“จงเดินไปให้สุดขอบของวิชาชีพ แล้วท่านจะได้เห็นมิติ นวัตกรรมใหม่ๆ”

ความประทับใจในการไปดูงานเบาหวานที่ วิทยาลัย วชิระพยาบาล

 

รายชื่อผู้เข้าร่วมดูงาน

  1. นส. ปริญาภรณ์  พุ่มเจริญ     พยาบาลวิชาชีพ 7วช.           กรรมการ
  2. นส.ณัฐสิริ กิตติถิระพงษ์        นายแพทย์                    กรรมการ
  3. นาง อารมณ์ ศิริมังคละ          พยาบาลวิชาชีพ 7วช.           กรรมการ
  4. มล.วัชราภรณ์วรวรรณ          พยาบาลวิชาชีพ 7วช.           กรรมการ
  5. นางศิราวรรณ สุดหนองบัว  พยาบาลวิชาชีพ 6วช.             กรรมการ
  6. นางศิริลักษณ์ รัตนวิจิตร     โภชนาการ6                    กรรมการ
  7. นส.กมลวรรณ อนันต์วัฒนกิจนักกายภาพบำบัด5        กรรมการ
  8. นส.วิจิตรา ครุฑแก้ว          เภสัชกร 4                      กรรมการ
  9. นส. วันดี   กีรติวศิน        เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ 6 กรรมการ

 

สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ

1.ได้เห็นbest practiceของวชิระเพื่อนำมาปรับเปลี่ยนแก้ไขให้เข้ากับรพ.สิรินธรอย่างเหมาะสม

2.ได้เห็นรูปแบบที่ชัดเจนในการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะการป้องกันผลภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมสุขภาพ จากทีมสหสาขาวิชาชีพ อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพในการให้บริการ

 

 

พวกเราไปถึงที่รพ. วชิระประมาณ8.30น. ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากทีมที่ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ได้เข้าพบ ผู้อำนวยการ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ กรุงเทพมหานครและวชิระพยาบาล อ.ชัยวัน โดยท่านกล่าวการต้อนรับพวกเราอย่างเป็นกันเองและได้ให้แนวคิดกับพวกเราว่า จงเดินไปให้สุดขอบของวิชาชีพ แล้วท่านจะได้เห็นมิติ นวัตกรรมใหม่ๆ

 

 

 

 

 

            หลังจากนั้นพวกเราได้รับการเล่าประสบการณ์ในการรักษาโรคเบาหวานจากทีมงานที่ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน จากสหสาขาวิชาชีพโดยสรุปได้ดังนี้

1.อ.เพชร   :        -ควรเริ่มต้นด้วยการผูกมิตร รู้พื้นฐานของคนไข้จากนั้นจึงแทรกแซงและขยายผล

                                -ควรให้ผู้ป่วยที่ควบคุมได้ดี ดูแลตัวเองได้ดีมาเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนฟัง

                                -การมาดูงานที่วชิระเป็นการก้าวกระโดด โดยที่ทางรพ.สิรินธรสามารถดูเป็นแบบอย่างได้

                                โดยที่ไม่ต้องเริ่มจากนับหนึ่ง แต่ต้องนำไปประยุกต์ให้ให้เหมาะสม ห้ามลอกเลียนแบบ

2. ทีมพยาบาล       -การให้ความรู้ผู้ป่วยควรเป็นแบบcounseling ไม่ควรเป็นแบบสอนทางเดียวอีกต่อไป

- การให้ความรู้แบบcounselingคือการค้นหาปัญหาร่วมกับผู้ป่วยและญาติ  แล้วร่วมกันหา

วิธีการจัดการและแก้ไขกับปํญหา

                                -การติดตามผลถึงระดับอนามัยชุมชน มีการเยี่ยมบ้าน

3. นักกายภาพบำบัด-หลักการออกกำลังกาย

-รู้ฤทธิ์ของinsulinทั้งยากินและยาฉีด

-ห้ามออกกำลังกายเวลาท้องว่าง

-ขณะออกกำลังกายถ้ามีอาการอย่างไรควรหยุด

-ชุดที่เหมาะสมในการออกกำลังกาย

4. เภสัชกร-OPD-สอนการใช้insulin,ข้อควรระวัง ในคนไข้เบาหวานที่มีโรคอื่นๆร่วมและรับประทานยาหลายชนิดร่วมกัน

                -IPD-guidelineในการดูแลผู้ป่วยที่admitด้วยhypoglycemia

5. นักโภชนากร    -เผยแพร่ความรู้ทั้งOPD และIPD,

                        -จัดหา food model

                        -จัดทำแผ่นพับ,แผ่นรองถาดอาหาร

 

 

