ได้รับเกียรติจากครูแอ๊ว tag ความลับ

 เล่นเอางงครับจะบอกเล่าอะไรดีโดยเฉพาะสิ่งที่เป็นความลับของตนเอง นึกอยู่เป็นนาน สุดท้ายก็ได้เรื่องครับ

เรื่องที่ 1 ก็เรื่องนี้เลยตอนเรียนประถมฯ ผมค่อนข้างจะตัวผอม สามวันดีสี่วันไข้ แถมขี้แยอีกต่างหาก และด้วยคุณสมบัติดังกล่าวผมจึงโดนแกล้งจากเพื่อนๆเสมอ หากวันไหนไม่โดนแกล้งเหมือนขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง

·       ตอนเช้ามาปั่นจักรยานขากลับจูงครับเพราะเจ้าเพื่อนมันปล่อยลมออก เป็นเช่นนี้เกือบทุกวัน

·       ช่วงทานขนมหวานนี่ก็มักโดนแกล้งใส่น้ำปลา และเกลือเสมอๆ เฮออออออ

·       นี่ไม่นับโดนเพื่อนเตะ เขกหัว ประจำ

โดยเหตุนี้ผมจึงชอบดูหนังจีน หนังต่อสู้ และอยากเก่งเหมือนตัวเอกในหนัง  ช่วงกลางคืนผมจึงแอบฝึกวิทยายุทธ เตะต่อยต้นกล้วย ซึ่งก็หักไปหลายต้น แม่แทบลมจับเมื่อเห็นต้นกล้วยในตอนเช้า ก็โดนสวดตามระเบียบซิครับ  นี่ยังไม่นับการวิ่ง การวิดพื้น การกินขนมปัง เพื่อจะได้ตัวโตใหญ่เหมือนฝรั่ง สรุปก็คืออะไรที่จะทำให้ผมเข้มแข็งขึ้นเอาหมด เพื่อป้องกันตัวนะครับ

อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนผมคนหนึ่งมาแกล้งผมอีก ผมบอกเขาว่า อย่าๆอย่านะโว้ยเพื่อนมันก็ยังไม่หยุดสุดท้ายผมก็สวมหมัดตรงเข้าให้ ได้ผลครับ โดนครึ่งปากครึ่งจมูกเลือดสาด ปากเจ่อ (ก็ต้นกล้วยยังหักเลยคนมีหรือจะเหลือ) สุดท้าย อ.อาลัม ก็โดนตีตามระเบียบฐานชกหน้าเพื่อนโดยที่ครูไม่สอบสวนทวนความแม้แต่น้อย ผมซึมไปหลายวัน กำหมัดแน่นและบอกกับตัวเองว่า จะไม่ใช้หมัดชกเพื่อนอีก

  

เรื่องที่ 2 ก็เรื่องว่ายน้ำครับที่สะเตงมีศาลาท่าน้ำยื่นลงไปในแม่น้ำปัตตานีเวลาน้ำขึ้นผมตอนนั้นยังว่ายน้ำไม่เป็นก็ลงไปหัด  กล้าๆกลัวๆ ค่อยๆแหย่เท้าลงไป ค่อยๆหัดว่างั้นเถอะ สงสัยรุ่นพี่คนหนึ่งเห็นผมทำเช่นนั้นหลายวัน เขาคงจะหมั่นไส้กระมัง เลยถีบผมลงไปในคลอง โครม ผมตกลงไปในน้ำ สักพักหนึ่งผมก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ ว่ายน้ำได้แล้ว ว่ายน้ำได้แล้ว หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นผมก็ว่ายน้ำเป็น (หมายเหตุ นี่อาจจะเป็นความสามารถเฉพาะตัวห้ามเลียนแบบครับ) และหลังจากนั้นผมกับเพื่อนๆมักจะไปเล่นน้ำคลองประจำตั้งแต่ ป.1-ป.5 จนกระทั้งเพื่อนคนหนึ่งจมน้ำเสียชีวิต ผมและเพื่อนๆเลยเลิกเล่นน้ำคลอง

 

