ผมออกจากหน้าที่ประจำทั้งมวลเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑   จึงวางแผนเลิกมีเลขานุการ    ออกประกาศวิธีติดต่อผม    และไม่มอบหมายใครเป็นผู้รับนัด   ผมจึงได้เรียนรู้สังคมไทยอีกมิติหนึ่ง    คือพฤติกรรมของเหล่าเลขานุการทั้งหลาย


          เลขานุการบางคนขยันมาก อี-เมล์ มานัด และผมตอบรับนัดแล้ว    เธอก็ยังส่ง แฟ็กซ์ หนังสือเชิญมาอีก   และหลังจากนั้นผมยังได้รับจดหมายตัวจริงทางไปรษณีย์อีก    ผมคิดว่าเธอทำงานที่ไม่จำเป็นมากเกินไป    และหน่วยงานที่มีการทำงานแบบนี้น่าจะลดคนลงให้เหลือหนึ่งในสามได้


          บ่อยครั้งที่มีคนขอนัดแบบไม่ประณีต    บอกแต่เรื่องที่จะประชุม และบอกว่าใครเป็นผู้ขอนัด   แต่ไม่มีประเด็นที่ต้องการปรึกษาหารือ    คล้ายๆ นัดประชุมแบบเพียงขอให้ไปประชุม โดยไม่ต้องเตรียมศึกษาเรื่องมาก่อนก็ได้   ผมเคยพบคนนัดมาขอสัมภาษณ์ บอกวัตถุประสงค์    แต่พอส่งคำถาม กลายเป็น “คำถามที่ไม่ตรงกับคำตอบ”    เพราะผมเตรียมตอบตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งมา    อย่างนี้ผมถือว่าเป็นงานที่ด้อยคุณภาพ    ผมใช้เวลาไปทำอย่างอื่นมีประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากกว่า  

  
          ชีวิตแบบนี้ทำให้ผมเห็นความสิ้นเปลืองสูญเปล่าในสังคม   จากการใช้เลขานุการแบบไม่ฝึกให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล   และจากการนัดประชุมแบบไม่เตรียมการณ์ให้การประชุมมีประสิทธิภาพ 

   
          เนื่องจากผมต้องการชลอจังหวะชีวิตประจำวันลง    ผมจึงสังเกตงานต่างๆ ที่เข้ามาชนตัวผม    ว่างานไหนมีการดำเนินการอย่างประณีตเอาใจใส่ และจะก่อคุณประโยชน์ต่อสังคมมาก   ผมก็จะรับทำงานนั้น   งานไหนทำกันชุ่ยๆ หรือไม่จริงจัง ไม่ประณีต ผมก็จะไม่เข้าไป หรือหลงเข้าไปด้วยความเขลา ก็จะรีบถอยออกมา   


          เป็นการฝึกชีวิตที่พึ่งตนเอง   และชลอความเร็วของจังหวะชีวิตลง    หวังใช้เวลาให้แก่ชีวิตที่ประณีต มีเวลาไตร่ตรองมากขึ้น

 

วิจารณ์ พานิช
๗ ก.ค. ๕๑