                            ในช่วงบ่ายพวกเราได้ดูงานของclinic เบาหวาน โดยได้ดูตั้งแต่

1.เวชระเบียน: การลงประวัติ สิ่งที่จะทำให้ข้อมูลของผู้ป่วยเบาหวานสมบูรณ์

2.การนัดผู้ป่วย:การนัดผู้ป่วยเป็นช่วงเวลาทำให้ผู้ป่วยไม่รอนานทำให้เกิดความพึงพอใจในการมารับการรักษา

3.ห้องตรวจ:

4.ห้องตรวจพิเศษ: ห้องตรวจABI,ห้องตรวจ fundoscopyและทดสอบสมรรถภาพ ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้เห็น foot clinic (เนื่องจากถ้าคนไข้มีปัญหาเรื่องเท้าจะส่งปรึกษาศัลยแพทย์ที่OPD Surgeryต่อไป) แต่พวกเราก็เห็น การตรวจmonofilament และได้รับการตรวจ fundus กันจนครบทุกคนและมีบางคนที่ได้ฝึกตรวจจริง

 

 

 

5.ห้องให้คำปรึกษา:มีพี่พยาบาลมาอธิบายว่าเราจะต้องให้ความรู้เรื่องอะไรบ้าง ,อุปกรณ์ในการอธิบาย

และจากห้องนี้เองทำให้เราได้อะไรหลายๆอย่าง(ได้อะไรหลายๆอย่างจริงๆคะเป็นของฝากกลับรพ.สิรินธร)

 

จากการฟังการเล่าประสบการณ์สรุปได้ว่าการทำงานในด้านสหสาขาวิชาชีพแบ่งเป็น

IPD เมื่อมีผู้ป่วยadmitด้วย hypoglycemia จะมีการร่วมประเมินและให้คำแนะนำจากทีมสหสาขาวิชาชีพ

OPD มีการ screening  complication ต่างๆ, ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล .มีการให้ความรู้กับชมรมผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่ม การสอนการใช้ยาฉีดเมื่อผู้ป่วยเริ่มใช้ยา

 

           ก่อนกลับอ.เพชรได้ตอบข้อสงสัย แนะนำพวกเรา ถึงวิธีการที่จะทำให้เราสามารถนำความรู้ที่ได้ในวันนี้ไปใช้ได้จริง เช่น หลักการให้อาหาร-อาหารที่ย่อยยาก(โฮว์วีท,ข้าวกล้อง),ให้รับประทานอาหารทีละน้อยๆแต่กินบ่อยๆเพื่อกระตุ้นการหลั่งinsulin,ลดการดูดซืมน้ำตาลโดยการรับประทานอาหารที่มีกากใยมากๆ(หัวบุก,พุทรา,แอปเปิ้ล)

 

 

AAR:

1.ได้รับความรู้ ได้เห็นแนวทาง รูปแบบของการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานจากทีมสหสาขาวิชาชีพอย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ ตรงตามวัตถุประสงค์

2.ได้เห็นถึงข้อเด่น สภาพแวดล้อมของรพ.สิรินธร ที่จะนำมาวางเป็นแนวทางในการรักษาผู้ป่วยเบาหวาน อย่างเช่น อาหาร:ผู้ป่วยเบาหวานในรพ.สิรินธรเองมีกลุ่มหนึ่งที่ นับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้นการเลือกซื้ออาหาร หรือตามเทศกาลต่างๆเช่นการถือศีลอด การแนะนำการปฏิบัติตัวย่อมแตกต่างออกไป

3.ได้เห็น นวัตกรรมของวชิระพยาบาล ในด้านต่าง เช่น การทำกระดาษรองจาน อุปกรณ์ในการให้คำปรึกษาผู้ป่วย การร่วมดูแลรักษาผู้ป่วยเมื่อมีผลแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่นhypoglycemia

4.นอกจากจะได้ Tacit knowledge กลับมาพวกเรายังได้ของฝากที่เป็น Explicit knowledgeกลับมาที่   สิรินธร เช่น สมุดเบาหวาน แผ่นpostureการให้ความรู้ แผ่นพับต่างๆ

 

 

 

                ขอขอบคุณทีมงานดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวาน จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กรุงเทพมหานครและวชิระพยาบาล มากๆเลยคะ ที่นอกจากจะให้ความรู้ แนวทางการปฏิบัติและการที่ต้อนรับอย่างอบอุ่นกับพวกเราอย่างมากมายแล้วยังให้ข้อคิดและวิธีการจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นทำให้พวกเราไม่ต้องนับเริ่มจาก ศูนย์ สามารถต่อยอดความรู้ได้โดยไม่ต้องไปเสียเวลาลองผิดลองถูก  และสิ่งที่เราได้มาสามารถนำมาใช้ปฏิบิติได้จริง ขอบคุณคะ