เรื่องที่ 3  ผมจบ ม.ศ. 3จากโรงเรียนคณะราษฎรบำรุงยะลา ด้วยเกรดเพียง 1.96ครับ และไปสมัครสอบเข้าเรียนวิทยาลัยเทคนิคยะลา โดนอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคถามประมาณว่า นี่พ่อหนุ่มด้วยเกรดเพียง 1.96 นี่นะหรือจะสอบเข้าเรียนวิทยาลัยเทคนิค จะไหวหรือ??? แถมวิชาไฟฟ้าที่เรียนมัธยมได้เกรด ง- (งองูลบ) อีกต่างหาก ผมตอบอาจารย์ท่านนั้นไปอย่างหนักแน่นว่า ไหวซิครับ และผมก็สอบได้ตามคาด สิ้นสุดภาคเรียนที่ 1 ผมได้เกรด 3.82 ครับ รู้สึกจะวิชาอิเลคทรอนิคส์ สอนโดยอาจารย์ที่ย้ายมาจากคณะราษฎรบำรุง ท่านให้ผมแค่ ข.ไข่ ตอนนั้นฝันไว้ว่าอยากเป็นวิศวกรไฟฟ้า แต่ก็ไปไม่ถึงฝันครับ ผมจำเป็นต้องหยุดการเรียนของตัวเองเพียงแค่ ปวช.3 (เคยเล่าแล้วในบันทึกเรื่อง "การอ่าน ของวิเศษชิ้นเดียวที่ผมมี")

เรื่องที่ 4 สอนลูกขี่จักรยาน ตอนนั้นผมพักอยู่แถวตลาดเกษตรที่สะเตง ลูกชายคนโตอายุ ประมาณ 6 ปีขอให้สอนขี่จักยาน หลังจากให้เขาขึ้นขี่แล้วผมผลักให้จักรยานวิ่งแล้วบอกให้อากีฟปั่น บอกเขาว่าไม่ต้องกลัวปั่นไปอาเยาะจับอยู่ ฮิๆ หารู้ไม่ อาเยาะไม่ได้จับอะไรเลย อากีฟปั่นไปไกลจนผมตามไม่ทันเกิดสงสัยเลยหันมาดู เท่านั้นแหละครับ โครม (พอเห็นว่าอาเยาะไม่ได้จับจักรยานก็ล้มลง) ก็เป็นอันว่าใช้เวลาสอนไม่ถึง 5 นาที อากีฟปั่นจักรยานได้ อามีนาน้องคนสุดท้องก็เช่นเดียวกับพี่ชาย มีแต่อากีฟะห์คนกลางที่ผมแทบจะไม่มีเวลาสอน แต่สุดท้ายอากีฟะห์ก็ขี่เป็น เธอฮึดหัดขี่เองจนเป็นครับ แต่ก็ได้แผลพอสมควร อุมมีย์ (แม่ของเด็กๆ)บ่นปนน้อยใจว่าผมลำเอียงทีลูกคนอื่นๆสอนคนกลางไม่สอน แต่ผมกลับแอบอมยิ้ม ลูกคนกลางนี่  เรื่องหัดขี่จักรยานเหมือนอาเยาะเลย ฮึดหัดขี่จนเป็นโดยไม่ง้อคนสอน

 

เรื่องที่ 5 นี้มีเหตุมาจากการเขียนบล็อกใน gotoknow.org นี่แหละครับ หลายท่านที่ได้เข้ามาอ่านและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมถึงสอบถาม ปรึกษา ขอข้อมูลเพิ่ม ขอคำแนะนำ และอื่นๆผ่านทาง e-mail บ้าง msn บ้าง ในหลายๆท่านนั้นได้ให้เกียรติเรียกผมว่า อาเยาะ หรือพ่อ  และที่น่าดีใจที่สุดก็คือลูกๆทุกคนเหล่านั้นล้วนแต่เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ เป็นนักศึกษาชั้นเยี่ยม เป็นผู้มีความเป็นพลวัตรตลอดเวลา  เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงที่มีความมุ่งมั่น จริงจัง มีจุดยืนที่น่ายกย่อง และที่สำคัญที่สุดเป็นผู้ที่ยึดมั่นในศาสนา และใฝ่เรียนรู้ในเรื่องศาสนา อันนี้รวมถึงลูกศิษย์บางคนที่วันนี้โตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วแต่ก็ยังคงระลึกนึกถึงอดีตครูแก่ๆคนนี้ แวะเวียนเข้ามาทักทายบอกข่าว ฝากสลาม เป็นดั่งของขวัญที่ไม่อาจประมาณค่า อัลหัมดุลิลละฮฺ  บรรดาการสรรเสริมเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ ผู้ทรงยิ่งในความกรุณาปรานี ผู้ทรงยิ่งในความเมตตาเสมอ ซุบฮานัลลอฮฺ วะอาตูบูอิลัยกฺ