" การอยู่เพื่อผู้อื่นเป็นการสร้างสุขภาวะตนเองและสังคม แม้ว่าเราจะเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ระยะสุดท้าย "

 

           เพิ่งเขียน  " ความเรียง "  จบไปเรื่องหนึ่ง ดีใจมากเลยคะ   ตั้งชื่อเรื่องว่า   

"   การอยู่เพื่อผู้อื่นเป็นการสร้างสุขภาวะตนเองและสังคม แม้ว่าเราจะเป็นโรคไตวายเรื้อรัง  ระยะสุดท้าย  "

                ไปอ่านมาจาก   หัวข้อ     " สุขภาวะ สร้างได้ "      ของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ( สช. )  

www.nationnalhealth.or.th        ก็คิดสนุกๆ     ว่าลองเขียนดีกว่า   

                ประเด็นที่เขียน เพื่อต้องการนำเสนอ เรื่อง  สุขภาวะทางจิตวิญญาณ  ว่ามีความสำคัญ และสามารถนำทาง เราได้

อย่างไร เมื่อเราประสบกับความทุกข์ทางกาย   โดยท้าวความจากประสบการณ์

                                      

                                                        

      ภาพนี้ วาดเมื่อเดือนที่แล้ว นึกถึงเวลานอนที่ โรงพยาบาล หลังผ่าตัด มักจะไม่ค่อยรู้สึกตัว แต่มีคนมาจับมือนี่จะรู้สึกได้

                                         

                เมื่อเล่าประสบการณ์ตรงแล้ว ก็เลยคิดว่าต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อการการอธิบายให้ชัดเจนขึ้น  ว่าประเด็นทาง

จิต ไปเกี่ยวข้องอย่างไร  จากที่ การปฎิรูประบบบริการสุขภาพ  สุขภาพนิยามใหม่  คือ  สุขภาวะที่สมบูรณ์ทางกาย  จิต 

สังคม  และจิตวิญญาณหรือปัญญา 

                ก็เข้าไปหาใน google  คำว่า  สุขภาวะทางจิต  ก็ได้มาเยอะเลยคะ  แต่หนึ่งในนั้นก็เจอ ของ g2k  ของเราด้วย

ตรงประเด็นเป๊ะ เลยคะ  ต้องขอบพระคุณ ผศ.ภก.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ     สถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้    มหาวิทยาลัย

สงขลานครินทร์  ที่มีงานวิจัย ขอบเขตของสุขภาวะทางจิตวิญญาณในบริบทไทย      ว่าดังนี้  ในตอนหนึ่ง

"   ปรากฎการณ์และพฤติกรรมที่แสดงออกอันเนื่องด้วยปัญญา  

        เมื่อปัญญาทำงานร่วมกับจิต เชื่อว่า มนุษย์ จะมีสัมมาทิฐิ ความรัก ความเอื้ออาทรความเมตตา กรุณา  ความไม่เห็น

แก่ตัว   เช่นเมื่อปัญญาเข้ามาในจิตเมื่อการรับรู้นั้น มันเกิดแสงสว่างขึ้นมีความเห็นแก่ตัวน้อยลง ปัญญามันจะเกิด แล้ว

เมื่อปัญญามันเกิดมากเท่าไหร่กรุณามันจะเกิด มันจะเกิดความรักอย่างไม่เห็นแก่ตัว เป็นต้น

      เมื่อเกิดปัญญาจะมีผลต่อมนุษย์สามทาง โดยทางแรกคือ เจตจำนงของมนุษย์  (willing) ทำให้มนุษย์จะกล้า

เผชิญ จะมั่นคง จะมั่นใจ  อันเป็นฐานแรก         ทางที่สองคือ   ร่องอารมณ์ EQ เป็นความรักที่จะไปทำลาย ความ

โกรธ เกลียด อิจฉา ริษยา น้อยอกน้อยใจ เบื่อหน่าย   และทางสุดท้ายคือจะเกิด Positive Intelligent       "  

    

(คัดลอกจากงานวิจัย  ขอบเขตของสุขภาวะทางจิตวิญญาณในบริบทไทย   โดย  ผศ.ภก.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ     สถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้    มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์http://gotoknow.org/blog/researchmanagement/6002 )