แม้รูปการณ์ของวันไหว้ครูในวันนี้จะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปได้เลย...นั่นคือ...ความผูกพันฉันครูและศิษย์....ที่ยังคงมีเหมือนเดิมหรืออาจจะมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป และคงไม่เฉพาะคุณครูท่านใดท่านหนึ่งเท่านั้น หากแต่คือคุณครูทุกท่านที่เป็นเหมือนแม่และพ่ออีกคนหนึ่งของพวกเค้าเหล่านั้น

วันไหว้ครูของเด็กนักเรียนที่โรงเรียนของครูแอนในปีนี้ดูจะเปลี่ยนแปลงไปมาก  ความจริงแล้ว...เรามีการไหว้ครูกันเมื่อวันพฤหัสบดีในสัปดาห์ที่แล้ว 

การซ้อมใหญ่ก่อนถึงวันไหว้ครูก็ยังคงมีอยู่

       ในทุกๆ ปีที่ผ่านมาก่อนวันไหว้ครูหนึ่งวัน  เด็กๆ ในแต่ละห้องเรียนจะช่วยกันจัดเตรียมดอกไม้, ดินเหนียว และอุปกรณ์ต่างๆ ทำนำมาตกแต่งเป็นพานดอกไม้ , ธูปเทียน เพื่อเตรียมการไหว้ครูในวันรุ่งขึ้น  แต่ปีนี้รูปการเปลี่ยนไป  เมื่อประธานนักเรียนและคณะลงมติกันว่าจะจัดงานไหว้ครูในรูปแบบใหม่เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อนและอนุรักษ์ธรรมชาติไปพร้อมๆ กันกับชาวโลก

 (แน๊...เก๋...ไม่เบา...ลูกศิษย์ครูแอนเนี่ย... อินเทรนด์เชียว) พวกเค้าเลยมานำเสนอทางคณะครูผู้ประสานงานว่าทางคณะกรรมการนักเรียนจะดำเนินการจัดทำพานดอกไม้ และพานธูปเทียนเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการไหว้ครูเพียงหนึ่งชุดในนามนักเรียนทั้งโรงเรียน  และทางทีมงานจะจัดหาต้นเฟื่องฟ้ามาให้แต่ละห้อง  ห้องละ  1  ต้น เพื่อนำมาไหว้ครูต่างพานดอกไม้และพานธูปเทียน  หลังจากนั้นเมื่อไหว้ครูเสร็จแล้วจะนำต้นเฟื่องฟ้าไปปลูกในบริเวณโรงเรียนโดยทั่วไปเพื่อเป็นการตกแต่งบรรยากาศให้กับโรงเรียน  และร่วมปลูกต้นไม้ลดภาวะโลกร้อนด้วยเช่นกัน

ในพิธีวันไหว้ครูที่เด็กๆ ต่างตั้งใจในกิจกรรม

       การไหว้ครูครั้งนี้แม้แปลกไปกว่าทุกๆ ปี  แต่ครูทุกคนก็เห็นด้วยในความคิดที่นักเรียนนำเสนอมา  หากจะว่าไป...พานดอกไม้ก็มีแล้ว  พานธูปเทียนก็มีแล้ว  (เพียงแค่เหลือ 1 ชุด  แต่เป็นชุดรวมจากใจเด็กนักเรียนที่พึงระลึกถึงครู...แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับครูในโลกแห่งภาวะโลกร้อน)  ดีซะอีกสิไม่ว่า...หากเมื่อเด็กๆ เค้าจะได้ปลูกต้นไม้ร่วมกัน  นั่นหมายถึง....มันจะเป็นต้นไม้แห่งความทรงจำของพวกเค้า...(ณ กาลครั้งหนึ่งในโรงเรียนแห่งนี้) ลองนึกมโนภาพเล่นๆ เมื่อเค้าเหล่านั้นจบไปและกลับเข้ามาเยี่ยมโรงเรียนแล้วพบต้นเฟื่องฟ้าในบริเวณโรงเรียนที่เค้าช่วยกันปลูกออกดอกชูช่อสดใสอวดสายตาแขกผู้มาเยือน...รอยยิ้มที่เกิดจากภาพประทับใจในวันไหว้ครูครั้งนี้ของพวกเค้าฉาบทั่วใบหน้าของพวกเค้าเอง....หรือแม้แต่ความสวยสดงดงามของดอกเฟื่องฟ้าที่บานสะพรั่งอันจะนำมาซึ่งความชื่นใจในบรรยากาศภายในบริเวณโรงเรียนที่อวดสายตาแขกผู้มาเยือนที่จะพานพบได้....คงจะดีไม่น้อย   บัดนั้น....

สาวน้อย(ตัวโต)คนนี้เปรยๆ ขอกอดครูแอนไว้ตั้งแต่ตอนครูแอนสอนเค้า

พอเค้าจบไปแล้ว  เลยมาทวงสัญญาจากครูแอนซะวันนี้เลย...เอ้า..กอดๆๆๆ

ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันห้อมล้อมพร้อมพรัก

       แม้รูปการณ์ของวันไหว้ครูในวันนี้จะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง  แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปได้เลย...นั่นคือ...ความผูกพันฉันครูและศิษย์....ที่ยังคงมีเหมือนเดิมหรืออาจจะมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป และคงไม่เฉพาะคุณครูท่านใดท่านหนึ่งเท่านั้น  หากแต่คือคุณครูทุกท่านที่เป็นเหมือนแม่และพ่ออีกคนหนึ่งของพวกเค้าเหล่านั้น  ดังเช่นในบทเพลงนี้

พระคุณที่สาม

 

ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้
อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี
ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที
ขอกุศลบุญบารมีส่งเสริมครูนี้ให้ร่มเย็น
ครูมีบุญคุณจะต้องเทิดทูลเอาไว้เหนือเกล้า
ท่านสอนพวกเราอบรมพวกเราไม่เว้น
ท่านอุทิศไม่คิดถึงความยากเย็น
สอนให้รู้จัดเจน เฝ้าแนะเฝ้าเน้น มิได้อำพราง
*
พระคุณที่สาม งดงามแจ่มใส แต่ว่าใครหนอใคร
เปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง
ถ้าหากได้คิด  ยิ่งคิด ยิ่งเห็นว่าผิดทาง
มีใครไหนบ้างแนะนำแนวทางอย่างครู
บุญเคยทำมาตั้งแต่ปางใด ใด เรายกให้ท่าน
ตั้งใจกราบกราน เคารพคุณท่านกตัญญู
โรคและภัยอย่าหมายแผ้วพานคุณครู
ขอกุศลผลบุญค้ำชู ให้ครูมีสุขชั่วนิรันดร

( ซ้ำ * )

ครูแอนขอร่วมระลึกถึงพระคุณที่สามทุกๆ ท่านด้วยจิตคารวะ

ในบทบาทและหน้าที่ของคุณครูผู้เป็นครุแห่งแผ่นดิน

 ....ขอกุศลผลบุญค้ำชูให้ครูมีสุขชั่วนิรันดร....