พี่อังคณา นีลไพจิตร เป็นมิตรใหม่ที่เขามาทำงานเป็น ICCPR Country Reporter ใน พ.ศ.๒๕๕๑ ด้วยกัน โดยมีท่านจิราพร บุนนาค เป็นหัวหน้าคณะผู้จัดทำรายงานประเทศ
  
เราคุยกันรู้เรื่องมาก และมีแนวโน้มจะป่วนเรื่องเดียวกัน กล่าวคือ ถ้าจะมาจำกัดเสรีภาพกัน ก็น่าดู
 
เราชอบใส่กางเกงเหมือนกัน
เราชอบหิวเป้เหมือนกัน
เราชอบทำงานด้วยคอมพิวเตอร์เหมือนกัน
เราชอบคิดนอกกรอบเหมือนกัน
เราชอบเขียนหนังสือเหมือนกัน
เราชอบพูดตรงๆ เหมือนกัน
และเราก็รักความยุติธรรมเหมือนกัน
 
และวันนี้ เราก็เรียนสันติวิธีที่สถาบันพระปกเกล้าเหมือนกัน
 
ความเป็น Girl Gang แห่งประชาคมคนทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนเริ่มจากไหน ??

พี่อังเป็นคนเริ่มต้นบอกคนในที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการอนุวัติตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่จัดขึ้นที่กระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ว่า เราสามคน พี่แจ๋ จิราพร บุนนาค ตัวพี่อังเอง และ อ.แหวว ซึ่งน่าจะรวมถึง อ.เตือน บงกช นภาอัมพร และน้องฟาริดา ขจัดมาร เป็น girl gang ที่อาสาตัวมาทำงานนี้

พี่อังจะพูดหน้าตานิ่งๆ เฉยๆ  คนที่ฟังทุกคนอมยิ้ม และบางคนมาถาม อ.แหวว ว่า พี่อัง ใช้คำนี้จริงหรือ เขาฟังไม่ผิดใช่ไหม
ท่านรองฯ จิราพร และ อ.แหวว ตระหนักดีว่า พี่อังตั้งใจพูดจริง ความเป็นทีมที่มีเป้าหมายเดียวกันอย่างแน่วแน่ แต่มีความแตกต่างกันในวิชาชีพ วิธีคิด เป็นสิ่งที่สร้างพลังให้เรา เราอายุมาก เรามีประสบการณ์ แต่เราอาจจะอ่อนกำลังกาย แต่น้องเล็กของเรา อีก ๒ คน อ.เตือน (บงกช) และ น้องฟาริดา พวกเขาเป็นกำลังกาย และมีเป้าหมายที่คมชัด ไม่ต่างจากเรา ๓ คน เป็น ๓ + ๒ ที่ทรงพลังที่เดียวค่ะ
เราก็เลยใช้คำนี้กันแบบแพร่หลายมาก เมื่อเราเจอคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนที่คอเดียวกับเรา และเป็นผู้หญิง เราเกณฑ์มาเป็น girl gang หมดเลย
 
เราจะเป็น good girl ถ้าเราพบแต่สิ่งดี คนที่เคารพสิทธิมนุษยชน
แต่ถ้ามีการปฏิเสธสิทธิเสรีภาพเกิดตรงหน้าโดยไม่มีเหตุผล เราก็จะปรากฏตัวเป็น Bad Girl ทันที ระดับความป่วนของเราขึ้นอยู่กับความรุนแรงในการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือความไม่มีเหตุผล
 
นี่ละค่ะความเป็นมาของ Girl gang ค่ะ คนคิดก็คือ พี่อังนี่ล่ะค่ะ