วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา แม้ว่าเราจะเป็นชาวพุทธ แต่เราไม่ได้ไปทำบุญที่วัด เพราะต้องเฝ้าบ้าน(ประมาณว่ากลัวบ้านหาย) ตกเย็นเราก็เลยนัดก๊วนไปตีแบดมินตันกัน นัดได้ สี่คน ครบขาพอดี ก็เริ่มเล่นกันตั้งแต่ หกโมงเย็น ก๊วนวันนี้ประกอบด้วย พี่น้อยจอมตบเพชรฆาต พี่กอบจอมกวน น้องซินเจ้าแม่ลูกหยอด และเราผู้ถอยหลังไม่เป็น ว่าแล้วเราก็เริ่มตีกัน(ไม่ใช่โกรธกันนะ เรารักกัน..รักกัน) โดยพี่น้อยกำหนดว่าเล่น ห้าเซต ใครสามก่อนชนะ สองเซตแรก(ไม่ได้คุยนะ)เราชนะ อ้อ ลืมบอกเราคู่กับพี่น้อยจอมตบเพชรฆาต ส่วนน้องซินคู่กับพี่กอบ แต่ทว่า สองเซตหลังทีมพี่กอบ-น้องซินได้ไป มาถึงเซตตัดสิน ในช่วงที่กำลังคับขัน ระหว่างที่เราเคลื่อนเท้าไปรับลูกหน้าเนต ปรากฎว่า ได้ยินเสียงดัง กรึบ แล้วเราก็ล้มลง แล้ว จับที่ข้อเท้าขวา ด้วยความเจ็บปวด ได้แต่ร้อง อูย อูย อูย ว่าแล้ว น้องซินก็วิ่งไปหยิบผ้าชุบน้ำเย็นมาประคบ พี่น้อยก็วิ่งไปหาน้ำแข็งมาเพื่อประคบอีกที ส่วนพี่กอบก็ช่วยถอดรองเท้า คลายเส้นให้ เมื่อได้ประคบน้ำเย็น-น้ำแข็ง ความเจ็บปวดก็ค่อย ทุเลาเบาบาง เมื่ออาการทุเลา เราก็กลับบ้านตอนแรก น้องซินจะไปส่งที่บ้าน แต่เราบอกว่า เราพอไหวแล้ว ไม่เป็นไร เราพอเดินได้ ว่าแล้วเราก็ ขี่จักรยานกลับบ้าน ไปประคบน้ำแข็งต่อ
เมื่อทำภาระกิจต่างๆเสร็จสรรพเรียบร้อย ก็ได้มีโอกาสมานั่งพิจารณา ว่าทำไม๊ทำไม ถึงได้มีอุบัติเหตุจากการออกกำลังกายได้ ก็พบว่า
- เมื่อเล่นมานานก็จะมีความเหน็ดเหนื่อย
- เมื่อเหนื่อยก็เริ่มล้า
- เมื่อล้าก็เริ่ม....เร่ง
- สรุปทำให้ใจไม่สงบ ไม่มีสมาธิ ใจมัวแต่จดจ่อที่ความล้า ทำให้การสั่งการเรื่องการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยเฉพาะขา ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
- สุดท้ายก็เกิดเหตุเช่นนี้
และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
- เบื้องต้น จัดท่าให้อยู่ในท่าที่ผ่อนคลาย
- หาผ้าเย็น-น้ำแข็ง มาประคบที่บริเวณที่เกิดการบาดเจ็บ
- ประคบประมาณ ห้าถึงสิบนาที อาการเจ็บปวดจะค่อยๆทุเลาลง
- หลังจากนั้นก็ต้องหาผ้ามาพัน elastic bandage มาพันเพิ่อไม่ให้ข้อนั้นเคลื่อนไหวมากเกินไป จะได้ลดอาการเจ็บและบวมได้
- ก็คงต้องหยุดเล่นกีฬาซักอาทิตย์นึง ควรพันผ้า นวดยาด้วยนะช่วงนี้เนี่ย ไม่งั้นจะหายช้า
