สิ่งที่ได้กระทำไปแล้ว ให้ไปแล้ว ย่อมหลุดพ้น ไม่ใช่ของเราอีกต่อไป

  เมื่อครั้งที่ยังเด็กอยู่บ้านนอก มีเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น และสร้างความประทับใจให้กับผู้เขียนในเวลาต่อมา นั่นคือการที่มีพระธุดงค์ เข้ามาปักกลดในหมู่บ้าน เคยตามผู้ใหญ่ไปถวายภัตตาหาร ผู้เขียนนึกนิยมชมชอบ ศีลาจาวัตรของพระธุดงค์ ดูสงบ สำรวม พูดน้อย สวดมนต์ได้ไพเราะ

  ด้วยความที่เป็นเด็กผู้หญิง จึงมิกล้าเข้าใกล้พระ ได้แต่แอบๆอยู่หลังผู้ใหญ่ มีผู้คนเข้ามาหาพระธุดงค์ด้วยประสงค์ต่างๆกัน บ้างก็อยากใส่บาตร บ้างก็อยากขอเครื่องลางของขลัง จะมาแบบไหนก็ตาม ท่านก็ต้อนรับด้วยความสงบเรียบร้อย ถึงเวลาท่านก็ปฏิบัติศาสนกิจไป ไม่มีใครรบกวนท่านจนดึก เพราะเมื่อใกล้ถึงเวลาท่านก็จะพูดน้อยลง หลับตา แสดงให้รู้ว่า ได้เวลาปฏิบัติธรรมแล้ว

  ในความมืดของยามวิกาล เมื่อมองผ่านท้องไร่ออกไป ก็จะแลเห็น เงากลดไหวๆ บางครั้งก็มีแสงเทียนยังสว่างอยู่ภายใน บางครั้งก็มืดสนิท จะมีสายฝน หรือสายลมหนาว หรืออากาศจะอบอ้าวสักเพียงใด ท่านก็จะอยู่ในกลดเช่นนั้น แม้รุ่งเช้าวันถัดไป ผู้คนที่ทราบข่าวภายหลัง จะพากันมากราบ มาขอ มาให้ ต่างๆนาๆ ผู้เขียนก็ไม่เคยเห็นพระธุดงค์ ท่านจะอยู่ไปให้นานเลย ไม่เกินสามวัน ท่านก็ถอนกลด จากไป

  ไม่ยึด ไม่ติดใจ ไม่ห่วง ดูชีวิตของท่าน ช่างปลอดโปร่ง เบาสบายไร้ภาระใดๆ

****ธุดงค์ เป็นวัตรปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตไว้ แต่ไม่มีการบังคับ แล้วแต่ผู้ใดจะสมัครใจปฏิบัติ เป็นอุบายวิธีกำจัดขัดเกลากิเลส ทำให้เกิดความมักน้อยสันโดษยิ่งขึ้น ไม่สะสม เพื่อให้เบาสบายไปมาได้สะดวกด้วยไม่มีภาระมาก เหมือนนกที่มีเพียงปีกก็บินไปฉนั้น มิใช่เพื่อสะสมหรือเพื่อลาภสักการะและชื่อเสียง ถ้าทำเพื่อลาภ เพื่อชื่อเสียง ต้องอาบัติทุกกฏ***

***จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี***

อีกไม่กี่ชั่วยาม ก็จะย่างเข้าสู่วันสำคัญ ของพุทธศาสนา "วันอาสาฬหบูชา" วันแรกที่เกิดพระรัตนตรัยขึ้นมาในโลกนี้ จากนั้น ก็จะเข้าสู่วันเข้าพรรษาในวันต่อไป นับเป็นโอกาสเหมาะ ที่เราชาวพุทธศาสนิกชน จะได้มีเวลาหยุดทบทวน ชีวิตของเราเอง ณ เวลานี้ ว่า เรามีเครื่องร้อยรัดจากโซ่เส้นไหนบ้าง แน่นหนา หรือเบาบาง หรือว่า เราไร้พันธนาการใดๆ ในชีวิตแล้ว สัมผัสความโปร่งเบาราวกับขนนก ที่พร้อมจะลอยล่อง ไปสู่นภากาศอย่างเสรี

  การธุดงค์ เป็นวัตรปฏิบัติ ที่พระพุทธองค์ ทรงอนุญาตไว้ให้แก่พุทธบริษัท ผู้ใดใช้ชีวิต ดุจพระธุดงค์ ก็จะลึกซึ้ง ถึงความหมายได้เอง การเดินทางในช่วงชีวิต จึงเป็นเพียงแค่ การไปเพื่อจะพบ และพร้อมที่จะจาก สิ่งที่ได้กระทำไปแล้ว ให้ไปแล้ว ย่อมหลุดพ้น ไม่ใช่ของเราอีกต่อไป เกิดเป็นพลังของกลาง ของโลก การก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้กังวล เพื่อสู่จุดหมายต่อไป ๆๆต่อๆๆไป จนกว่า.....จะถึงจุดหมายสุดท้าย

   วันเข้าพรรษาปีนี้ ก็คงเหมือนกับทุกๆปี ถ้าเราจะระลึกแค่ว่า เป็นวันที่บรรจบครบวาร ตามฤกษ์ยาม ของสมมุติบัญญัติ

 แต่เข้าพรรษาปีนี้ อาจพิเศษขึ้นมาทันที

ถ้าเราจะขอนับเป็นวันเริ่มต้น

ที่จะเข้าใจตัวเราเอง

 เข้าใจชีวิต

และอาจเป็นวาระแรก ที่จะเข้าถึงความเป็นธุดงค์

ที่จะนำพาชีวิตและลมหายใจที่เหลือ

สู่ความเบาสบายใสสว่าง

 อย่างเสรี                          เหมือนนก                         ที่พร้อมจะโบยบิน

************นะคะ************