วันนี้อาจจะเป็นวันแรกและวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ที่อิลฮามเต็มใจไปโรงเรียนครับ ความจริงจากที่ไปถามครูที่โรงเรียนก็ได้รับรู้ว่า อยู่โรงเรียนอิลฮามร่าเริงครับ โดยเฉพาะในช่วงบ่าย แต่ครูบอกว่าช่วงเช้าหงอยๆ ไปนิดหนึ่ง จนครูตั้งคำถามกลับว่า อาบน้ำก่อนไปโรงเรียนหรือเปล่า แต่ภรรยาผมตอบครูไปว่า น่าจะเป็นเพราะยอมทานข้าวเช้ามากกว่า ก็เลยได้คำแนะนำจากครูว่า ใส่กล่องไปก็ได้ ครูจะป้อนให้เองที่โรงเรียน ผมเองก็สังเกตว่า เวลาที่กลับจากโรงเรียนก็ร่าเริงดีครับ ยกเว้นตอนจะไปเท่านั้นเอง

วันนี้ที่ร่าเริงอาจเนื่องจากวันนี้ผมเป็นคนอาบน้ำให้ก็ได้ครับ ผมไม่ได้อาบน้ำให้ทั้งอิลฮามและเตาฟิกมาเดือนกว่าแล้วครับ แต่เห็นร้องทุกวัน วันนี้เลยยอมเสี่ยงไปอาบน้ำให้สักครั้งหนึ่ง (ที่เสี่ยงก็หลายเรื่องครับ ตั้งแต่การลื่น การมาจับหรือดึงขาข้างเจ็บของผม เป็นต้น) ก็ได้ผลครับ อิลฮามไม่ร้อง แถมสนุกกับการอาบน้ำ สงสัยเบื่ออาบน้ำกับอุมมีย์แล้วมั๊งครับ

เสร็จจากพี่สาวไปโรงเรียน เตาฟิกก็ออกไปเล่นดินเล่นทรายอยู่หน้าบ้านครับ ไม่ปรากฏเล่นได้แป๊บเดียวก็มาเรียกอาบีย์และอุมมีย์ออกไปดู ปากก็บอกว่า มูๆๆ (มาจากภาษามลายูครับว่า ลัมมู แปลว่าวัว) ผมก็แปลกใจครับ ทำไมตื่นเต้นกับวัวจัง ก็เขาเจอทุกวันอยู่แล้ว (ข้างบ้านมีคอกวัว) ก็เลยต้องออกไปดูสิว่า วัวเตาฟิกเป็นอะไรไป ก็เลยเห็นวัวเตาฟิกครับ เป็นแบบนี้เอง

(วิ่งเข้ามาเรียกอาบีย์ อุมมีย์ไปดูครับ)

(นี้งัยครับ วัวของเตาฟิก)

บอกว่า เตาฟิกครับ ไม่ใช่วัวครับ นี้เขาเรียกว่า ช้าง เตาฟิกก็บอกว่า ช้าง ได้สักสองครั้งครับ แล้วกลับไปเรียกว่า มู อีก ฮิฮิ

ตอนนี้เตาฟิกมีศัพท์เพิ่มขึ้นมากแล้วครับ บอกอะไรได้หลายอย่างแล้ว ที่ต่างจากพี่สาวในตอนที่อายุเท่ากันก็น่าจะเตาฟิกเริ่มด้วยศัพท์ภาษาไทยครับ ซึ่งอิลฮามเริ่มจากศัพท์ภาษามลายู ออ.สมัยอิลฮามจะพูดไม่เพี้ยนเท่าไรครับ พูดชัดถ้อยชัดคำมากกว่า แต่เตาฟิก เพี้ยนทุกคำเลยครับ ขนาดอาบีย์ ยังเรียกเป็น อาบา อุมมีย์ ก็เป็น มา มีที่ชัดอยู่ก็ โต๊ะ (ย่า) และก็ ชาย (ปู่) ครับ