แต่ก่อนจะจากกันเราได้บอกกับทีมว่า วันนี้ขอฝากไว้ก่อน วันหน้าจะมาทวงคืน
แล้วเจ็บขาอย่างนี้จะเขียนบันทึกได้ไหมนี่ ใครก็ได้ช่วยบอกที
เจ็บตัวแต่ใจก็ยังคิดเชิงธรรมะหนอ..(สรุปทำให้ใจไม่สงบ ไม่มีสมาธิ ใจมัวแต่จดจ่อที่ความล้า ทำให้การสั่งการเรื่องการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยเฉพาะขา ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ )แถมยังจะฝากเข้าไว้อีก รอบหน้าเป็นสองขา จะทำไงละหมอเปิ้ล ต้องให้ผู้พิพากษาตัดสินคดีนี้ไหมเนี่ย/
สวัสดีครับ
ผมว่าไม่ใช่เรื่องของคนซุ่มซ่ามหรอก มันได้อะไรมาก จากเรื่องนี้ จากข้อความนี้ "น้องซินก็วิ่งไปหยิบผ้าชุบน้ำเย็นมาประคบ พี่น้อยก็วิ่งไปหาน้ำแข็งมาเพื่อประคบอีกที ส่วนพี่กอบก็ช่วยถอดรองเท้า คลายเส้นให้" ตรงนี้เองครับ น้ำใจของนักกีฬา ของเพื่อน ของพี่ ของน้อง กีฬาสร้างมิตรภาพ ไม่รู้จะบรรยาย เป็นปลื้มแทนจริง ๆ ขอให้คุณหมอหายเร็วๆ จะได้มาเจอกันที่สนามแบด
สี่คนครบขา...มันคุ้นๆนะครับพี่น้อง
มาตามหาธรรมจากความซุ่มซ่ามครับ ตามความถูกต้องมาครับ
สวัสดีค่ะ
๑.รู้จักหน้าที่ จะเป็นศรีแก่ตน
๒.รู้จักฝึกฝน จะเป็นคนเชี่ยวชาญ
๓.รู้จักทำงาน จะไม่มีวันจน
๔.รู้จักคุณคน จะขัดสนก็ไม่นาน
๕.รู้จักกล้าหาญ จะไม่หวั่นสื่งใด
๖.รู้จักทำใจ จะไม่เสียน้ำตา
๗.รู้จักเวลา จะรู้ค่าของมัน
๘.รู้จักรักกัน จะสุขสันต์เปรมปรีดิ์
๙.รู้จักทำดี จะมีความเจริญ
๑๐.รู้จักใช้เงิน จะไม่เกินกำลัง
๑๑.รู้จักระวัง จะไม่เผลอพลั้งผิด
๑๒.รู้จักสร้างมิตร จะไม่มีใครคิดร้าย
๑๓.รุ้จักอภัย จะไม่มีศัตรู
๑๔.รู้จักเลือกคู่ จะอยู่ทนทาน
๑๕.รู้จักเหตุผล จะเป็นคนมีค่า
๑๖.รู้จักศึกษา จะมีปัญญานำทาง
๑๗.รู้จักปล่อยวาง จะพบทางสงบ
๑๘.รู้จักน้อมนบ จะพบคนจริงใจ
๑๙.รู้จักการให้ จะผูกมัดใจคน
๒๐.รู้จักใจตน จะเป็นคนดีแน่
๒๑.รู้จักรักพ่อแม่ จะมีแต่โชคชัย
๒๒.รู้จักเกรงใจ จะไม่มีใครชัง
(ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องรีบทำ)
คุณหมอใส่อะไรเล่นแบดครับ ผมว่ารองเท้าก็มีส่วนสำคัญ
ยังไงก็ขอให้หายไวๆนะครับ
นำก๋วยเตี๋ยวมาฝากครับ
มาเยี่ยม คุณ sarah
เจ็บข้อเท้า ไกลหัวใจตั้งเยอะแยะนะ
เป็นได้ก็หายได้นะนี่ ฮิ ฮิ ฮิ
ตามมาดูผมวิพากษ์ที่สุพรรณบุรีไหม วิพากษ์หน่อยเดียว ได้ทีมน่ารักเต็มเลย ฮ่าๆ