สวัสดีครับเกษตรกรไทยทุกท่าน

    สบายดีกันไหมครับ....เมื่อวานได้ันั่งฟังการอภิปรายสะท้อนผลงานรัฐบาล เลยได้รับรู้ว่ามีการนำเข้าปุ๋ยเคมี เข้าในประเทศไทยเยอะมากๆเลยครับ ผมจำตัวเลขไม่่ได้ครับ ทำให้ผมย้อนกลับไปนั่งคิดว่า แท้ที่จริงแล้ว เราจำเป็นไหมที่จะต้องนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ

    เมื่อสองสามวันก่อน ก็ได้ฟังคุณลุงทองเหมาะ มาออกทีวี ท่านบอกว่า ท่านทำนาโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี แล้วนาข้าวก็ได้ผลดี ข้าวงาม ผลผลิตดี

    แล้วเรายังจำเป็นไหมครัีบที่จะต้องซื้อปุ๋ย  หลายๆท่านบอกว่า เลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช ซึ่งก็คือการทำให้ดินสมบูรณ์ มีสารอาหารครบถ้วน ไม่ว่าเมล็ดพันธุ์พืชใดตกลงมาก็พร้อมจะงอก

การทำดินให้พร้อมนั้น มีอะไรบ้าง

  • พร้อมด้วยโครงสร้างของดิน
  • พร้อมด้วยสารอาหาร
  • พร้อมด้วยน้ำ
  • พร้อมด้วยอากาศ
  • พร้อมด้วยอุณหภูมิ
  • พร้อมด้วยความเป็นกรดเป็นด่าง
  • พร้อมด้วยผู้ย่อยสลายอินทรียวัตถุ
  • อื่น...ๆ

    การปลูกพืช เชิงเดี่ยว และการตัดตอนการสร้างปุ๋ย ที่เกิดจากการย่อยสลายอินทรียวัตถุจากจุลินทรีย์ในดินนั้นทำให้เราไปติดอยู่กับปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นปุ๋ยที่ไม่มีชีวิตเป็นเสมือนน้ำเกลือที่พร้อมจะฉีดเข้าร่างกายคนเพียงแต่เราใส่ลงไปในดิน หวังว่าพืชจะนำเข้าไปใช้ได้เลย จริงๆ หากเราใ่ส่ปุ๋ยเคมีโดยไม่เข้าใจ เราเสียมากกว่าได้อีกครัีบคือ ซื้อปุ๋ยมาทิ้งนะครับ จริงๆ แล้วปุ๋ยเคมีก็ไม่ได้ผิดหรอกนะครับ เพราะว่าไม่ว่าเราจะใส่ปุ๋ยเคมีหรืออินทรีย์ ท้ายที่สุดรากพืชก็นำเข้าแบบเคมีครับ เพียงแต่กระบวนการของสารเคมีที่ได้นั้น อยู่ในรูปประจุต่างๆนั้น จะเอามาจากโรงงานโดยตรงแล้วมาใช้การทำละลายในสารละลายดิน หรือเอาซากพืชสัตว์มาแล้วให้ผู้ย่อยสลาย สลายแล้วให้พืชดูดนำไปใช้ ผมเคยเทียบการใส่ปุ๋ยอินทรีย์เสมือนกับการกินข้าว ต้องย่อยด้วยกระเพาะก่อนและใส่ปุ๋ยเคมีเสมือนว่าฉีดน้ำเกลือเข้าร่างกายตอนเราป่วยครับ

