เรามาให้กำลังใจซึ่งกันและกันเถอะครับ :)

หอมกลิ่นร้านหนังสือเจ้าประจำ .. ยามบ่าย ... ยามว่างเป็นต้องเข้าร้านหนังสืออยู่เป็นประจำ

หนังสือเล่มหนึ่ง เล็งไว้หลายรอบ ได้ตัดสินใจในวันนี้

หนังสือเขียนโดย ท่านกิตติเมธี ... ชื่อ "ชีวิตจะเป็นอย่างไร ใจนั่นแหละกำหนด" ... สำนักพิมพ์เดียวกับท่านชุติปัญโญที่ผมชื่นชอบ

ข้อเขียนสุดท้ายของหนังสือ มีหลายวลีที่ผมเชื่อว่า เป็นการเติมกำลังใจให้กับผู้อ่านทุกคน

 

... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...

 

กำลังใจให้สู้ต่อ

 

"สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้ารู้ คือ ข้าพเจ้าไม่รู้อะไร"

วลีข้างต้นกลายเป็นถ้อยคำอมตะของโสเครตีส ปราชญ์ชาวกรีก และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราหลายคนเร่งขวนขวายกับการแสวงหาความรู้เพื่อตอบโจทย์ของชีวิตที่มีมาไม่รู้จักจบสิ้น

แต่ไม่ว่าจะเร่งตอบโจทย์สักเท่าไรก็เหมือนว่าตัวเองช่างรู้น้อยเข้าไปทุกวัน มีสิ่งแปลกใหม่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ไม่เชื่อก็ลองหลับไปสัก ๓ เดือนแล้วตื่นขึ้นมาใหม่ โลกคงเปลี่ยนไป ทุกอย่างที่เรารู้อาจล้าสมัยไปจนหมด

ทุกอย่างที่จำเป็นในตอนนี้อาจไม่จำเป็นอีกต่อไปในอนาคต

ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นตัวเองเล็กลงทุกที ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ให้เรามามัวท้อถอย แต่กลับต้องเร่งตัวเองให้ก้าวหน้ามากที่สุด เพื่อแข่งกับเวลาที่เหลือน้อยลงไปทุกขณะ

 

เหมือนที่ หมอชีวกโกมารภัจจ์ เคยคิดว่า

"ถึงเราจะไม่มีพ่อไม่มีแม่ เราก็จะต้องหาวิชาใส่ตัวให้มาก ให้ชนะพวกที่มีพ่อมีแม่ให้จงได้"

ความเสียใจที่ไร้พ่อแม่ จนถูกคนอื่นล้อเลียน กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาลุกขึ้นสู้ จนสำเร็จกลายเป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยพุทธกาล ถึงขนาดถูกขนานนามว่า ... "หมอเทวดา"

ชีวิตที่มองว่าไร้ค่าในสายตาของคนอื่น ไม่มีความสุขสะดวกสบายเหมือนคนทั่วไป กลับไม่ใช่อุปสรรคที่สำคัญในการประสบความสำเร็จ

ความคิด และกำลังใจที่สูญเสียไปต่างหากกลายเป็นกำแพงที่ขวางกั้นไม่ให้เราก้าวไปสู่สิ่งที่หวังได้

แต่หากวันหนึ่ง เรามีครบทั้งความคิดและกำลังใจ ชีวิตใหม่จะเริ่มต้นขึ้นแต่นั้นมา

 

เหมือนชีวิตของ คิโตะ อายะ หญิงสาวที่ป่วยเป็นโรค Spinocerebella Degeneration ตั้งแต่อายุ ๑๕ โดยอาการของโรคนี้จะทำให้สมองส่วนการรับรู้จะค่อย ๆ เสื่อมลง และเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่การเดิน แขน และมือเริ่มหยิบจับได้ยากขึ้น สุดท้ายก็ไปถึงการรับประทานอาหารจะสำลักบ่อย ๆ

ช่วงแรกที่เป็น เธอคิดตลอดเวลาว่าพรุ่งนี้จากสิ่งที่เคยทำได้จะทำไม่ได้ไปทีละอย่างก็สร้างความเจ็บปวดให้ยิ่งนัก

แต่ที่เธออยู่ได้ และยิ้มได้ตลอดเวลา เพราะกำลังใจจากพ่อแม่ น้องสาว น้องชาย รวมถึงแฟนและเพื่อน ๆ

เธอจดบันทึก และส่งต่อความรู้สึกให้คนทั้งญี่ปุ่นมีกำลังใจกับการต่อสู้ของเธอ ถึงขนาดมีคนเอาไปพิมพ์เป็นหนังสือ และถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ในเวลาต่อมา

มีข้อความหนึ่งที่เธอแสดงให้เห็นถึงความหดหู่ในตัวเอง แต่ขณะเดียวกันเธอก็อยากให้ทุกคนเห็นคุณค่าของชีวิตที่มีพร้อมมากกว่าเธอ

"ชีวิตของหนุ่มสาวมุ่งหวังอนาคต แต่ฉันคิดแต่เพียงว่าจะอยู่ต่อไปอย่างไรในแต่ละวันเท่านั้น...

...คนทั่วไปที่ยังเดินได้ เขาคงไม่คิดกัน ในขณะที่เขายังสามารถเดินได้อยู่"

 

เหล่าบุคคลเหล่านี้ล้วนมีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ขอเพียงเราดูดซึมกำลังใจ และความคิดดี ๆ ของเขาเหล่านี้ไว้ เพื่อนำชีวิตเราไปสู่ความสำเร็จอย่างที่ตั้งหวังไว้

 

ขอให้ทุกคนโชคดีกับชีวิต และมีกำลังใจตลอดไป

  

... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...

 

เมื่อผมอ่านข้อเขียนสุดท้ายนี้จบ ... กลับคิดถึงบันทึก tag ความลับที่ 1 เรื่อง แผนที่ชีวิตครูปู จัง :)

 

กำลังใจจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เรา ๆ ท่าน ๆ ต่างต้องการทุกคน ปริมาณจะมาก หรือ จะน้อย ขึ้นอยู่ภาวะใจในขณะนั้น

เรามาให้กำลังใจซึ่งกันและกันเถอะครับ

 

 

แหล่งอ้างอิง

กิตติเมธี (นามแฝง). ชีวิตจะเป็นอย่างไร ใจนั่นแหละกำหนด. กรุงเทพฯ: ใยไหม, 2551.

 

ป.ล. ผ่านร้านหนังสือใด ลองแวะซื้อไปอ่านดูนะครับ สนับสนุนหนังสือธรรมะอย่างเป็นทางการ :)