้นแบบในการทำงาน

              เงื่อนไขสำคัญ เกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2544 ในการจัดการศึกษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยึดหลักสูตรเป็นตัวตั้ง และพยายามบริหารจัดการเพื่อให้บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของหลักสูตร   ดังนั้นในประเด็นการวิจัยและพัฒนา จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับเป้าหมายของหลักสูตร

              ภาวะแวดล้อมทางสังคม ความก้าววหน้าทางเทคโนโลยี    ควรให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆเหล่านี้ให้มากเพราะการจัดการเรียนรู้จะต้องพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาให้สามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประเทศ และสอดคล้องกับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสังคมด้วย

              กระบวนการและพัฒนานวัตกรรม  มีขั้นตอนที่สำคัญดังนี้

              1. พัฒนาต้นแบบนวัตกรรม

              2. ทดลองใช้นวัตกรรม

              3. สรุปผลการทดลอง/เขียนรายงาน

              ในการสร้างต้นแบบนวัตกรรม นักวิจัยและพัฒนาจะต้องตรวจสอบและปรับปรุงต้นแบบนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในลักษณะของ R&D ดังนี้

              Review  -->   D1 -->    R1--->    D2--->    R2--->    D3--->    R3--->

             วันนี้คงสรุปไว้เพียงแค่นี้โอกาสหน้าจะมาขยายความต่อนะคะ