ในฐานะคนที่ทำงานด้านเยาวชนรู้สึกเหมือนกันว่าเราทอดทิ้งเด็กมานานมาก ปล่อยปละละเลย เราทำงานกันแบบไปวัน ๆ ไม่เอาจริง ปล่อยไปตามยถากรรมหรือเช้าชามเย็นชาม

3 วันที่มีโอกาสนำเยาวชนในพื้นที่อำเภอปายจำนวนหนึ่งเข้ารับการอบรม จากการอบรมพบว่าปัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่อำเภอปายนั้นมีมากมาย เหลือเกิน หลายปีที่ผ่านมาเหมือนกับว่าพวกเราปล่อยให้มันโตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโอกาสทางการศึกษาที่แตกต่างกัน ปัญหาครอบครัวยากจน ปัญหาทางด้านพฤติกรรม เช่น เรื่องยาเสพติด บุหรี่ สุรา  รวมไปถึงเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาเรื่องการประกอบอาชีพ ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการค้าขายยาเสพติด การค้าประเวณี การป้องกันแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาดูเหมือนว่าจะไม่ประสบผลสำเร็จ หลายหน่วยงานพยายามผลักดันให้ระดับชุมชนเป็นเจ้าของมีการผลักงบประมาณลงมาในระดับชุมชน ปรากฎว่าศักยภาพและจิตสำนึกในระดับนั้นยังไม่เกิด ผลก็คือเยาวชนยังคงต้องเผชิญปัญหาตามยถากรรม คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดยังคงเหมือนเดิม  คนที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ยังคงดำเนินต่อไป นอกจากนี้ยังพบว่า เยาวชนแต่ละตำบลที่มีหลายหน่วยงานคุยเอาไว้ว่าได้สร้างกลุ่มเยาวชนไว้แล้ว ได้ตั้งสภาเยาวชนตำบลเอาไว้แล้ว แท้จริงเท่าที่คุยกับตัวเด็กจริง ๆ สิ่งเหล่านั้นยังลอยอยู่ในอากาศ ไม่มีตัวตน หากจะให้รวมตัวกันเมื่อใด ก็จะมีผู้หลัก ผู้ใหญ่มาเรียกให้ไปรวมตัวกันแค่นั้น อันนี้สังเกตุได้จากการที่เยาวชนที่มาอบรมในครั้งนี้ เป้าหมายคือตัวแทนเด็กและเยาวชนนอกโรงเรียน หมู่บ้านละ 2-3 คน ปรากฏว่าเยาวชนในหมู่บ้านหลัก หมู่บ้านพื้นราบมาน้อยมาก ๆ การสร้างกลุ่ม สร้างทีมเยาวชนคงจะต้องประสบกับความลำบากแน่นอนครับ  แต่ในขณะเดียวกันเด็กและเยาวชนเขาก็มองเห็นปัญหาของพวกเขาเองบ้าง จากการระดมสมองในกลุ่ม บางกลุ่มมีแนวคิดแนวทางแก้ไขบ้างแล้ว เพียงแต่ขาดความมั่นใจ  ซึ่งครูพี่เลี้ยงจาก กศน.คงช่วยได้

จริง ๆน่าเห็นใจกระทรวง พม. ซึ่งต้องบอกว่าเป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของชาตที่ต้องพัฒนาคนให้มีศักยภาพ ที่เพิ่งตั้งมาไม่นาน คนที่ทำงานถึงแม้จะโอนมาจากงานเดิม ต้องบอกว่า ณ ปัจจุบันทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ไม่มีศักยภาพเพียงพอ เท่าที่เห็นคือ ทำเป็นงาน ๆไม่มีความต่อเนื่อง ไม่มีความแน่นอน จะโทษเขาก็ไม่ได้ ในเมื่อมีแค่นั้นจริง ๆ ผมว่าหากปล่อยไปอย่างนี้คงแย่แน่ ๆ

ในฐานะคนที่ทำงานด้านเยาวชนรู้สึกเหมือนกันว่าเราทอดทิ้งเด็กมานานมาก ปล่อยปละละเลย เราทำงานกันแบบไปวัน ๆ ไม่เอาจริง ปล่อยไปตามยถากรรมหรือเช้าชามเย็นชาม ผมเองไม่มีหน้าที่โดยตรง แต่ผมมีลูกที่ยังอยู่ในวัยนี้  ครั้งนี้พยายามให้มีความต่อเนื่อง โดยการให้พวกเขาวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และหาแนวทางในการแก้ไข ที่ผ่านมาเราเคยประสบปัญหาเรื่องนี้มาก่อนคือเวลาเด็ก ๆคิดกิจกรรมแนวทางแก้ไขมาเสนอผู้ใหญ่ มักจบที่แห่งนั้น ไม่ได้ทำต่อเพราะไม่ยอมสนับสนุนงบประมาณ  ปีนี้ผมกันเงินไว้ให้พวกเขาจำนวน 140,000 บาท ให้มีโอกาสทำโครงการแน่นอน แต่ก็ห่วงในอนาคตปีหน้าหากไม่ได้รับการสนับสนุนเงินจากต่างประเทศอีก จะทำอย่างไร เพราะกิจกรรมที่เด็กอยากทำ อยากแก้ปัญหาคงต้องใช้เงินบ้างไม่มากก็น้อย  หวังจะพึ่ง อปท.ที่ยังขาดวิสัยทัศน์ด้านนี้คงจะลำบากครับ เพราะที่ผ่านมาเด็ก ๆเสนอโครงการไปเมื่อไรก็จบอยู่นั้น ไม่ผ่านซักที อันนี้แหละที่ผู้บริหารระดับกระทรวง ระดับประเทศต้องคิดว่า การที่เราผลักเงิน ผลักงบประมาณลงมาในระดับชุมชนนั้นลงถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริงหรือไม่ ต้องติดตามและลงมาดูจริง ๆครับ(ไม่ใช่ลงมาถาม อปท. แต่ต้องแอบลงมาถามเยาวชนครับ ไม่งั้น ....ละคร ครับ)