พอดีได้ฟังน้องเอกวิทย์ เดชอรัญ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในสำนักงานพูดถึงเรื่อง “ดูวัวให้ดูหาง” ให้ฟัง เลยอยากเล่าต่อเผื่อว่าใครจะมีเรื่องเล่าอะไรต่อเติมได้อีก ที่พอเป็นประโยชน์กับคนที่ยังไม่ได้เลือก และยังไม่ถูกเลือกอย่างคนเล่าต่อ 5555
ดูวัวให้ดูหาง...
สถาบันครอบครัวเป็นหน่วยหนึ่งที่มีความสำคัญในสังคมหรือเรียกได้ว่าเป็นรากฐานของสังคมก็ว่าได้ หากย้อนมองอดีตแล้ว ความสัมพันธ์ของครอบครัวไทยจะเป็นแบบครอบครัวใหญ่ ซึ่งมีสมาชิกหลาย ๆ รุ่นอยู่ด้วยกัน เช่น มีคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย พ่อ แม่ ลูก ๆ หลาน ๆ เป็นต้น ความเป็นอยู่แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยเข้าอกเข้าใจกัน และพึ่งพาอาศัยกันส่งผลให้ความเป็นครอบครัวเกิดความอบอุ่นและเข้มแข็งมาก ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นข้าพเจ้าอาจจะมองในมุมหนึ่งที่ข้าพเจ้าเกิดความประทับใจและอยากจะชวนทุกคนมาลองอ่านบทความนี้ แล้วชวยคิดตามว่าเป็นจริงตามที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดมาหรือไม่
ปัจจุบันสถาบันครอบครัวก็ยังคงอยู่ แต่มีความเปลี่ยนแปลงไปตามยุค สมัย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วจากการสังเกตเห็นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวในปัจจุบันน่าเป็นห่วง อาจจะอันเนื่องมาจาก กระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม จึงทำให้ครอบรัวไทยเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ขอยกตัวอย่างสักหนึ่งตัวอย่าง ซึ่งมีส่วนสำคัญกับปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วันนี้ คือ “การเลือกคู่ครอง”
การเลือกคู่ครองของคนในอดีตนั้น ข้าพเจ้าขอใช้คำว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากและก็มีวิธีการเลือกคู่ที่ละเอียดอ่อน เช่น ชายคนไหนชอบหญิงสาวสักคนหนึ่ง ต้องใช้วิธีการโดยผ่านผู้ใหญ่ คนเฒ่า คนแก่ ในการพิจารณาและตัดสินใจซึ่งถ้าผู้เฒ่า ผู้แก่ตัดสินใจอย่างไรชายคนนั้นก็ต้องยอมรับอาจเป็นเพราะระบบการเคารพ นับถือของคนในสมัยก่อน และข้าพเจ้าอยากที่จะเสนอคุณลักษณะของคู่ครองมีดังนี้
๑. กิริยามารยาท
๒. เรื่องในครัวเรือน เช่น การเย็บปักถักร้อย การบ้านการเรือน
๓. ดูจากพ่อ แม่ เช่น ดังสุภาษิตที่กล่าวว่า “ดูวัวให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่”
๔. หรือองค์ประกอบอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น
คุณลักษณะที่กล่าวมานั้นทำให้เห็นว่าระบบอาวุโสของคนในสมัยก่อน เข้มแข็งมาก ชายไทยจะเชื่อฟัง
พ่อ แม่ หรือผู้เฒ่าผู้แก่ ยอมรับการตัดสินใจ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กับคนที่รักก็ตาม ปัจจุบันถ้าพูดถึงเรื่องของการเลือกคู่ครองแล้ว ต่างจากคนในสมัยก่อนมาก จากคุณลักษณะที่กล่าวมาข้างต้นเดี๋ยวนี้กลับตกเป็นรองความต้องการที่อยากมี อยากสบาย อยากรวย หรือพูดง่าย ๆ ว่า ให้ความสำคัญกับวัตถุมากกว่าความรักที่บริสุทธิ์ แต่ถ้ามองโดยธรรมชาติแล้วผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ล้วนปรารถนาดีต่อลูกๆทุกคนอยู่แล้ว ไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอกที่อยากให้ลูกลำบาก “ เชื่อไหม ”
