๕ ก.ค. ๕๑ คุณหมอพิชัย ดิฐสถาพร จากโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สระบุรี มาบรรยายหัวข้อนี้
เริ่มด้วยรายชื่อโรคของผู้บริหาร เช่น
โรคเบาหวาน
โรคความดัน
โรคเก๊าส์
โรคไตวาย
โรคอัมพาต
โรคถุงลมโป่งพอง
ซึ่งโรคเหล่านี้จะมีอัตราเสี่ยงเพิ่มขึ้น ๑ เท่า หากมีญาติพี่น้องเป็นโรคเหล่านี้
ปัจจัยของโรคของผู้บริหาร
๑. หน้าที่และความรับผิดชอบ
๒. พฤติกรรมการรับประทานอาหาร
๓. พฤติกรรมการออกกำลังกาย
๔. ท่าทางในการทำงาน
๑. หน้าที่และความรับผิดชอบ
คุณหมอบอกว่า หากผู้บริหารอยู่ใน ภาวะ Stress จะสามารถเป็นโรคอะไรก็ได้ที่เราอยากเป็น
มีสาร ๒ ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ อดีนาลีน และ คอติซอล โดย อดีนาลีน จะทำให้เกิดความดัน อันจะทำให้เส้นเลือดแตกได้
ภาวะ Stress มี ๒ ตัว คือ แบบเฉียบพลัน และ แบบเรื้อรัง ซึ่งแบบเรื้อรังจะสะสม และ ค่อยๆ หลั่งอดีนะลีนออกมา
คุณหมอบอกว่า
หากจะกินยานอนหลับ อย่ากินเกิน ๑๔ วัน เพราะ นาฬิกาชีวิตจะเปลี่ยน
ตอนไม่หลับอย่าฝืนหลับ เพราะจะทำให้เกิดภาวะ Stress ให้ทำอะไรก็ได้ เช่น
อ่านหนังสือ หากง่วงแล้วให้ไปนอน
ถ้าเป็นไปได้ให้ทำงานน้อยกว่า ๔๐ ชั่วโมง/สัปดาห์ ซึ่งมักจะเป็นไปได้ยาก
ให้หาเวลาว่างและพักผ่อนให้ได้ทุกสัปดาห์ โดยควรทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่งาน
พยายามลดความเครียด วัดความเครียดได้จาก Serotonin (เป็นสารลดความเครียด) กิจกรรมหนึ่งที่เพิ่ม Serotonin ได้คือ การทำจิตให้ว่าง
Serotonin สามารถวัดผ่านการเจาะเลือดได้
ให้หมั่นสวดมนต์ ทำบุญ
มีอารมณ์ขัน คุณหมอยกตัวอย่างที่ประเทศญี่ปุ่นมีการฝึกอบรมการหัวเราะ
การหัวเราะให้ดังที่สุด จะ Release Pressure ได้ดีที่สุด
๒. พฤติกรรมการรับประทานอาหาร
ให้ทานผักเยอะๆ
๓. พฤติกรรมการออกกำลังกาย
Criteria ของการออกกำลังกายที่ถูกต้อง
•
บางคนบอกว่าออกกำลังกายด้วยการทำงาน
คุณหมอบอกว่าต้องเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อชุดใหญ่ ต่อเนื่องกันอย่างน้อย
๑๐ นาที ดังนั้นการพิมพ์ดีด คิด เขียน ไม่เป็นการออกกำลังกาย
•
ต้องออกกำลังกายต่อเนื่อง ๓ ครั้ง/สัปดาห์ และต้องติดต่อกัน ๓ วัน เว้น ๑
วัน อย่าให้ห่างเกิน ๒ วัน เพราะกระบวนการแอร์โรบิคจะหายไป
๔. ท่าทางในการทำงาน
ผู้บริหารมักเป็นโรค PC Syndrome เพราะท่านั่งไม่สมดุล และ Notebook ไม่สามารถแยกส่วนได้ ทำให้ท่านั่งไม่สมดุล
คุณหมอมีท่าการออกกำลังกายระหว่างการทำ Computer ให้ทดลองด้วย เป็น PowerPoint ยาว ๔ นาที ให้ทำประมาณ ๕ ครั้งต่อวัน
คุณหมอบอกว่าให้หายใจเข้าแล้วท้องป่อง หายใจออกแล้วท้องแฟบ ถึงจะถูก
แต่คนเรา ๘๐% หายใจแบบตรงกันข้าม ซึ่งผิด
ดังนั้นการฝึกโยคะ เรื่องแรกที่ฝึกคือ การหายใจ
ถ้าให้ดี หายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทางปาก โดยให้ห่อปากให้เล็กๆ ด้วยขณะหายใจออก
โรคความดันโลหิตสูง
ค่าบนต้องน้อยกว่า ๑๔๐
ค่าล่างต้องน้อนกว่า ๘๐
ปัจจุบันค่าบนสำคัญกว่า
ในปัจจุบันที่อเมริกาสามารถเจาะเลือดแล้วบอกได้ว่าจะเป็นโรคอะไรในอนาคต
ปัจจุบันมีเทคนิคการ Resequence Amino Acid ได้ แต่ยังไม่อนุญาตออกใช้
คุณหมอแนะนำหนังเรื่อง Guttaca จะพูดถึงเรื่องนี้
โรคเบาหวาน
ค่าของน้ำตาลมากกว่า ๑๒๖ มก./ดล. ถือว่าเป็นโรคเบาหวาน (ของผมครั้งหลังสุดตรวจได้ ๙๕ มก./ดล.)
