ผู้ประกอบการด้านการรับงานก่อสร้างของทางราชการ รวมถึงผู้ให้บริการตลาดกลางประมูล จ้างงานระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีอ๊อคชั่น) ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าน้ำมัน แพง จนต้นทุนค่างานสูงเกินค่าปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลหรือลงนามในสัญญารับจ้างงานกับทางราชการ สำหรับรายการจ้างงานปีงบประมาณ 2551 ได้ เพราะต้นทุนสูงกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีรายงานว่า จำนวนการไม่เข้าร่วมประกวดราคางานก่อสร้าง และต้องยกเลิกการประกวดราคาเพิ่มจาก 7 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนเมษายน เป็น 19-22 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนถัดมา

ผู้ประกอบการด้านการรับงานก่อสร้างของทางราชการ รวมถึงผู้ให้บริการตลาดกลางประมูล จ้างงานระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีอ๊อคชั่น) ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าน้ำมัน แพง จนต้นทุนค่างานสูงเกินค่าปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลหรือลงนามในสัญญารับจ้างงานกับทางราชการ สำหรับรายการจ้างงานปีงบประมาณ 2551 ได้ เพราะต้นทุนสูงกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีรายงานว่า จำนวนการไม่เข้าร่วมประกวดราคางานก่อสร้าง และต้องยกเลิกการประกวดราคาเพิ่มจาก 7 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนเมษายน เป็น 19-22 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนถัดมา 

คาดหมายกันว่า มูลค่างานที่เอกชนไม่เข้าร่วมประมูล อาจสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท และเกรงกันว่าในช่วงเวลาสิ้นปีงบประมาณ 2551 วันที่ 30 กันยายนนี้ มูลค่างานที่ไม่สามารถประกวดราคาว่าจ้างได้มีโอกาสถึง 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเอกชนที่ชนะการประกวดราคา แต่ไม่ยอมทำสัญญารับงาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ จะส่งผลเป็นความชะงักงันของการใช้จ่ายเงินจากภาครัฐลงสู่ระบบเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ก็เชื่อว่าปัญหาจะยังมีอยู่ต่อไป หากไม่เร่งแก้ไขโดยฉับพลัน

ปัญหาราคากลางต่ำเนื่องจากคำนวณไว้ในช่วงที่ราคาน้ำมันประมาณลิตรละ 30 บาท แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นถึง 40 บาท ส่งผลให้ต้นทุนสูงจนรับงานไม่ไหวนั้น รัฐบาลก็ได้รับทราบและพยายามหาทางช่วยเหลือ โดยให้หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยอาจปรับราคากลางให้เหมาะสมกับภาวะหรือสถานการณ์ในช่วงเวลา
ให้มากที่สุด และคาดว่าแนวทางหนึ่งในการแก้ไข คือปรับวงเงินชดเชยค่าก่อสร้างให้แก่ผู้รับเหมาหรือค่าเค
จากที่กำหนดให้ไม่เกิน
4% ขณะที่ราคาน้ำมันปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นสูงกว่า 4% ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้รับเหมา  

สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในวงการจ้างเหมา จัดว่าเข้าขั้นวิกฤติ ที่รัฐบาลต้องคิดหาวิธีการ และเร่งรัดดำเนินการเพื่อกอบกู้อย่างเร่งด่วน เพราะถือว่ามิใช่ภาวะปกติ ข้อเสนอที่ภาคเอกชนเสนอให้รีบทำ นอกเหนือการพิจารณา    ปรับค่าเค ก็คือ ควรจัดเรียงลำดับความสำคัญของงานในปีงบประมาณ 2551 แล้วชะลองานที่มีความสำคัญน้อย    เพื่อกันงบประมาณมาใช้กับงานสำคัญกว่า ในเวลาเดียวกันก็ควรให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งจัดจ้างงานตั้งแต่
ช่วงสาม
เดือนแรกของปีงบประมาณ เพื่อให้เอกชนที่ได้งานรีบสั่งซื้อวัสดุ มาเตรียมทำงาน ก่อนที่ราคาน้ำมันจะเพิ่มจนต้นทุนแพงขึ้นไปอีก
ผู้ประกอบการด้านการรับงานก่อสร้างของทางราชการ รวมถึงผู้ให้บริการตลาดกลางประมูล จ้างงานระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีอ๊อคชั่น) ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าน้ำมัน แพง จนต้นทุนค่างานสูงเกินค่าปกติ ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลหรือลงนามในสัญญารับจ้างงานกับทางราชการ สำหรับรายการจ้างงานปีงบประมาณ 2551 ได้ เพราะต้นทุนสูงกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีรายงานว่า จำนวนการไม่เข้าร่วมประกวดราคางานก่อสร้าง และต้องยกเลิกการประกวดราคาเพิ่มจาก 7 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนเมษายน เป็น 19-22 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนถัดมา 

คาดหมายกันว่า มูลค่างานที่เอกชนไม่เข้าร่วมประมูล อาจสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท และเกรงกันว่าในช่วงเวลาสิ้นปีงบประมาณ 2551 วันที่ 30 กันยายนนี้ มูลค่างานที่ไม่สามารถประกวดราคาว่าจ้างได้มีโอกาสถึง 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเอกชนที่ชนะการประกวดราคา แต่ไม่ยอมทำสัญญารับงาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ จะส่งผลเป็นความชะงักงันของการใช้จ่ายเงินจากภาครัฐลงสู่ระบบเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ก็เชื่อว่าปัญหาจะยังมีอยู่ต่อไป หากไม่เร่งแก้ไขโดยฉับพลัน

ปัญหาราคากลางต่ำเนื่องจากคำนวณไว้ในช่วงที่ราคาน้ำมันประมาณลิตรละ 30 บาท แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นถึง 40 บาท ส่งผลให้ต้นทุนสูงจนรับงานไม่ไหวนั้น รัฐบาลก็ได้รับทราบและพยายามหาทางช่วยเหลือ โดยให้หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยอาจปรับราคากลางให้เหมาะสมกับภาวะหรือสถานการณ์ในช่วงเวลา
ให้มากที่สุด และคาดว่าแนวทางหนึ่งในการแก้ไข คือปรับวงเงินชดเชยค่าก่อสร้างให้แก่ผู้รับเหมาหรือค่าเค
จากที่กำหนดให้ไม่เกิน
4% ขณะที่ราคาน้ำมันปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นสูงกว่า 4% ซึ่งจะทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้รับเหมา  

สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในวงการจ้างเหมา จัดว่าเข้าขั้นวิกฤติ ที่รัฐบาลต้องคิดหาวิธีการ และเร่งรัดดำเนินการเพื่อกอบกู้อย่างเร่งด่วน เพราะถือว่ามิใช่ภาวะปกติ ข้อเสนอที่ภาคเอกชนเสนอให้รีบทำ นอกเหนือการพิจารณา    ปรับค่าเค ก็คือ ควรจัดเรียงลำดับความสำคัญของงานในปีงบประมาณ 2551 แล้วชะลองานที่มีความสำคัญน้อย    เพื่อกันงบประมาณมาใช้กับงานสำคัญกว่า ในเวลาเดียวกันก็ควรให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งจัดจ้างงานตั้งแต่
ช่วงสาม
เดือนแรกของปีงบประมาณ เพื่อให้เอกชนที่ได้งานรีบสั่งซื้อวัสดุ มาเตรียมทำงาน ก่อนที่ราคาน้ำมันจะเพิ่มจนต้นทุนแพงขึ้นไปอีก

                                                                           เดลินิวส์ (คอลัมน์บทบรรณาธิการ) 1 กรกฏาคม 2551