    หากเราลดการนำเข้าปุ๋ย โดยที่พี่น้องเกษตรกร ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยลงเพราะตอนนี้คือโอกาสเหมาะมากๆคือ ไม่ใช้ปุ๋ย เพราะราคาแพงมากๆ แม่บอกว่ากระสอบละพันกว่าบาทแล้วครับ หากเราไม่ยึดติดว่าหากไม่ใช้ปุ๋ยเคมีแล้ว พืชไม่โตหรอก ผมว่ามันก็โตนะครับ แต่จะให้สู้และเร็วเหมือนกับการฉีดน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือดได้ก็ไม่ขนาดนั้นครับ  เราจะให้รีบเร็วไปขนาดไหน ลองมองในอดีตก่อนคนในโลกนี้รู้จักปุ๋ยเคมีูดูซิครับ การเกษตรก็เกิดมาก่อนครับ ทำไมคนสมัยนั้นอยู่กันได้ล่ะครับ  หากจะถามกันให้ชัดๆ คือ

    ป่าไม้เขาใหญ่  เขาหลวง เทือกเขาต่างๆ ที่ยังพอจะีมีต้นไม้อยู่นั้น ใครใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้เหล่านั้น  เลี้ยงดูกันเองโดยธรรมชาติ เกื้อกูลกันเอง คนก็ยังมีหน่อไม้กิน เพราะเราต้องใส่ปุ๋ยเพื่อเหตุผลทางธุรกิจมากกว่าครับ จึงต้องเร่งรีบ ให้ผลผลิตออกเร็ว สวยงาม ตามความต้องการผู้บริโภค หรือทำให้เกินงาม เกินความพอดีที่ควรจะเป็น

    ต้นไผ่ หน่อไม้ไผ่ข้างบ้าน ใครใส่ปุ๋ยให้ละครับ  วัชพืชที่คันนา ใครละครับใส่ปุ๋ยให้  การทำให้ต้นพืชที่เราปลูกนั้นอ่อนแอ ทำให้เราต้องโอ๋ๆๆๆๆ พืชชนิดนั้นมากเกินไป เหมือนกับคนเราเลี้ยงลูกนะครับ ปล่อยให้กินดิน กินทราย เล่นดิน ชิมฉี่บ้างก็ได้ครับ  อิๆๆๆ

    เพราะเราคิดว่า เราต้องใส่ปุ๋ย ทำให้พืชชนิดนั้นขาดการดูแลและคิดหาระบบในการอยู่รอดด้วยตัวเอง ผมจะบอกว่าจริงๆแล้วเรานี่ล่ะคือผู้ไม่รู้จริง ต้นไม้เค้าเป็นผู้ผลิตครัีบ จะต้องหากินเองตามสภาพคือ มีสภาพความพอเพียงสูงมากๆ ครับ แต่คนเรามองว่าพืชมีปุ๋ยไม่พอเพียงเลยต้องให้ปุ๋ยตามที่คิด ตามที่จะบำรุงครับ

หากสิ่งต่อไปนี้เราซื้อหมด แล้วเราจะเหลือเก็บไหม?

  • เมล็ดพันธุ์ (ทุนนิยม ปลูกครั้งเดียว ครั้งหน้าซื้อใหม่ เมล็ดที่ได้ปลูกเองไม่ขึ้น)
  • ปุ๋ย (ทุนนิยม อาจจะมีอะไรมากกว่าธาตุอาหารหลักติดมาในส่วนผสม)
  • ฮอร์โมน (ทุนนิยม บำรุง กิ่งก้านสาขา ดอกใบรากผล ตลอดสู่การเร่ง)
  • กระบวนการการผลิตก็ืซื้อแรงงาน เครื่องมือทางการเกษตร และอื่นๆ
  • การจัดการเรื่องการตลาด
  • อื่นๆ

หักลบแล้วเราจะเหลืออะไรครับ?  ทำนาปรังไ้ด้ซังแถมหนี้ ทำนาปีได้หนี้แถมซัง  นับว่ายังโชคดีนะครับที่มีซัง เพียงแต่ซังคือไม่ใช่เป้าหมายหลักในการทำนาเพราะคนเราไม่ได้กินซังเป็นอาหาร

