เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมากลุ่มเบญจบูรพา นัดประชุมเพื่อทบทวนภารกิจที่ กศน.ฉะเชิงเทรา มากันเกือบครบ มีผม ผอ.ปราจีนบุรี ผอ.สมุทรปราการ ขาดเพียง ผอ. นครนายกเพราะติดประชุมที่กรุงเทพฯ ผอ.ฉะเชิงเทราเป็นประธานที่ประชุม
เราคุยกันหลายเรื่องครับ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการประกันคุณภาพภายนอก ที่ สมศ.จะมาประเมินในเร็ววันนี้ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจมาก จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่เผื่อท่านที่สนใจจะร่วมแสดงความคิดเห็นบ้าง
เรื่องที่ผมกล่าวถึงนี้คือเรื่อง กศน.ตำบล สำนักงานกศน. มีนโยบายขยายขอบเขตการทำงานที่เป็นรูปธรรม นัยว่าให้มีสำนักงานที่เรียก กศนตำบล ที่ดูแลรับผิดชอบจัดกิจกรรมทั้งหลายมีพนักงานราชการเป็นผู้รับผิดชอบ ในความจริง กศน. ก็มีลักษณะการทำงานโดยใช้ตำบลเป็นตัวตั้งอยู่แล้วในปัจจุบันนี้ แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ครั้งนี้จึงคิดว่าน่าจะดำเนินการอย่างจริงจังเสียที ที่ประชุมแลกเปลี่ยนในประเด็นนี้อย่างกว้างขวาง แต่จุดที่น่าสนใจอยู่ที่การอภิปรายของ ผอ.กุลธร จากสมุทรปราการ
ผอ.จากสมุทรปราการค่อนข้างจะไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เหตุผลที่ท่านกล่าวถึงคือ พวกเราเคยเห็นร้าน Seven Eleven ตั้งอยู่บนถนนเดียวกันใหม หรือบางแห่งตั้งอยู่คนละมุมตึก ห่างกันไม่เกิน 500 เมตร แต่เขาก็ขายสินค้าของเขาได้ มีผู้คนเข้าไปใช้บรืการทั้งวัน เพราะละแวกนั้นเป็นชุมชนที่มีคนมาก ทำไมเราไม่เอาแนวคิดนี้มาใช้กับงาน กศน.บางตำบลเป็นชุมชนเล็ก คนไม่มากก็ไม่จำเป็นต้องมี กศน.ตำบล ถ้าประชาชนจะใช้บริการก็ให้ กศน.ตำบลข้างเคียงเป็นผู้ดูแล ในทางตรงกันข้ามถ้าตำบลใดเป็นชุมชนขนาดใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องมี กศน.เดียวที่รับผิดชอบ จะตั้ง 2-3 แห่งต่อตำบลก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร ผมเหลือบไปมองผู้เข้าร่วมประชุมเห็นทุกคนพยักหน้าแสดงว่าเห็นด้วย(รวมทั้งตัวผมเองด้วย)
นอกจากนี้ ผอ.กุลธร ได้อธิบายถึงกลยุทธ์การทำงานของร้ายสะดวกซื้ออีกว่า สินค้าใดในร้าน เมื่อเอาขึ้นชั้นขาย ภายใย 3 วัน สินค้านั้นขายไม่ได้เลยเขาเอาลงจากชั้นขายของทันที ประเด็นนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายต่อว่า สินค้าบางตัวของ กศน. จากอดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย ผมแอบคิดในใจ ทั้งสองประเด็นที่ผู้กล้าจากสมุทรปราการเสนอ คงเป็นประเด็นที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเร็ววันนี้
หรือพวกเราชาว กศน. ทั้งหลายคิดอย่างไร ?
ความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคทุกสมัย ผันแปรไปเปลี่ยนตามความเคลื่อนไหว
ย่อมเป็นเช่นวัฎจักรแห่งหลักไตร สิ่งใดใดในโลกล้วนอนิจจัง.....
เรียน คนหลังเขา
อย่างนี้เขาเรียกความนิ่ง คือความไม่นิ่ง และความไม่นิ่งคือ ความนิ่ง คงสบายใจขึ้นมากใช่ใหม ที่คนหลังเขาจะได้ทำงานโดยไม่ต้องกังวลอะไร อีกต่อไปแล้ว
กศน.ขอสัญญาวาจามั่น ศรช.ร่วมสร้างสรรค์สู่จุดหมาย
กศน.รวมพลังทั้งหญิงชาย ศรช.ร่วมพลีกายเพื่อมวลชน
พลีชีวิตอุทิศให้การศึกษา พลีปัญญาปันไปในทุกหน
พลีความรักในศรัทธาค่าของคน พลีตัวตนในศรัทธาค่าของงาน
งานแห่งงานการศึกษานอกโรงเรียน งานแห่งความพากเพียรทุกถิ่นฐาน
งานแห่งงานขนานนามตามตำนาน งานแห่งงานการศึกษานอกโรงเรียน ฯ
ปณิธานการศึกษานอกโรงเรียน :คนหลังเขา
ไม่มีอะไรแน่นอน งานกศน.เปลี่ยนได้ตลอดเวลา เพียงแต่ปรับตัวให้ได้ อยู่นิ่งๆ
ร้าน Seven Eleven มีเฉพาะในกทม ตัวอำเภอ ตัวจังหวัด หรือพื้นที่ที่ชาวบ้านมีกำลังซื้อ เพราะว่าถ้าไปตั้งบ้านนอกคงจะอยู่ไม่ได้
--- ปรากฏการณ์ 7-11 บอกอะไรเราบ้าง ---
1.สังคมไทยมีความหลากหลาย - เคยอ่านบทสัมภาษณ์ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม อดีตวุฒิสมาชิกและปราชญ์ชาวบ้าน จ.ฉะเชิงเทรา มองว่าน่าจะเนื่องมาจากการที่ กศน. เน้นให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาสายสามัญหรือการเอาหลักสูตรในโรงเรียนมาสอนนอกโรงเรียน ทำให้ กศน. ขับเคลื่อนงานอื่นได้ไม่เต็มที่ ... การจัดการศึกษาควรจะเป็นบทบาทของประชาชนโดยมีหน่วยราชการเป็นผู้สนับสนุน...
http://www.newschool.in.th/ArticleDetailUI.aspx?ArticleID=60
2.การสร้างปัญญาให้ชุมชน มีจุดมุ่งหมายแตกต่างจากการจำหน่ายสินค้า,
“กล้วยไม้ออกดอกช้า ฉันใด
การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น
แต่ออกดอกคราใด งามเด่น
การศึกษาปลูกปั้น เสร็จแล้วแสนงาม”
(ผู้ประพันธ์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล รมว.ศธ.)-ปัจจุบันคนไทยถูกกำหนดพฤติกรรมจากการบริโภคทางกายเป็นส่วนใหญ่ การบริโภคทางปัญญาลดลง เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่อง กศน.ตำบล แต่รูปแบบน่าจะมีการศึกษาข้อมูลให้มากขึ้น ยิ่งในปัจจุบันกรอบอำนาจของ ผู้บริหารสถานศึกษา-สามารถที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมให้ตอบโจทย์สังคมไทยที่มีความหลากหลาย