จากการสังเกตในสังคมปัจจุบันหญิง – ชาย มีโอกาสได้คบหากันโดยลำพัง บางคู่พ่อแม่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำอาจเป็นเพราะวัยหนุ่มสาวต้องเดินทางออกนอกบ้านด้วยเหตุผลหลากหลายประการ เช่น ไปเรียนต่อบ้าง ทำงานบ้าง ซึ่งล้วนเป็นเหตุผลให้มีสิทธิ์ในการตัดสินใจตามความต้องการของตัวเอง สุดแต่ใครมีวิจารณญาณมากน้อยแค่ไหน อาจจะเป็นดั่งเช่นสุภาษิตไทยที่ว่า ตาดีได้ ตาร้ายเสีย พูดถึงแล้วตาดีไม่เป็นไร ส่วนตาร้ายนั้นหมายถึงว่าการผิดหวัง ไม่เป็นดั่งที่คิด ทำให้รู้สึกเกิดการสูญเสีย ด้วยวัยและวุฒิภาวะยังน้อย ทำให้การควบคุมอารมณ์ไม่ดีพอส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการประชดตัวเองโดยวิธีการที่หลากหลายเช่น ฆ่าตัวตาย เสพยา ขายตัว หรืออื่นๆที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้กล่าวมา พอมามองอีกด้านหนึ่งสำหรับคู่ที่สมหวังได้ครองคู่กัน แต่ด้วยวัยและวุฒิภาวะยังน้อยที่ว่านั้นพออยู่นานไปมีปัญหากันบ้าง ขัดใจกันบ้าง ความรักเริ่มสั่นคลอน ทำให้เกิดความแตกแยกและเลิกรากันในที่สุด ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมาอีกมากมาย
ที่ข้าพเจ้าได้ชวนคุยมานั้นเพื่อต้องการสะท้อนให้เห็นว่าสภาพการใช้ชีวิตของวัยหนุ่มสาวในปัจจุบันที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ขณะนี้อันเนื่องมาจากผลพวงของอะไรสุดแล้วแต่ ซึ่งแต่ละฝ่ายก็พยายามแก้ไขเรื่องเหล่านี้และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ผลสักที ถ้าหากทุกคน ทุกฝ่ายยังไม่เข้าใจบทบาท หน้าที่ของตัวเองหรือไม่มีความจริงจังจริงใจในการผนึกกำลังให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อร่วมมือกันจัดการปัญหาให้คลี่คลายลง
เด็กๆไม่รู้จักวัว จะเห็นหางวัวที่ไหนกันล่ะคะ สังคมปัจจุบันเรา พ่อไปทาง แม่ไปทาง ใครจะอบรมสั่งสอนลูก มาโรงเรียนครูก็ไปอีกทาง แล้วจะดูหางอะไรดี???
สวัสดี คุณน้อง คำสอนคนแต่แรกไม่หอน (เคย) ล้าสมัยมันอยู่ที่จะนำมาปรับใช้ให้เข้า
กับยุค๕สมัยอย่างไร
/ประเภท
/แข้งด่าง หางดอก หนอกพากผ้า หน้าใบโพธิ์ นี่ไม่ใด้เลย ต้องห้าม///////
สวัสดีค่ะคุณ NONGYAO และบังหีม
สังคมปัจจุบันเป็นอย่างที่ว่าจริง ๆ ค่ะ ทุกคนมีทางเดินของตนเองทั้งนั้น เด็กเลยไม่รู้จะดู
หางที่ไหนดี เพราะทุกทางที่ทุกคนไปบอกว่าดีหมดทุกคน แต่สังคมก็เป็นอย่างที่เห็น
เศร้าจริง ๆ
ออ..บังหีม น้องไม่คุ้นชินกับคำที่บังหีมบอก แต่พอเดาออก ช่วยอธิบายให้ละเอียด
หน่อยนะค่ะ ผ่านเมลล์ก็ได้นะค่ะ
และยินดี บวกดีใจ ที่ได้ร่วมพูดคุยกับทุกท่านผ่านบันทึกนี้ค่ะ
สวัสดี คุณน้อง
/ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นตำราดูวัวชน ว่า4อย่างนี้ ถ้ามีอย่างหนึ่งอย่างได
/ก็ไม่ควรนำมาเลี้ยง/////
พี่ค่ะอธิบายค่อนข้างดีค่ะ