การใช้แผนการเรียนรู้และการเสริมแรงทางบวกแก่นักศึกษา ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีได้

             

อาจารย์ ดร. เพลินตา  พรหมบัวศรีได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่แคนาดา มีเทคนิคการสอนหนึ่งที่น่าสนใจและอาจารย์ได้มาเล่าในที่ประชุมชุมชนนักปฏิบัติ การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพฟัง  คือ การใช้แผนการเรียนรู้ในการเรียนการสอนภาคปฏิบัติ ที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้เรียนรู้แบบนำตนเอง  ผู้เล่าให้นักศึกษาปรับแผนการเรียนรู้ได้ในระหว่างสัปดาห์ของการฝึกภาคปฏิบัติ ทุกวันของการฝึก ก็จะปฏิบัติไปตามแผนที่ตั้งไว้ โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเหลือ ครูไม่ต้องคอยตามให้นักศึกษาเก็บทักษะต่างๆ แต่นักศึกษาจะเป็นผู้มาขอ case กับพี่พยาบาลหรืออาจารย์เอง รู้สึกได้เลยว่า นักศึกษาก็สนุก มีความกระตือรือร้น เพราะได้ทำในสิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้ ครูก็สนุก เพราะไม่ต้องตามนศ.มาทำกิจกรรมการดูแลผู้ป่วยเหมือนที่ผ่านมา  สิ่งที่อาจารย์เล่าเป็นประโยชน์ต่อการนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีเป็นอย่างมาก  ที่ประชุมได้สนใจซักถามและได้องค์ความรู้ที่ทำให้การฝึกภาคปฏิบัติประสบความสำเร็จ  ดังนี้

                *การฝึกภาคปฏิบัติต้องให้นักศึกษามีเป้าหมายในการเรียนโดยใช้การเขียนแผนการเรียนรู้ของตนเองในการฝึกภาคปฏิบัติ โดยผู้นิเทศอธิบายหลักสูตร ลักษณะวิชา วัตถุประสงค์ และให้นักศึกษาเขียนแผนการเรียนรู้ส่งล่วงหน้า และมีการปรับแผนการเรียนรู้ของนักศึกษาให้สอดคล้องกับความสามารถของนักศึกษาและลักษณะของผู้ป่วยที่นักศึกษารับผิดชอบ

                *ครูและผู้นิเทศในคลินิกมีการกระตุ้นโดยใช้การเสริมแรงทางบวก ทำให้นักศึกษามีความพยายามในการทำงานให้สำเร็จ เช่น ผู้นิเทศพูดให้กำลังใจ ชมเชย ให้ข้อมูลทางบวกและบอกความรู้สึกทางบวกของครูให้นักศึกษาทราบ เช่น ครูรู้สึกมีความสุขและสนุกที่ได้สอนหนูวันนี้  

                *ครูต้องมีการสร้างแรงจูงใจให้กับตนเองให้มีความพร้อมและสนุกในการนิเทศนักศึกษา เช่น วันนี้ก็จะได้ขึ้นไปทำความดี ได้ไปช่วยเหลือคนอื่นอีกวันนะ วันนี้จะได้ไปเรียนรู้อีกแล้วนะ

                *ครูต้องสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย เป็นมิตร เป็นกันเอง หาจุดดีของนักศึกษา ชมเชยตั้งแต่แรกพบ

                *ให้นักศึกษาได้เห็นผลสำเร็จของการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยพานักศึกษาไปเยี่ยม case อย่างต่อเนื่อง 

                *ครูต้องเสียสละความเป็นส่วนตัวมีความยืดหยุ่น โดยคำนึงถึงความพร้อม ความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก เช่น การประเมินผู้เรียน  โดยผู้นิเทศต้องมีความเข้าใจในความสามารถของผู้เรียน ความแตกต่างของบุคลิก  สมรรถภาพของผู้เรียนแต่ละคน  และเสริมในส่วนที่ผู้เรียนยังไม่เข้าใจ 

                *มีสิ่งสนับสนุนอื่นๆ แก่ผู้เรียน เช่น อาหาร  ค่าเดินทาง การให้ความรู้เสริมแก่ผู้เรียนตรงตามความต้องการของผู้เรียนและประเมินผู้เรียนว่ามีความรู้หรือยัง  ถ้าผู้เรียนยังไม่สามารถเข้าใจ  ผู้สอนต้องปรับแผนการสอนและเนื้อหาของตนเองเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจได้

                *การมีกลุ่มการเรียนรู้ในเรื่องเดียวกัน ทำให้นักศึกษามีจุดศูนย์กลางที่จะเข้ามาเรียนรู้ในเรื่องเดียวกัน มีแรงดึงดูดทางใจ   เช่น การจัดกลุ่มการเรียนรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน

               การฝึกปฏิบัติในคลินิกจะประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ได้  ต้องมีการวางแผนการเรียนรู้ที่ดีและมีการปรับแผนให้เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถของนักศึกษา  และครูเป็นบุคคลที่ช่วยเหลือให้นักศึกษาสามารถบรรลุวัตถุประสงค์นั้นได้  ดังที่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของ ดร.เพลินตา  พรหมบัวศรี