มาหาทาง เตรียมพร้อม รอจังหวะ"ปลดอาวุธ"คู่ต่อสู้ไม่ดีกว่าเหรอ


สี่ระดับของการต่อสู้

บทความเต็ม โดย นพ.วิธาน ฐานะวุฑฒ์
หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันที่ื 7 มิถุนายน 2551

via  บล็อกจิตวิวัฒน์> ย่อความโดยผู้เขียน (ส่วนที่เป็นตัวเอียงเท่านั้นที่ผู้เขียนเขียนเองค่ะ)

สี่ระดับของการแก้ปัญหาแบบ Theory U ได้แก่

1.  การตอบกลับอย่างรวดเร็ว (Reacting)

คือการดาวน์โหลด (Downloading) เพื่อนำข้อมูลเก่ามาใช้แบบอัตโนมัติ ไม่มีการคิดใหม่ ไม่มีการสร้างสรรค์ใหม่
ในแง่ของการต่อสู้นั้น เราจะพยายามแยกแยะมองมิตรและศัตรูแยกจากกันอย่างเด็ดขาด ประมาณว่า "ถ้าไม่ใช่พวกฉันก็เป็นศัตรูของฉัน" เห็นท่าที(หรือแค่หน้าตา)ปุ๊บก็คิดไปเองเลยว่านี่ศัตรู

จริยธรรมในระดับที่หนึ่งนี้ เราจะเข้าไปไล่ล่าโจมตีคนที่เราคิดว่าเป็นศัตรูของเราเลย เพราะคิดว่าโจมตีก่อนได้เปรียบ ทำลายล้างไปก่อน เราจะได้อยู่รอด เราเลือกที่จะใช้ "ความกลัว" เป็นที่ตั้ง เป็นฐานในการกระทำการต่างๆ ของเรา

(ไม่ทันขันธ์ 5 ตัวเอง ยึดสัญญาแล้วสังขารปรุงแต่งไปไม่มีสติ)

2. เป็นระดับของการออกแบบใหม่ (Redesigning)

พยายามหาหนทางใหม่ๆ แต่ยังเป็นกรอบคิดแบบเดียวกันกับระดับที่หนึ่ง คือ ยังแยกแยะมิตรและศัตรูอย่างชัดเจน อาจจะมีการทดสอบมิตรว่าจะคิดแบบเดียวกันกับเราหรือไม่ ถ้ามิตรไม่คิดเหมือนเราตามที่เราได้ทดสอบ มิตรคนนั้นก็จะต้องกลายไปเป็นศัตรู

จริยธรรมของการต่อสู้ในระดับที่สองนี้ เราจะไม่โจมตีฝ่ายตรงข้ามก่อน แต่จะหาหนทางในการแยกแยะความเป็นมิตรความเป็นศัตรูให้ชัดเจน หาหนทางใหม่ๆ ในการยั่วยุให้ฝ่ายตรงกันข้ามโกรธ เมื่อเกิดการต่อสู้ขึ้นก็จะมุ่งทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามด้วยความรุนแรง

(คิดดูว่าคนที่คุณคิดว่าเป็นศัตรูเค้าใช่วิธีนี้อยู่รึเปล่า ถ้าเราไปตอบโต้แบบระดับ 1 react กับสิ่งที่เค้ายั่วมา มันก็เข้าทางเค้าอ่ะดิ!)

3. เป็นระดับของ "กรอบคิดใหม่" (Reframing)


เป็นระดับสำคัญที่เราเริ่ม "มองเห็น" ว่า "ไม่มีมิตรไม่มีศัตรู" มีแต่ "เพื่อนมนุษย์" เริ่มมองเห็น "ความเป็นคนอื่น" ในตัวเรา เรื่องราวที่เราเคยด่าเคยว่าคนอื่นนั้นบางทีเราเองก็ทำเหมือนเขานั่นแหละ

เราเริ่มมองเห็นแล้วว่าการโจมตีก่อนนั้นไม่มีประโยชน์อะไร เป็นการทำลาย เป็นการสร้างศัตรูมากกว่าการที่จะได้ประโยชน์ร่วมกัน การต่อสู้ในระดับนี้เราเริ่มเข้าใจคู่ต่อสู้หรือศัตรูของเรามากขึ้น (ฟังมากขึ้น มองให้กว้างขึ้น)

(ระดับนี้คือการพยายามเข้าใจ หาข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์)

