"การที่พวกเราได้ฟังเพื่อน ๆพูดประวัติ ชีวิต ความเป็นมาของเพื่อน ๆและครอบครัว ทำให้ผมรู้ว่า พวกเราเป็นคนจนเหมือนกัน"

จากการอบรมนักเรียนโดยการใช้สุนทรียสนทนาเป็นหลักในการอบรมสำหรับนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 จำนวน  2  รุ่น นอกจากปัญฐหาที่ผมเคยเห็นว่าเด็ก ม.4 ของโรงเรียนนี้ไม่ค่อยมีฝันแล้ว ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่ฝังอยู่ในใจของพวกเขาอีกอย่างหนึ่ง จากชั่วโมงที่ทำให้พวกเขารำลึกถึงความเป็นมาของชีวิตตัวเองและครอบครัว

"ขอให้ทุกคนค่อย ๆหลับตาลง หายใจอย่างแผ่วเบา เอาความทุกข์ ความเศร้าหมองใส่ลงในลูกโป่งที่กำลังพองโตขึ้นเรื่อย ๆ และปล่อยให้มันลอยออกไป เหลือแต่เพียงตัวเราและความว่างเปล่า............."

เสียงท่านสมคบที่พาให้เด็ก ๆได้นั่งหลับตาลงและรำลึกถึงภาพตัวเองและครอบครัว บ้านเรือนตัวเองย้อนกลับไปสู่ชีวิตในวัยเด็ก.......เงียบสงบอยู่อย่างเนิ่นนาน.......

"ขอให้น้อง ๆหลับตาหายใจด้วยความแผ่วเบา ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไป.....เมื่อพร้อมแล้วขอให้น้อง ๆบอกเล่าชีวิตที่ผ่านมาให้กับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างหน้า.........."เสียงท่านสมคบดังเบา ๆเพื่อนำน้อง ๆเข้าสู่กิจกรรมต่อไป

น้อง ๆต่างแบ่งปันกันเล่าเรื่องราวของพวกเขา วาดรูป ถ่ายทอดออกมา บรรยายความคิด ความรู้สึก ความเสียใจ ความประทับใจที่พวกเขาเคยเผชิญมา

2 วันที่ผมคิดว่าคุ้มค่าที่สามารถทำให้นักเรียนชั้น ม. 4/1 แห่งนี้รู้สึกดีต่อกันมากขึ้น รู้สึกว่าพวกเขาที่มาจากที่ที่ต่างกันแต่ความเป็นมาไม่ต่อยต่างกัน มีโอกาสเหมือน ๆกัน และที่สำคัญคือพวกเขามีความรู้สึกว่าพวกเขาเป็นพวกเดียวกันคือ "การที่พวกเราได้ฟังเพื่อน ๆพูดประวัติ ชีวิต ความเป็นมาของเพื่อน ๆและครอบครัว ทำให้ผมรู้ว่า พวกเราเป็นคนจนเหมือนกัน" คำพูดที่ผมฟังแล้วรู้สึกสะอื้นในใจ สะอึกกับความคิดและความรู้สึกของพวกเขา ได้แต่พูดปลอบใจว่า "ถึงแม้คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นคนดีได้" ขอให้พวกเรามาช่วยกันปลอบขวัญ ส่งกำลังใจให้น้อง ๆกันเถิดครับ

หลังจากนี้ผมคิดว่าผมจะติดตามนักเรียนกลุ่มนี้เพื่อให้กำลังใจพวกเขาเสมอ และจะช่วยพวกเขาให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้