เยี่ยมบ้านเด็กโรคมะเร็งระยะสุดท้าย
วันที่ 2 กค. 51 ทีมนำกุมารเวชกรรม กุมารแพทย์ พยาบาลเด็ก นักสังคมสงเคราะห์ นักศึกษาแพทย์ มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านเด็กมะเร็ง(ระยะโรคควบคุมไม่ได้หรือระยะสุดท้าย) 2 ราย
สิ่งที่ได้เรียนรู้และเราได้ทำ
1. การควบคุมอาการทางกาย ปวด หอบ ฯลฯ ที่อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งต้องให้ข้อมูลผู้ป่วยและครอบครัวชัดเจน และมีแนวปฏิบัติที่ครอบครัวสามารถทำได้เมื่ออยู่ที่บ้าน รวมทั้งประสานกับทีมการดูแลรักษาได้ทันทีทางโทรศัพท์
2. การดูแลด้านจิตสังคม จิตวิญญาณ ต้องประคับประคองต่อเนื่อง โดยทีมต้องวางแผนและดูแลร่วมกันกับครอบครัว หรือตัวเด็กเอง ลดความเครียดวิตกกังวลของเด็กและครอบคครัว ตอบสนองความต้องการของเด็กและครอบครัว โดยต้องมีการประเมินทุกครั้ง
3. การประเมิน ต้องเป็น Holistic assessment กาย จิต อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ

3 ปีที่แล้ว ก่อนป่วย 6 ขวบ ตอนนี้ 9 ขวบแล้ว
girl with ALL relapse in palliation, oxygen management and pain control at home. good taking care at home. The girl is still worry about her disease. She would like to go to hospital sometimes.

Boy with neuroblastma st4 control pain at home and having good quality of life, good taking care from family members.
ขอบคุณทีมเยี่ยมบ้าน และ ครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่อนุญาตให้นำเสนอภาพ
เราต้องการ แท้งออกซิเจนเพื่อให้คนไข้ยืมกลับบ้าน ตอนนี้ มีไม่เพียงพอ หากมีผู้มีจิตศรัทธา บริจาคก็จะเป็นกุศลยิ่ง
Kesanee...APN children with cancer...report July 8, 2008
การเยี่ยมบ้านเป็นงานที่มีคุณค่า น่าสนุก ควรทำต่อไปค่ะ
ขอบพระคุณ พี่ชู ท่านหัวหน้างานบริการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ที่เข้ามาให้กำลังใจค่ะ
นอกจากน้องๆ(ผู้ป่วย)ได้กำลังจากครอบครัว ทุกวันนี้มีทีมพยาบาลและคุณหมอออกไปเยี่ยมบ้าน อบอุ่นแทนคะ น้องหายไวๆๆคะ คุณพยาบาลและคุณหมอได้ความรู้จากชีวิตๆที่มากกว่าที่โรงพยาบาลให้เรา
สวสดีค่ะ พี่ไก่ และ พี่แขก
ขอบคุณที่แวะมีแลกเปลี่ยนค่ะ และยังให้กำลังใจที่ดีด้วย ใช่ค่ะ ทีม Onco ที่นี่แข็งแกร่งค่ะ การดูแลครอบคลุม ร่างกาย จิตสังคม จิตวิญญาณอย่างเป็นรูปธรรม มีโครงการเล็กๆ เกิดขึ้นหลายโครงการ เพื่อตอบสนองด้านจิตใจ และความต้องการด้านจิตวิญญาณที่เป็นรูปธรรมค่ะ เราทำงานเป็น ทีม ค่ะ
มาเยี่ยมเด็กน้อยน่ารักค่ะ
สดใส ...ด้วยการอิ่มบุญค่ะน้องเกศ
มอบช่อดอกไม้ ให้คนทำงานอีกช่อนะคะ
ขอบคุณ พี่แก้ว อ. ขจิต
ที่ส่งกำลังใจมาให้คนทำงานค่ะ เราทำด้วยใจอยากทำ เราต้องการให้เขาได้รับการดูแลดีแม้อยู่ที่บ้าน การสื่อสารต้องชัดเจน เข้าใจตรงกัน ทั้ง ครอบครัว เด็ก และทีมการดูแลรักษา ระยะสุดท้าย ไม่ใช่ไม่รักษา ยังรักษาเหมือนเดิม เพียงเปลี่ยนเป้าหมายการรักษาเป็นแบบประคับประคอง เช่น ซีด ให้เลือด ปวด ให้ยาแก้ปวด และ reassure เด็กและครอบครัวว่าเขาจะได้ยาแก้ปวดอย่างดีที่สุด เพราะเราหวังผลการรักษาคือ quality of life ในช่วงเวลาที่เหลือ จนวาระสุดท้ายที่จะมาถึง แต่บอกไม่ได้ว่าเมื่อไร