4. เป็นระดับของ "การก่อเกิดตัวตนใหม่" ของเรา (Regenerating)


ในระดับนี้เรากับเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน การต่อสู้ในระดับนี้ เราจะเป็นฝ่ายเฝ้าดู สังเกต ตั้งรับ เราจะไม่เป็นฝ่ายโจมตีคู่ต่อสู้ของเราก่อน

ถ้าคู่ต่อสู้ทำอะไรไม่ดีโจมตีมา เราถึงจะ "ปลดอาวุธ"  ของคู่ต่อสู้

ในไอคิโดมีคำพูดอยู่คำหนึ่งคือ "Protect the attacker" คือเราจะปกป้องดูแลผู้ที่มาโจมตีเราไม่ให้เขาบาดเจ็บได้อย่างไรและนี่คือจริยธรรมระดับลึกที่สุดของศิลปะการต่อสู้

การต่อสู้ในระดับที่สี่ "มีความเป็นไปได้" ที่จะเกิดขึ้น และได้เกิดขึ้นแล้ว ในศิลปะการต่อสู้ชั้นสูงต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็น ไอคิโด คาราเต้ ไท้ฉีฉวน
ผู้โจมตีจะถูกปลดอาวุธโดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ

--------------------------------------------------------------
ลองย้อนมาดูตัวเรานะความเป็นจริงมีอยู่ว่า "ความขัดแย้ง" เกิดขึ้นตลอดเวลาในชีวิตมนุษย์ ในทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง ไม่สถานที่ใดก็สถานที่หนึ่ง เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะไม่มีความขัดแย้งในชีวิตนี้

แต่คำถามก็คือ "เราเลือกที่จะ 'จัดการดูแลความขัดแย้ง' เหล่านั้นอย่างไร?"

"เราใช้ระดับไหนของศิลปะการต่อสู้ในการจัดการดูแลความขัดแย้งเหล่านั้น?"

มนุษย์ส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่างทุกเรื่องในระดับที่หนึ่งและสอง แต่ความเข้าใจเรื่อง "สี่ระดับ" แบบนี้จะช่วยทำให้มองเห็นว่า "เรายังมีหนทาง" และ "เรายังมีทางเลือก" ที่จะใช้ "ระดับการแก้ไขปัญหา" ที่ลึกซึ้งมากขึ้นกว่าเดิม

--------------------------------------------------------------

เราควรปลดอาวุธไม่ให้คนคิดไม่ดีทำในสิ่งที่เป็นโทษต่อผู้อื่นได้

ไม่ใช่ว่าจะไปทำร้ายไปกำจัด "ตัวเค้า" ให้เค้าหมดไปจากโลก คิดแบบนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับ genocide นั่นแหละ คิดแบบนั้นมันก็มีแต่ความโกรธ ขาดสติ ไม่คิดยาวๆคิดแต่ว่าขอให้มันไปไกลๆก่อน

เรามาช่วยกันหาทางบีบให้เค้่าไม่สามารถใช้อาวุธ(อำนาจ/เงิน/ข้อมูล)ในทางไม่ชอบได้ พลังเรามีขนาดนี้แล้ว

แบบไอคิโด้ คือ ถ้าเค้าแรงมา แรงเค้าเองแหละที่จะทำให้เค้าแพ้ ยิ่งเค้าแรงมาเราก็มีหลักฐานมัดตัวเค้าได้มากขึ้น ถ้าเราไป react แรงแบบไม่คิดหาทางให้แยบยล เราก็ไม่ทีทางแก้ปัญหาได้เลย มีแต่จะทำร้ายตัวเองให้เค้ามาอ้างได้ว่าเราเองก็ทำผิด!

-------------------------------------------------------

แค่เรื่องง่ายๆ อย่างการฟัง คนส่วนใหญ่ก็ยังใช้ระดับที่ "ยังไม่ฟังกันจริงๆ ด้วยหัวใจ"

เรื่องที่เขียนนี้ ผมยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องอุดมคติ เป็นเรื่องที่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ สามารถปฏิบัติได้จริง ถ้า "เรามองเห็น" และ "เราเลือก"

ผมเชื่อว่าไม่เคยมี "เหยื่อของสถานการณ์" นะครับ มีแต่ว่าเราเลือกที่จะเป็นอย่างนั้นเท่านั้นจริงๆ ต่างหาก

(วิธาน ฐานะวุฑฒ์)

-------------------------------------------------------