...."ดอกหางนกยูง สีแดงฉาน บานอยู่เต็ม ฟากสวรรค์ เกินพอ ให้เจ้าแบ่งปัน จงเก็บกัน อย่าเดิน ผ่านเลยไป!"

เดินเข้าๆ ออกๆ ร้านเอเปิล (Aple Book Plaza : สี่แยกวัดหนองบัว สุรินทร์) หลายครั้ง....วันหนึ่งสายตาของผมไปสะดุดกับหนังสือ ฉันจึงมาหาความหมาย (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 16 พ.ศ. 2545 ขนาด 16 หน้ายก หนา 192 หน้า จำหน่ายราคา 145 บาท) ของอาจารย์วิทยากร เชียงกูล เจ้าของกลอนหก  ซึ่งมีวรรคทองที่สร้างกระแสสังคมในยุคแสวงหา...บทนี้...

 

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง

ฉันจึง มาหา ความหมาย

ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย

สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

อาจารย์วิทยากร เชียงกูล ได้เขียนคำนำเมื่อครั้งพิมพ์ครั้งที่สิบไว้ในย่อหน้าที่สาม (หน้า 31) ว่า “..นักเขียนไม่จำเป็นต้องอธิบายงานของตนเอง  เพราะนั่นควรเป็นหน้าที่ของผู้อ่านและนักวิจารณ์มากกว่า...

และย่อหน้าสุดท้าย (หน้า 34) ผู้อ่านหลายท่านอาจอยากจะอ่านหนังสือเรื่องสั้น บทกวี อย่างที่เป็นงานศิลปะ อย่างที่ตัวเองอยากอ่าน ตีความและรู้สึกเอาเองโดยไม่ต้องให้ใครมาบอกเรื่องภูมิหลังและอธิบายอะไร...

 

แต่....งานทอดผ้าป่าหนังสือ โครงการสายธารความรู้สู่เด็กและเยาวชน ที่ เด็กรักป่า อาจารย์ได้กรุณาอธิบายเพื่อสื่อความหมายของคำในบทสำคัญบทนี้......เพื่อให้คนขยันน้อย (ขี้เกียจนั่นแหล่ะ....อิอิ.) อย่างผมมักนำเอาไปเป็นข้ออ้างหนีเรียนอยู่บ่อยๆ ได้เข้าใจมากขึ้น....

 

อาจารย์อธิบายว่า...ฉันเยาว์ หมายความว่า ยังเด็ก พร้อมเติบโต เรียนรู้  ฉันเขลา หมายความว่า ยังไม่รู้ (ignorant) ไม่ใช่แปลว่าโง่ (stupid) ฉันทึ่ง หมายความว่า เราควรมีความเป็นคนช่างสงสัย ตั้งคำถามตลอดเวลา โดยไม่ต้องกลัวถูกกล่าวหาว่าโง่ ฉันจึงมาหาความหมาย หมายความว่า ความอยากรู้อยากเห็นในชีวิต ว่า เอ๊ะ..ชีวิตคืออะไร จบไปแล้วทำงานได้เงินเดือน...ชีวิตอยู่ไปวันๆ หรือว่ามีอะไรมากกว่านี้.....

 

ในเวทีเสวนาที่เด็กรักป่า.......ผมอยากฟังบทกลอนฉบับเต็ม แต่อดได้ฟังเพราะไม่มีใครจำได้ครบทั้ง 7 บท

 

จึงขอยกมาไว้ที่นี่อีกครั้ง (ที่บันทึกพี่หน่อยมีก็ลงไว้ครับ)

 

 

"ดอกหาง นกยูง สีแดงฉาน

บานอยู่เต็มฟากสวรรค์

คนเดินผ่าน ไปมากัน

เขาดั้นด้น หาสิ่งใด"

 

ปัญญา มีขาย ที่นี่หรือ

จะแย่งซื้อ ได้ที่ไหน

อย่างที่โก้ หรูหรา ราคาเท่าใด

จะให้พ่อ ขายนา มาแลกเอา

 

ฉันมา ฉันเห็น ฉันแพ้

ยินแต่ เสียงด่า ว่าโง่เขลา

เพลงที่นี่ ไม่หวาน เหมือนบ้านเรา

ใครไม่เข้า ถึงพอ เขาเยาะเย้ย

 

นี่จะให้ อะไร กันบ้างไหม

มหาวิทยาลัย ใหญ่โตเหวย

แม้นท่าน มิอาจให้ อะไรเลย

วานนิ่งเฉย อย่าบ่นอย่าโวยวาย

 

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง

ฉันจึง มาหา ความหมาย

ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย

สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

 

มืดจริงหนอ สถาบัน อันกว้างขวาง

ปล่อยฉัน อ้างว้าง ขับเคี่ยว

เดินหา ซื้อปัญญา จนหน้าเซียว

เทียวมา เทียวไป ไม่รู้วัน

 

"ดอกหางนกยูง สีแดงฉาน

บานอยู่เต็ม ฟากสวรรค์

เกินพอ ให้เจ้าแบ่งปัน

จงเก็บกัน อย่าเดิน ผ่านเลยไป!" .
     

 

 

ที่มา:  ฉันจึงมาหาความหมาย. เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน วิทยากร เชียงกูล. สำนักพิมพ์สามัญชน (พิมพ์ครั้งที่ 16). 2545. (หน้า 158)

 

หากอ่านพิเคราะห์กลอนบทนี้อย่างเป็นกลาง...ไม่ซ้ายหรือขวามากเกินไป คงต้องบอกว่ากลอนบทนี้ได้ทิ้งมุมมองที่สำคัญไว้ว่า การศึกษามีความสำคัญไม่เฉพาะในห้องเรียน ….การเรียนรู้มีอยู่ทุกสถานที่ไม่เว้นสองข้างทาง...."ดอกหางนกยูง สีแดงฉาน บานอยู่เต็ม ฟากสวรรค์ เกินพอ ให้เจ้าแบ่งปัน จงเก็บกัน อย่าเดิน ผ่านเลยไป!"

....

....

นานแค่ไหนแล้วหนอ...ที่เราไม่ได้ยินบทกวีที่กระตุ้นการสูบฉีดเลือด บทประพันธ์ที่สามารถกระชากวิญญาณ กระตุ้นจิตสำนึกและสร้างจินตนาการให้กับมนุษยชาติ….เหมือนบทกลอนข้างต้น

 

.....

ผมมีวาสนาได้ฟังบทกลอนจากปากผู้เขียน..(สมดังคำกล่าวที่ว่า ได้พบก็เป็นบุญตา ได้สนทนาเป็นบุญปาก ได้อุปฐากอุปัฏฐากก็เป็นบุญใจ).....ทำให้ผมหันกลับมามองตนเอง

 

....

....

ถ้า....

ผมถอดครุยที่ได้มาชุดสองชุดออกไปวางไว้ข้างๆ

ถอดตำแหน่งพ่วงท้ายชื่อ....ที่มีคำว่า นักวิชาการฯ ออก

...

คุณค่าในชีวิตของผมจะมีอยู่ที่ตรงไหนบ้างหนอ..!!!

 

....

คงต้องแสวงหาต่อไป

 

ขอเวลาตามหา......แป๊บหนึ่ง....!

 

 <<< ขอบคุณๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

.....

 

 

 

 

ชมคลิปภาพและเสียงการอธิบายความหมายในบทกลอนของอาจารย์วิทยากร เชียงกูลได้ที่ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล