ความคิดที่ยังไม่เคยเปลี่ยน

 วันนี้มีโอกาสได้ไปเป็นวิทยากรบรรยาย ณ ห้องประชุมโรงเรียนบำรุงอิสลาม จ.ปัตตานี ให้แก่น้องเยาวชนโรงเรียนบำรุงอิสลามกว่า 100 คน ที่ได้จัดโครงการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

 ผมได้รับการทาบทามให้ไปเป็นวิทยากรที่โรงเรียนบำรุงอิสลาม (บราโอ)เมื่ออาทิตย์ที่แล้วจากศิษย์เก่าของโรงเรียน ผมก็รับปากไปว่า อินชาอัลลอฮฺ(ถ้าอัลลอฮฺทรงประสงค์ก็จะไป)  ก็ไม่ใช่โรงเรียนใครที่ไหนก็ของอธิการผมนี่แหละครับ (ดร.อิสมาอีลลุฏฟี จะปะกียา)

  เรื่องมันมีอยู่ว่า...วันที่ได้รับการทาบทามผมบอกน้องคนนั้นไปว่าช่วยเอากำหนดการบรรยายมาให้ด้วยเพราะจะได้เตีรยมตัวถูก เพราะผมมีคิวต้องเดินทางไปเยี่ยมคุณพ่อที่นครฯ กลัวจะกลับไม่ทัน ก็จนแล้วจนรอดเช้าวันนี้ น้องที่ทาบทามผมไว้ก็เข้ามาหาที่บ้านพักที่ปัตตานี แล้วบอกกับผมว่า "พร้อมยังบัง" ผมเลยถามกลับว่า "พร้อมอะไร" ก็ไปบรรยายให้ครับ ผมเลยถึงบางอ้อว่าต้องไปบรรยาย เลยถามกลับไปว่ากี่โมงแล้ว น้องเขาตอบว่า 08.05 น. ครับบัง ผมเลยถามกลับไปอีกว่าแล้วเขาเปิดพิธีกี่โมง 9 โมงครับ น้องเขาตอบ ผมก็ถามอีกว่าตกลงพูดเรื่องอะไร คำตอบคือ "เกี่ยวกับการเข้ามหาวิทยาลัยนี่แหละบัง" ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน (เหนื่อยเลยผม) ดีว่าผมกลับมาจากนคร เร็วกว่ากำหนด 1 วัน นะเนี๊ยะ

   หลังจากนั้นผมกับน้องก็เดินทางไปยังโรงเรียนเป้าหมาย ไปถึงน้องๆเขากำลังเตรียมเข้าห้องประชุมกัน ผมก็เลยมีเวลานั่งพัก เพราะทางผู้จัดบอกว่า จะเริ่มบรรยาย 9.30 น. ผมให้ไปมองหน้าน้องที่ทาบทามผมไว้แล้วก็ยิ้ม พลางนึกในใจว่า "ไหนว่า 9 โมง" แต่ก็อัลอฮัมดุลิลละฮฺครับ เพราะไปถึงเร็วดีกว่าไปถึงช้าครับ

  อ๋อลืมบอกไป ผมไปนั้นทั้งๆที่ไม่รู้กำหนดการนะครับ แต่ดีว่าเป็นคนที่เตรียมพร้อมตลอด ก็เลยหิ้วโน๊ตบุคคู่ใจไปด้วย เพราะคิดไว้แล้วว่าต้องใช้งานมันได้ ได้จริงๆครับ ได้เอาข้อมูลที่เคยทำไว้นั่นแหละครับมาบรรยาย เป็นข้อมูลที่เคยไปบรรยายที่พัทลุงเมื่อเดือนที่แล้ว เพราะสรุปน้องเขาให้บรรยายเรื่อง "การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย"  อยากจะบอกประทับใจมากๆๆๆๆๆๆๆครับกับการต้อนรับของครู อาจารย์ ตลอดจนน้องๆนักเรียน เพราะมีความเป็นกันเองมากครับ ผมไปบรรยายบางที่ไม่ต้อนรับอะไรเลย ไปยืนอยู่ไม่รู้จะนั่งตรงไหนก็เคยมาแล้ว แต่ที่นี่ไม่ครับ เชิญเข้าห้องรับรองพร้อมเสิร์ฟกาแฟ+ขนม (เรื่องกินเรื่องใหญ่ครับ อิอิอิอิ) ก็รีบกินกันครับเพราะเวลาใกล้เข้ามาแล้ว เขาบอกว่ามีวิทยากร 2 ท่าน มีมุสลีมะฮฺ อีกท่านให้เวลาคนละ 1 ชั่วโมง พอผมเข้าไปในห้องบรรยาย ปรากฎว่า...

