อาสาฬหบูชา

ที่มาของภาพ : http://baanjochim.files.wordpress.com/2007/07/asalahabuja.jpg

อาสาฬหบูชารำลึก
วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2551

          ความเป็นมา
          อาสาฬหบูรณมีบูชา การบูชาในวันเพ็ญเดือน 8 หลังจากวันที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้ 2 เดือน เมื่อทรงทบทวนพระสัจจธรรมแล้ว พระพุทธองค์ก็ทรงพระกรุณาธิคุณ เสด็จไปเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ อันมีโกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
          "ธรรมจักกัปปวัตนสูตร" คือชื่อธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงเป็นปฐมเทศนาในวันนั้น ซึ่งมีอริยสัจ 4 หรือความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค 
          เมื่อจบปฐมเทศนา มีโกณฑัญญะเพียงองค์เดียวเท่านั้น ที่ได้ดวงตาเห็นธรรมและขอบวช ถือเป็น "ปฐมสาวก" แห่งพระพุทธองค์ ต่อเมื่อทรงแสดงธรรมอันมีนัยต่างๆ อีก จึงปัญจวัคคีย์ที่เหลือถึงได้ดวงตาเห็นธรรมและขอบวชเป็นพุทธสาวกครบทุกองค์
          วันนั้น จึงเป็นวันแรกที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา เป็นวันแรกที่มีปฐมสาวก เป็นวันแรกที่มีสงฆ์เกิดขึ้นในโลก และเป็นวันแรกที่มีรัตนะครบสาม คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ
          วันเช่นนี้ พวกเราชาวพุทธ ควรทำบุญคือทำความดี อันมีบริจาคทานคือการให้ทรัพย์สิ่งของเป็นทาน รักษาศีลคือการรักษากายวาจให้เรียบร้อย และเจริญภาวนาคือการทำจิตให้ผ่องใสสะอาด

          ประเด็นที่น่าคิดก็คือ
          1. "เราเป็นใคร ทำไมจึงหวังผลเลิศ" พระพุทธองค์เป็นบรมครูแห่งโลก ทรงหยั่งรู้โลก เมื่อจบปฐมเทศนา มีโกณฑัญญะเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่ได้ดวงตาเห็นธรรม เพียง 20% เท่านั้น แล้วเราล่ะเป็นใคร วิเศษอย่างไรจึงหวังผลเลิศ จะเอา 100 เชียวฤๅ
          2. "สิ่งที่ประเสริฐคือ อย่าท้อแท้แต่เพียรทำ" พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงท้อและเพียรสอนด้วยนัยต่างๆ ศัพท์ทางวิชาการในปัจจุบันก็ว่า "ทรงสอนซ่อมเสริม" จนปัญจวัคคีย์ที่เหลือ ได้ดวงตาเห็นธรรมและขอบวชเป็นพุทธสาวกครบทุกองค์ ตามพุทธประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

          "การสอนซ่อมเสริม" เป็นนวัตกรรมฤๅ?