    ผมจะบอกให้คิดว่า ทำไมต้นไม้ในป่าอยู่ได้เอง เพราะธรรมชาติเค้าเติมปุ๋ยให้ตัวเองผ่านระบบการปล่อยเปลือก ลอกเปลือก สลัดใบทิ้ง สลัดกิ่งก้านทิ้ง สิ่งเหล่านี้ จะโดนน้ำ อากาศ แมลงย่อยสลายให้กลายเป็นปุ๋ยให้ซึมลงสู่ดินผ่านการนำพาด้วยน้ำฝน แม้รากพืชเองก็มีส่วนที่ตาย โตและตายเช่นกันครัีบ คือฝังดินและตายก็ย่อยลงดินไปเลยครัีบ เป็นการเติมอาหารให้ดินเช่นกันครัีบ  ธรรมชาติฉลาดกว่าที่เราจะคิดได้นะครัีบ เพียงแต่คนเราชอบลักไก่ คือชอบทำอะไรลัดๆ ให้ได้เร็วๆแต่ไม่อยากจ่ายแพง มีคราบของกิเลส อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นมากไปนะครับ ตรงนี้อยู่ที่เราครับ ว่าจะยอมรับกันได้ไหมครับ

    ลองคิดเล่นๆ ครับ ปุ๋ยเคมี กระสอบละ 50 ก.ก. ราคา 1350 บาท กิโลกรัมละ 27 บาท ราคาข้าว ก.ก. ละ 40 บาท  ปุ๋ยที่ใส่ข้าว 1 กิโลกรัม ที่ใส่ในนา ได้ข้าวคืนมากี่กิโลกรัม?

    หากเราลดต้นทุนเหล่านี้ได้ เกษตรกรไทยจะอยู่ได้ครับ นอกจากปลูกพืชแล้วเมืองไทยมีเลี้ยงสัตว์ เรามีของเสียที่ได้จากการขับถ่ายของสัตว์ ก็นำมาให้พืช  มองสัตว์เป็นโรงงานผลิตปุ๋ยให้ได้ซิครับ เหมือนเราขนก้อนเกลือก้อนหินเข้าโรงงาน  กับการให้วัวควายกินหญ้า หมูกินหยวกกล้วย  มองสัตว์เหล่านี้ให้เป็นโรงงานทำปุ๋ยให้ได้ซิครับ แม้แต่ตัวเราก็เป็นโรงงานทำปุ๋ย แล้วเราจะลดอะไรหลายๆ อย่าง แม้แต่ปลาก็ยังเป็นโรงงานทำปุ๋ยได้เช่นกันครัีบ

    กระบวนการแรกที่เราจะกู้ชาติได้คือ หยุด....เพื่อคิด....หยุดไม่ใช้....หันไปใช้อย่างอื่นทดแทนบนฐานของธรรมชาติ...เราจะได้คำตอบที่สวยๆ ได้ครับ

    บทความนี้ไปไม่ถึงพี่้น้องเกษตรกรหรอกครัีบ...แต่เชื่อว่าอย่างน้อยคนที่มา่อ่านเจอ ได้พบอ่านแล้วอาจจะเจอจุดคิดบ้าง เอาไปคุยกันต่อ หรือเอาไปทำต่ออย่างน้อยได้คิดก็ถือว่าเกิดประโยชน์ได้แล้วครับ ส่วนหากอ่านแล้วไม่มีอะไรก็ผ่านไปนะครับ....

ของเสียในสายตาเรา คือปุ๋ยในสายตาคน(พืช  สัตว์) อื่น?

ปุ๋ยที่นำเข้าประเทศบ้านเรา ปุ๋ยเพื่อใคร?

จะมีัรัฐบาลไหนไหมที่เน้นปุ๋ยอินทรีย์ธรรมชาติ ให้ความรู้แบบจริงใจ?

    ยินดีแลกเปลี่ยนกับทุกท่านครัีบ

กราบขอบพระคุณมากครัีบ

เ้ม้งครัีบ