ขอแสดงความเห็นเล็กน้อยครับ.. จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในฐานะที่เคยทำงานด้านแนะแนวมา กับเป็นพ่อของลูกคนหนึ่ง

ครั้งหนึ่งเคยได้ยินเสียงการแนะแนวที่อ่อนแอของ มอย.ต่อโรงเรียนประเภทนี้ ตัวอย่างชัดอย่าง บำรุงฯ เด็กจะใส่ใจที่อื่นมากกว่า ว่ากันว่าเพราะเราไม่เข้าไปจริงจังเท่าไร

ผมก็มาสรุปที่กับน้องๆที่ออกไปว่า การจะเข้าไปใครไปพูดอะไรนั้น เจ้าของบ้านนั้นแหละสำคัญที่สุด อย่างไปแนะแนวในโรงเรียนเขาจะให้ความสำคัญแก่เราหรือไม่นั้น ต้องดูที่การให้ความสำคัญฝ่ายแนะแนวโรงเรียน แล้วนำเสนอแก่ผู้หลักผู้ใหญ่อย่างไร บางโรง อ.แนะแนวเขามอง มอย.คือทางเลือกสุดท้าย หรือทางเลือกเฉพาะเด็กต้องการเรียนต่อศาสนา ไม่ใช่ทางเลือกของเด็กจบ ม ๖

ในฐานะผู้ปกครองของนักเรียนจบ ม ๖

ลูกผมสอบติด สาขาวิชามัณทนศิลป์ แห่งหนึ่ง ดูสาขาวิชาน่าสนใจมาก เพราะผมเองก็สนใจสาขานี้มาแต่ต้นแล้ว มีเพื่อนที่จบสาขานี้รุ่งเรืองไปก็มีครับ และกำลังคิดว่าไปโลดแน่ถ้าจบสาขานี้มา แต่ผมให้ความคิดเขาไปว่า สิ่งที่เรากลัวที่สุด คือ ความไร้ขอบเขตระหว่างชายหญิงที่เกิดขึ้นกับบ้านเรา ทั้งในมหาลัยและหอพัก ความห่างไกลการศึกษาอิสลามศึกษา เพราะเป็นเรื่องยากมากที่เราจะเกาะกลุ่มกับคนที่ชอบทำฮาลาเกาะฮฺด้วยกัน แล้วสภาพสังคมที่จะไปอยู่นั้นเป็นอย่างไร เหมาะสมไหมกับเรา มหาลัยบางแห่งก้ขู่แกมบังคับให้มุสลิมะฮฺถอดฮิญาบ (ข่าวใหม่ ไปอ่านในบอร์ดของ muslimthai.com ราชภัฏภูเกตให้ น.ศ.มุสลิมะฮฺถอฮิญาบ) ต้องคิดดูว่า จริงๆเราะต้องการอะไร ความก้าวหน้า เพื่อการทำอิบาดัต สุดท้ายเขาก็เลือกเรียน มอย.