หลังจากเพียรพยายามสมัครงานอยู่หลายแห่ง ความสำเร็จก็เริ่มปรากฏภาพรางๆ แล้วครับ มีโทรศัพท์เข้ามาเรียกเราไปสัมภาษณ์ ... ขณะนั้นเป็นต้นเดือนมีนาคมยังไม่ทันได้สอบปลายภาคเลย (แอบคิดในใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน) ผมเริ่มถูกทดสอบด้วยกระบวนการของการคัดเลือกไม่ว่าจะเป็นการสอบข้อเขียนเบื้องต้น การทดสอบทักษะทางภาษาเบื้องต้น ทุกอย่างเบ็ดเสร็จในวันเดียวและก็นั่งรอเรียกสัมภาษณ์ ผมพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนอื่นๆ เพราะผมต้องการทำสมาธิและไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว ทุกคนมีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว แต่เรายังเป็นนักศึกษาเลย นั่งเงียบๆ และคอยจับเวลาดีกว่า จากที่ผ่านมาระยะเวลาของการสัมภาษณ์ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 30 นาทีต่อคน นั่งจับเวลาไปก็รู้ได้โดยเบื้องต้นแล้วครับว่าใครที่จะถูกโหวตออกก่อน บางคน 15 นาที บางคน 30 นาที บางคนมากกว่า 30 นาที ดูไปเรื่อยๆ อ้าววววว ถึงเราแล้วสินะ...ก่อนออกตัวไม่วายดูนาฬิกาอีกครั้งว่าออกตัวตอนไหน เข้าไปข้างในบรรยากาศตื่นเต้นมาก มีคนสัมภาษณ์เราถึง 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 3 คน ญึ่ปุ่น 5 คน (หมาหมู่รึเปล่าเนี่ย) คำถามทั่วไปก็เริ่มต้น เช่น แนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ พ่อ แม่ พี่น้อง การศึกษา ความถนัด จุดอ่อน-จุดแข็ง ของตน แล้วก็เริ่มเข้าโค้งสุดท้ายแล้ว ให้บอกว่าทำไมถึงคิดว่าตนเองเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ... เพราะอะไร (เริ่มอึ้ง) ก็เลยเล่าเรื่องไปทำงานพิเศษและเหตุผลต่างๆของการคิดไปทำงานพิเศษแหล่ะครับ (เริ่มได้ผล .. ทุกคนฟังแบบตั้งใจและดูสนใจฟัง) พอจบก็มีคำถามว่าถ้าในวันหยุดคุณต้องพาแม่ไปหาหมอที่นัดไว้ ในขณะที่บริษัทต้องการตัวคุณด่วนเพื่อมาแก้ไขปัญหา และหากไม่มาบริษัทจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง คุณจะตัดสินใจเลือกทำอะไร เพราะอะไร.....
คุณหล่ะครับ เลือกอะไร เพราะอะไร...
ผมตอบอย่างไม่ลังเลเลยครับ เลือกแม่ ตกงานก็ช่างมัน เหตุผลคือ ผมมีแม่คนเดียวและถ้าผมสำคัญขนาดนั้นผมคงหางานใหม่ได้ไม่ยาก ... ตอบเค้าแบบนี้จริงๆ ครับ ไม่มีเหตุผลใดต้องโกหกคุณ แต่ก็ไม่ได้แนะนำให้คุณทำตาม