“ถ้าเป็นคนก็เดินมาหาทีห้องเลย ถ้าเป็นผีก็อย่าเสี่ยงนะ เราไม่เคยก่อกรรมใด ๆ กับเธอ เพราะฉนั้นเธอก็ไม่มีสิทธิ์มาสร้างกรรมใหม่กับเรา ถ้ายังไม่หยุดจะแช่งให้ตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุดได้เกิดอีกนานช่ะ ไม่เชื่อก็ลองดู”

        ตั้งแต่เกิดครูปู  ยังไม่เคยถูกผีหลอกซักกะที (น่าน.. ขึ้นต้นก็วอนซะแร่ะ)  เพียงแต่มีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้จะเรียกได้หรือเปล่า ว่าถูกผีหลอก จึงได้แต่เก็บเป็นความลับคาใจมานานแสนนานแล้วค่ะ

                                    เหรียญ            

                            

        เมื่อหลายปีที่แล้ว  น้อง ๆ ที่ทำงานนั่งเล่นผีเหรียญกัน แล้วคงเริ่มไม่ไว้ใจกันว่า อาการวิ่งจู๊ดของเหรียญนั้น เป็นฝีมือใครครูปูจึงถูกขอร้องให้เป็นเปาบุ้นจิ้นตัดสิน   ก็พบแรงเหวี่ยงจริง แต่ระบุไม่ได้ว่ามาจากใคร  ครูปูจึงเพิ่มแรงกดที่เหรียญเข้าไปอีก เพื่อสัมผัสทิศทางของแรงเหวี่ยง ปรากฎว่าเหรียญ กระเด็นอย่างรุนแรง ออกไปตามทาง แล้วก็หยุด   

                 

        ทุกคน จ้องหน้ากันไปมา  ไม่มีใครกล้าพูดอะไร  มีแต่ครูปูตัวดีนี่แหล่ะค่ะ โวยอยู่คนเดียว เล่นอะไรกันเนี่ยะ เสียเวลาจริง ๆว่าแล้วก็เดินกลับไปทำงานต่อ เย็นวันนั้น กลับไปหลับปุ๋ยตั้งแต่ยังไม่ 5 โมงเย็น  ประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ ได้ยินเสียงคนร้องเรียก อาจารย์ปู อาจารย์ปู”  งัวเงีย ๆ ลุกขึ้นมาหาที่มาของเสียง ไม่เจอ เห็นแต่แสงไฟจากห้องข้าง ๆ จากประตูด้านหลังที่ทุกห้องมักเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาเพื่อรับลม จึงไม่ได้สนใจคิดว่าหูแว่ว จึงนอนต่อ

        เช้าวันรุ่งขึ้น หนึ่งในวงผีเหรียญเมื่อวานก็มาถามว่า เจ๊ปู เมื่อวานมีใครไปเรียกที่ห้องหรือเปล่า  อืมใช่ เรียกอยู่ตั้งนานแน่ะ จนตื่น แต่พอตื่นมา ก็ไม่ได้ยินเสียงอีกเลยนะ มีอะไรเร๋อ

                                  

        เท่านั้นแหล่ะค่ะ ครูภาษาไทย หล่อล่ำ กล้ามเป็นมัด ๆ ร้องจ๊าก แล้ววิ่งขนหัวลุกออกไปจากห้องทำงานครูปูทันที  ไต่สวนเรื่องราวได้ความว่า ป้าแม่บ้านที่เป็นคนทรง แกไปบอกเพื่อนคนนี้ตั้งแต่เช้าว่า มีวิญญาณในผีเหรียญเมื่อวานไปหาอาจารย์ปูที่ห้องเมื่อคืน เพราะอาจารย์ปูดูหมิ่นแก ไม่เชื่อว่าแกมีอยู่จริงและแกล้งกดหัวแก (เพิ่งรู้นะเนี่ยะ ว่าผีก็ทนงในศักดิ์ศรีด้วย เอิ๊กซ์..)

                             ผีน้อย

        เย็นนั้นจึงไปถามแม่บ้านเฝ้าอพาร์ทเมนท์ แกบอกว่า เค้าย้ายออกไปแล้วค่ะ ห้องนั้นก็เลยไม่มีคนอยู่ตั้งนานแล้วค่ะ อาจารย์คงไม่ค่อยได้สนใจสังเกตมังคะ”“อ้าว แล้วทำไมหนูเห็นไฟเปิดอยู่หล่ะคะ ไม่มีหรอกค่ะอาจารย์ ป้าล๊อกห้องนี้ปิดตายตั้งนานแล้วค่า      (ถ่า..แด๊ม.. ถ่า.. แด๊ม.. ถ่า.. แด๊ม..)

                          ผีตาโบ๋      

        ด้วยเป็นคนหลับง่าย เลยไม่ค่อยจะเสียเวลากังวลหรือคิดเรื่องอะไร   คราวนี้  ตีสองกว่า ๆ เห็นจะได้ค่ะ มีเสียงเรียก แบบเดิมเด๊ะเลยค่ะ อาจารย์ปู ๆไอ่เราด้วยความขี้เซา และเกลียดนักเชียวเวลานอน ๆ อยู่แล้วใครมาปลุก รำคาญเสียงเรียกมาก จนต้องลุกขึ้นมา แล้วตะโกนสวนไปว่า   ถ้าเป็นคนก็เดินมาหาที่ห้องเลย ถ้าเป็นผีก็อย่าเสี่ยงนะ เราไม่เคยก่อกรรมใด ๆ กับเธอ เพราะฉนั้นเธอก็ไม่มีสิทธิ์มาสร้างกรรมใหม่กับเรา ถ้ายังไม่หยุดจะแช่งให้ตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุดได้เกิดอีกนานช่ะ ไม่เชื่อก็ลองดู เงียบกริบเลยค่ะ ตั้งแต่นั้น

          หลายวันต่อมา พอมีโอกาสก็เลยเล่าให้น้อง ๆ วงผีเหรียญซึ่งกำลังเกิดอุปสงค์ อุปทานหมู่ ทำบุญใส่บาตร ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ถวายผ้าผูกนับสีไม่ถ้วนกันทุกวัน ให้ฟังกันโดยถ้วนหน้า หลังจากฟังจบ ทุกคนลงความเห็นว่า "นี่พวกเราควรจะกลัวผีดี หรือควรจะกลัวเจ๊ปูแกดี(วะ)"      

                 ผี