   ทางทีมงานบอกว่า วิทยากรอีกท่านไม่มาให้ผมพูดคนเดียวเลย ณ วินาทีนั้นพลันนึกในใจว่า "จะทำไงดีนี่ก็เตรียมตัวมาไม่เท่าไหร่เลย จะให้พูด 3 ชั่วโมงเลยหรือ" แต่ก็บอกตัวเองว่า "ไหวซิ" ผ่านมาตั้งหลายเวทีแล้ว ก็เลยเริ่มการบรรยาย ผมชินครับกับการพูดเรื่องการศึกษา ชินกับการพูดเรื่องระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็เลยไม่มีอะไรมากังวล เพราะถ้าให้พูดเรื่องแบบนี้พูดได้เป็นวันครับ ทำไมหรือครับ เพราะทำงานในพื้นที่เรื่องการศึกษาของเยาวชนในสามจังหวัดภาคใต้มาหลายปี เลยรู้ว่าควรจะนำเสนออะไร แม้เวลาจะ 3 ชั่วโมงก็ตาม (แถมของชาวบ้านมา) ปรากฎว่า...เวลาไม่พอครับ (พูดมาราธอน)

  ผมพูดเกินเวลาไป 10 นาที แต่ก็รู้สึกดีครับอย่างน้อยเราให้อะไรเขาเต็มที่จริงๆ

  หลังการบรรยายมีข้อความส่งตามหลังเดินทางกลับที่พักว่า " ขอบคุณมากคะที่มาบรรยาย ทำให้พวกเราได้รับแนวทางมากมาย โอกาสหน้าจะเชิญมาอีก เพราะบัง(พี่)คิดไม่เหมือนชาวบ้าน ซะใจดี" ผมขอบคุณพระเจ้าครับ เพราะอย่างน้อยแค่ได้เห็นรอยยิ้ม  แววตาของเยาวชนแบบมีความหวังผมก็ชื่นใจแล้ว ส่วนเขาจะทำยังไงต่อไปกับอนาคตของเขานั้น เป็นอีกกระบวนการที่เขาต้องคิดต่อไป อ๋อ..ลืมบอกไปน้องๆที่เข้าร่วมฟังเป็นน้องๆผู้หญิงหมดเลย กว่า 100 คน ผมก็เลยถามว่าแล้วผู้ชายหละเขาบอกว่าจัดแยก สักพักหลังบรรยายก็มีน้องผู้ชายเดินมาถามว่า "แล้วพวกผมเมื่อไหร่" ผมตอบกลับไปว่า ไม่รู้เหมือนกันเพราะนี่มากเพราะเขาเชิญ กลับกลายเป็นว่า อีกไม่นานคงได้กลับไปเยี่ยมโรงเรียนั้นอีก

   ว่าจะเอารูปขึ้นบล๊อกให้ดูแต่ยังไม่ช่ำชอง ก็เลยไว้โอกาสหน้า(ถ้ามีโอกาสนะครับ)

   สิ่งสำคัญอยากบอกว่า...ผมมีความสุขทุกครั้งกับการเป็นส่วนหนึ่งของเสียงเล็กๆที่จะช่วยเป็นแรงผลักดันให้ความฝันของเยาวชนในสามจังหวัด (ชายแดนภาคใต้) ได้มีหวังขึ้นมาบ้าง อาจจะท้อบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่มันก็คุ้มค่านะครับ เพราะแววตาที่ผมได้สัมผัสถึงการเปล่งประกายแสงให้ความหวัง ของน้องๆ มันสร้างพลังให้ผมได้สู้ต่อไป ต่อไป และต่อไป มิใช่เพื่ออื่นใด แต่เพื่อพระเจ้าที่สร้างผมมา (อัลฮัมดุลิลละฮฺ)