หากค่าเกิน ๒๐๐ มก./ดล. จะมีภาวะแทรกซ้อน นั่นคือ ปัสสาวะจะมาก
คุณหมอให้คนไข้โรคนี้หมั่นสำรวจปลายมือและปลายเท้าทุกเช้าและก่อนเข้านอน
โดยให้ตรวจถึงซอกมือซอกเท้าเลย เพราะคนเป็นโรคนี้เส้นประสาทจะชา
เมื่อเป็นแผลแล้วจะไม่ทราบ
คลอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์
คลอเรสเตอรอลรวมไม่ควรเกิน ๒๐๐ มก./ดล.
คลอเรสเตอรอลรวมมีผลมากกว่าไตรกลีเซอไรด์
LDL Cholesterol ทำให้เส้นเลือดตีบ
HDL Cholesterol ทำให้เส้นเลือดโป่ง หากมี HDL Cholesterol > 40 ถือว่าเหมาะสม หาก > ๖๐ จะทำให้ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
โรคเก๊าส์
อาหารที่มียูริกสูงจะเป็นส่วนที่เคลื่อนไหวและเจริญเติบโต
เช่น เครื่องในสัตว์ ที่เคลื่อนไหวตลอกเวลา, สัตว์ปีก
ที่ต้องใช้ปีกในการบิน, ยอดผัก ที่ต้องเจริญเติบโต และ แตงกวา
ที่มีเมล็ดภายในที่กำลังเจริญเติบโต เป็นต้น
สาเหตุของการปวดเข่าปวดข้อ
ได้ดูรายการโลกใบเดียวกัน ช่อง ๙ เช้าวันเสาร์ที่ ๕ ก.ค. ๕๑
อาจารย์สุทธิวัสส์ คำพา นักธรรมชาติบำบัด มาสอนว่าสาเหตุของการปวดเข่าปวดข้อมาจาก
๑. มาจากกรรม
นั่งนานๆ ไม่นั่ง ยืน เดิน นานเกิน ๒ ชม. เปลี่ยนทำอย่างอื่นบ้าง
๒. มาจากความเครียด จะเกิดกรดยูริก อาบน้ำเช้าๆ เอาน้ำเย็นราดตามเข่าตามข้อก่อนอาบน้ำ
๓. ไม่ถ่ายอุจจาระตามปกติ
ให้หมั่นถ่าย ๕-๗ โมงเช้า
ทานนมและกล้วยน้ำว้า ๒ ลูก จะช่วยขับถ่ายได้
๔. ไม่ทานอาหารเช้า ให้ทานอาหารเช้า
แนะนำให้ทานลูกเดือยจะลดการปวดเข่าปวดข้อได้ ๑ ถ้วยแกงเล็กๆ ต่อวัน
น้ำกระชาย กินช่วงบ่ายถึงเย็น จะแก้การปวดได้ดี
ของแถม มะละกอดิบต้มจืด ลดคลอเรสเตอรอลได้
อาหารสีเหลือง ดูแลกระเพาะอาหารได้
สุขภาพดีกันทุกคนนะครับ
มาอ่าน ข้อมูลสุขภาพจ้ะ